
ฝึก'เด็กพิการ'สู้น้ำอีก2วันอาหารหมด
อีก2วัน'เด็กพิการ'...อาหารหมด : โต๊ะรายงานพิเศษรายงาน
คนมีอวัยวะครบ 32 ยังแทบเอาตัวไม่รอดจากวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ แล้วกลุ่มที่พิการทางร่างกายนั้น พวกเขาเตรียมรับมืออย่างไร?
เช้าวันที่ 25 ตุลาคม หลังทราบข้อมูลว่าแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนใกล้วัดกลางปากเกร็ดมีน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร "คม ชัด ลึก" เดินทางเข้าไปสำรวจ "สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด" หรือ "บ้านนนทภูมิ" ที่พักอาศัยของเด็กพิการกว่า 400 ชีวิต
"สุทิศา ทับเหล็ก" หัวหน้าฝ่ายสังคม สถานสงเคราะห์ฯ เล่าว่า เตรียมรับศึกน้ำท่วมไว้แล้ว โดยจัดเวรยามเฝ้าระวังที่ชุมชนปากด่านและวัดกลางเกร็ด หากพบน้ำท่วมผิดปกติจะส่งสัญญาณเตือนไปยังพี่เลี้ยง ให้ช่วยขนย้ายเด็กพิการซ้ำซ้อนทั้ง 406 คนขึ้นไปอาคารชั้น 2 โดยแบ่งส่วนเป็นฝ่ายหญิง 156 คน และฝ่ายชายอีก 250 คน แต่ทว่าช่วงนี้น้ำท่วมไม่มีผู้บริจาคอาหารนานหลายวันแล้ว ต้องทำอาหารกินเอง และต้องเตรียมถุงยังชีพและพวกขนมต่างๆ ไว้ด้วย และถ้าอพยพขึ้นชั้น 2 อาจพออยู่ได้ประมาณ 2 วัน
ขณะที่ฝ่ายพยาบาลได้เตรียมยาที่จำเป็นไว้เรียบร้อยแล้ว โดยใส่กล่องพลาสติกและเขียนชื่อยาอย่างละเอียดไว้ เพราะน้องๆ ป่วยไม่เหมือนกัน มียาประจำของแต่ละคน รวมถึงแฟ้มประวัติเด็กป่วยก็ต้องขนมาเก็บไว้ข้างบน นอกจากนี้เพื่อความไม่ประมาท สถานสงเคราะห์ฯ ทำแพกู้ชีพไว้ 3 ลำ เป็นแพประยุกต์จากของเก่าเหลือใช้ เช่น ไม้เก่า ถังแกลลอน เชือก ฯลฯ โดยแพฉุกเฉินมีขนาดเล็กและใหญ่ ทำจากถังแกลลอน 10-20 ถัง สามารถรับน้ำหนักเด็กเล็ก 15 คน หากเด็กโตจะนั่งได้ประมาณ 10 คน แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่จูงเรือเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ก็มีการประดิษฐ์ห่วงยางชูชีพจากขวดน้ำเปล่าด้วย
"น้ำค้าง คันธรักษ์" ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า "ตอนนี้ ถือว่าพร้อมระดับหนึ่ง แต่น้องๆ เป็นเด็กพิการดูแลตัวเองแทบไม่ได้เลย ตอนนี้ก็เริ่มฝึกให้งดใช้ไม้เท้าหรือวีลแชร์ ห้ามออกนอกอาคาร ทั้งนี้ จะย้ำกับเด็กๆ เสมอว่า เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะให้คนอื่นมาช่วย แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ อาจต้องย้ายไปอยู่ อบจ.สมุทรสงคราม"
"ครอบครัวตาบอด"...สู้ภัยน้ำท่วม
บ่ายวันที่ 24 ตุลาคม กลุ่มอาสาสมัครจากภาคเอกชนของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้รับมอบหมายให้ไปแจกจ่ายอาหารกล่อง นม โอวัลติน และเสื้อชูชีพจากขวดน้ำให้แก่ผู้ประสบภัยแถวคลองรังสิต แม้ว่าพื้นที่เป้าหมายจะอยู่ห่างจากสนามบินดอนเมืองไปเพียงไม่ถึง 30 นาที แต่ภาวะน้ำท่วมขังถนนสูงกว่า 1 เมตรเป็นระยะๆ ทำให้รถบรรทุกสิบล้อต้องขับอย่างระมัดระวัง กลายเป็นว่าต้องใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง โดยระหว่างทางมีผู้ประสบภัยแจ้งว่า พบครอบครัวผู้พิการทางสายตาต้องการออกจากบ้าน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร?
