'การป่าไม้เบื้องต้น'...
'การป่าไม้เบื้องต้น'...: กระจกเงา โดย อัศศิริ ธรรมโชติ
น้ำท่วมใหญ่ในประเทศทำให้นึกถึงหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง ชื่อว่า “แบบเรียนการป่าไม้เบื้องต้น” ที่เขียนโดยนายกสมาคมต้นไม้แห่งสหรัฐอเมริกาและกรมป่าไม้ของไทยเรา ได้แปลเอาไว้นานมาแล้ว
หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงต้นไม้และป่าไม้ว่า เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดของธรรมชาติในการเก็บน้ำและยึดที่ดิน ช่วยยับยั้งอุทกภัยเมื่อฝนตกลงในป่า การเขียนอธิบายนั้นให้ภาพชัดเจนมาก พอสรุปความได้ดังนี้ว่า
ป่าไม้ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งฟองน้ำก่อนใหญ่ เพราะใบไม้ที่ร่วงหล่นกับจุลพืชบางชนิดที่ทับถมอยู่ตามใต้ต้นไม้ สามารถดูดเอาน้ำไว้ได้เป็นหลายร้อยเท่าของน้ำหนักของมันเอง โดยเหตุนี้เมื่อฝนตกน้ำฝนจึงถูกดูดเข้าไว้โดยรวดเร็วก่อนที่จะกลับไหลสู่พื้นดินอีกในภายหลัง เกิดเป็นน้ำพุ และลำธารสายต่างๆ
ต้นไม้จึงช่วยในการควบคุมยับยั้งกระแสน้ำไว้มิให้ไหลเร็วแรง จนเป็นเหตุให้ท่วมท้นจนทำลายบ้านเรือน ไร่นาและชีวิตมนุษย์
ลองนึกดูแป้นกระดาษซับซึ่งตะแคงปลายข้างหนึ่งขึ้น สมมติว่าเป็นไหล่เขาที่มีป่าไม้ขึ้นอยู่ ค่อยๆ หยดน้ำลงไป จะเห็นว่าน้ำทุกๆ หยดได้ถูกดูดไว้จนหมด แต่ถ้าท่านหยดน้ำต่อไปจนนานพอก็จะถึงเวลาหนึ่งซึ่งกระดาษซับจะอิ่มตัว และดูดน้ำเข้าต่อไปอีกไม่ได้ เหมือนกับที่มีฝนตกหนักและนาน ดินในป่าซึ่งอิ่มน้ำอยู่แล้วก็จะไม่อาจดูดน้ำไว้ได้อีก
แต่ถึงกระนั้นน้ำที่จะไหลผ่านไปก็จะใสและสะอาดขึ้นกว่าน้ำที่ไหลผ่านพื้นดินที่ไม่มีป่า ก็เพราะป่าไม้ได้ยึดดินไว้ให้อยู่คงที่อย่างเหนียวแน่น แทนที่จะปล่อยให้ถูกชะล้างไปโดยน้ำฝนนั้น อำนาจของป่าไม้ที่สามารถยึดดินไว้แน่นได้นี้ มีความสำคัญมากกว่าอำนาจในการดูดน้ำของมันเสียอีก
เพราะโดยเหตุที่ยึดที่ดินไว้นี้ ป่าไม้มีส่วนช่วยอย่างใหญ่หลวงในการตัดทอนกำลังของน้ำที่จะท่วมให้บรรเทาลง
เมื่อยามเกิดน้ำท่วมไม่ใช่แค่น้ำสิ่งเดียวเท่านั้น ที่จะทำความเสียหายให้ แต่ยังมีเนื้อดินจำนวนมากอยู่อีกที่น้ำพัดพาไป จำนวนเท่าๆ กับน้ำที่จะทำให้มวลน้ำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
การป้องกันของป่าไม้จึงเหมือนหนึ่งนิ้วมือเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วน ที่รากฝอยเล็กๆ ของต้นไม้จะเกาะจับติดแน่นอยู่กับเนื้อดินและยึดดินไว้ มิให้กำลังน้ำอันเกิดจากฝนพัดพาไปได้
จะต่างจากพื้นที่ที่ไม่มีป่าไม้ ที่ทั้งน้ำฝนและโคลนดินจะไหลราดลงไป โดยเฉพาะโคลนดินจะหนักมากเป็นตันๆ สุดที่แม่น้ำลำธารจะรับไว้ได้ไหว จึงได้เอ่อล้นและท่วมนองออกมา ก่ออันตรายทั้งบ้านเรือน ไร่นา ผู้คนและสัตว์เลี้ยง
โดยสรุปไม่มีข้อข้องใจอันใดในความจริงที่ว่า ทางหนึ่งที่จะบรรเทาอันตรายจากอุทกภัยก็คือการจัดการป้องกันรักษาป่าไม้ไว้ การปลูกป่าตามสันปันน้ำของลำธารต่างๆ ขึ้น ต้นไม้จะทำหน้าที่ทั้งในการยับยั้งกระแสน้ำแรง และรักษาดินในทุกที่มิให้ถล่มลงมา
ชาร์ล ลาทรอพ แพค นายกสมาคมต้นไม้แห่งสหรัฐอเมริกา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เขียนหนังสือเล่มนี้เมื่อกว่า 80 ปีมาแล้ว เป็นแบบเรียนของเยาวชนอเมริกันในขณะนั้น ที่สนใจในการป่าไม้ของประเทศ โดยเห็นว่าคุณค่าทรัพยากรป่าไม้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องบำรุงรักษาและส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ
เขาบอกว่าเราจำเป็นต้องเลี้ยงแม่ห่านที่ให้ไข่ทอง เป็นผลิตภัณฑ์ของป่า ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ธรรมชาติผู้เฉลียวฉลาดได้สะสมไว้ให้เรา แต่เราได้ใช้ไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย และปล่อยให้พินาศไปโดยไม่คิดที่จะป้องกันรักษา
ทางกรมป่าไม้ที่แปลหนังสือเล่มนี้ก็ได้กล่าวเอาไว้ทำนองเดียวกันในคำปรารภว่า “กรมป่าไม้เห็นว่าแบบเรียนนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทย เพราะประเทศไทยเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ป่าไม้ของประเทศก็ได้ถูกตัดโค่นจนเกินอัตราที่จะฟื้นตัวได้ทัน”
ทุกวันนี้อเมริกาจะเหลือพื้นที่ป่าไม้เท่าไรไม่รู้ รู้แต่ว่าประเทศไทยเราเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว ถึงได้เกิดน้ำท่วมใหญ่เกือบในทุกปีก็ว่าได้