ภารกิจเร่งด่วนทำให้ต้องเลี้ยวรถเข้าไปในซอยลำลูกกาที่ตัดเข้าคลองสามเพื่อหาครอบครัวคนตาบอดข้างต้น เนื่องจากซอยดังกล่าวยาวประมาณ 13 กม. จึงต้องใช้เวลาสอบถามทางกับชาวบ้านหลายครั้ง จนกระทั่งเวลา 2 ทุ่มจึงพบครอบครัวของ นางลำใย สังข์แก้ว ผู้พิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิดวัย 29 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน พร้อมด้วยนายนพดล สามีตาบอด อายุ 34 ปี และลูกสาววัยขวบกว่า
หญิงตาบอดเล่าว่า ตนและสามีพยายามติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสายด่วน 1111 ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผ่านไป 3 วันแล้วก็ยังไม่มีหน่วยกู้ภัยใดติดต่อมา จึงพยายามหาทางเดินฝ่าน้ำท่วมสูงเกือบกว่า 50 ซม. ออกไปซื้ออาหารด้านหน้าปากซอยกิน โดยให้สามีดูแลลูกน้อยวัยขวบกว่าแทน
"ตั้งแต่น้ำท่วมเข้าซอยก็ช่วยกันเก็บข้าวของขึ้นที่สูง รวมทั้งทีวีและวิทยุด้วย เลยไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอะไร หลายวันมานี้พยายามติดต่อญาติที่อาศัยอยู่ดินแดงว่าต้องการไปอยู่ด้วยชั่วคราว แต่ทางญาติไม่ค่อยสะดวก ก็เลยต้องขอให้ทางศูนย์มาช่วยรับออกไปด้านนอก สามีตาบอดสนิท แต่ตัวเองพอมองเห็นนิดหน่อย ปกติจะไปขายขนมปังหน้าตลาดแถวบ้าน ตอนนี้น้ำท่วมไม่มีรายได้ เหลือเงินติดตัวแค่พันกว่าบาท คืนนี้อาจต้องขอนอนที่ศูนย์พักพิงเพราะดึกแล้ว แต่ไม่อยากอยู่ศูนย์พักพิงหลายวัน เพราะยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ ตอนนี้กำลังติดต่อญาติที่เหลือ เผื่อใครจะพอให้ไปอยู่ด้วยได้บ้าง จะได้ออกไปรับจ้างขายของแถวนั้น" นางลำใยกล่าว
แม้พิการทางสายตาและกำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน แต่ท่าทางและน้ำเสียงของนางลำใยสงบนิ่ง เหมือนวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กน้อย ครอบครัวสังข์ทองยืนยันว่า ไม่ต้องการความช่วยเหลืออื่นใด นอกจากสถานที่หลับนอนชั่วคราว และอยู่ใกล้กับตลาด เธอกับสามีจะได้คลำทางเดินออกไปขายของหาเงินเลี้ยงครอบครัวต่อไปได้!
น้ำท่วมแพ้ "น้ำใจ"
ด่วน ! ช่วยน้องๆ "บ้านนนทภูมิ" ติดต่อ 0-2583-8396
-ผ้าอ้อม, ผ้าอนามัย, ห้องน้ำฉุกเฉิน, เทียน, และไฟฉายพร้อมถ่าน อาหารแห้ง
ด่วน ! ช่วย ศปภ.ภาคเอกชน ติดต่อ 08-1623-1135
-ต้องการถังพลาสติกใหญ่ เพื่อทำสารอีเอ็มแก้ไขน้ำเน่าตามชุมชน



