
โกงเงินพนัน...ลวงฆ่า2ศพ
โกงเงินพนัน...ลวงฆ่า2ศพ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
จุดจบ 2 เซียนพนันถูกเพื่อนร่วมวงพนันหักหลังสังหารโหดทิ้งศพในแม่น้ำ บริเวณลำสวายเรียง หมู่บ้านวังม่วง ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา...เพียง 2 วันตำรวจสามารถตะครุบตัวคนร้ายที่เพิ่งพ้นคุกมาไม่นาน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2536 !!
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พบศพชายหญิงคู่หนึ่งจมน้ำเสียชีวิตบริเวณลำสวายเรียง สภาพศพถูกของแข็งทุบบริเวณใบหน้าอย่างแรง และบริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำเนื่องจากถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ...หลังเข้าตรวจที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา สั่งการให้ พ.ต.อ.พิษณุ วัตถุ ผกก. และ พ.ต.ท.กวินสิทธิ์ พัฒนกิตติสกุล สว.สส. และชุดสืบสวน สภ.โนนสูง เร่งรัดคลี่คลายคดี เพราะเชื่อมั่นว่าคนร้ายน่าจะเป็นบุคคลในพื้นที่ เพราะจุดที่พบศพ เส้นทางที่เข้ามาค่อนข้างซับซ้อน
ชุดสืบสวนตัดสินใจใช้วิธีเดินเท้าหาข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด แต่ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร จนกระทั่งการเดินเท้าเกือบ 10 กิโลเมตรจากจุดที่พบศพ ชุดสืบสวนพบลังกระดาษอยู่ในสภาพค่อนข้างใหม่ไม่เปื่อยยุ่ย ถูกทิ้งข้างทางจึงตรวจสอบพบว่าเป็นลังเสื้อผ้าของผู้ชายและผู้หญิงปะปนกัน เมื่อรื้อดูพบเอกสารสำคัญบางอย่างที่ระบุชื่อนายประภาส สิงหาวาโนน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 หมู่ 2 ต.กลาง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
พ.ต.ท.กวินสิทธิ์ และชุดสืบสวน จึงตรวจสอบข้อมูลระบบ Polis เชื่อมโยงเครือข่ายทะเบียนราษฎรเพื่อดูภาพถ่ายของนายประภาส พบว่าเอกสารที่พบแล้วมีชื่อระบุอยู่ กับสภาพใบหน้าของผู้เสียชีวิตผู้ชายมีใบหน้าที่ใกล้เคียงกัน จึงตัดสินใจประสานงานไปยังญาติของนายประภาส จนกระทั่งได้รับการยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกัน ส่วนศพผู้หญิงเป็นภรรยาชื่อนางปรีญา นาสมหมาย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 11 ต.ธัญญา อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
ข้อมูลจากญาติทำให้ชุดสืบสวนทราบว่า ก่อนที่นายประภาสจะถูกฆาตกรรมได้รู้จักและคบหากับนายสำรวย ขอทับกลาง อายุ 46 ปี และทราบว่าล่าสุดนายสำรวยนัดนายประภาสไปหาแต่ไม่ทราบว่าที่ใด ชุดสืบสวนจึงเร่งตรวจสอบประวัติของนายสำรวย พบว่าเป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา อีกทั้งประวัติบุคคลทราบว่าเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้เพียงไม่กี่ปีหลังจากที่ต้องโทษคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น
จากการสืบหาข่าวของนายสำรวยทำให้ชุดสืบสวนพบข้อมูลการใช้เงินอย่างผิดสังเกตของนายสำรวยและไม่ได้เข้ามาพักในบ้าน แต่ไปอยู่บ้านเพื่อนที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เพียงไม่นานนักชุดสืบสวนก็พบกับนายสำรวย พร้อมเชิญตัวมาสอบสวนและซักถาม นายสำรวยปฏิเสธไม่รู้เห็น แต่ชุดสืบสวนไม่ปักใจเชื่อมากนัก สุดท้ายนายสำรวยก็ยอมรับสารภาพ พร้อมนำชุดสืบสวนไปเอารถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บต 1177 ยโสธร ที่ซุกซ่อนอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง รวมถึงเงินสด 5,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ PICASSO 1 เรือน แหวนทองคำ 3 วง และสร้อยคอทองคำ 1 เส้น
นายสำรวย ให้การว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าสองสามีภรรยาจริง เนื่องจากโกรธแค้นที่ทั้งสองคนร่วมกันโกงเงินจากการเล่นพนันไปกว่า 1.5 แสนบาท หลังจากที่รู้จักกับ 2 สามีภรรยาเมื่อ 3-4 เดือนก่อนเกิดเหตุขณะไปเล่นการพนันในบ่อนพนันแห่งหนึ่ง แล้วพยายามทวงหนี้แต่กลับถูกต่อว่ารุนแรงทำให้เจ็บแค้นใจ จึงวางแผนหลอกอ้างว่าจะพาไปเล่นไฮโลที่ จ.ลพบุรี โดยนัดหมายกันที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อมาพบตามที่นัดหมาย จึงอาสาเป็นคนขับรถให้เพื่อพาไปเล่นการพนัน แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยว จึงลงมือชกหน้านายประภาสจนสลบคารถ และชกนางปรีญา ภรรยา ก่อนลากลงจากรถและใช้สายไฟที่เตรียมมารัดคอจนเสียชีวิต แล้วลากศพลงน้ำ แล้วนำรถยนต์ผู้ตายขับหลบหนีพร้อมนำบัตรไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มด้วย จากนั้นขับรถมาจอดทิ้งไว้ที่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ก่อนนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างไปทยอยกดเงินสดเงินจากตู้เอทีเอ็มรวมทั้งสิ้น 6 แสนบาท จากบัญชีดังกล่าวมีเงินทั้งหมด 9 แสนบาท
"ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยใช้ให้ไปกดเงินสดมาให้ จึงรู้รหัสบัตรเอทีเอ็ม จากนั้นนำเงินไปใช้จ่าย เที่ยวสถานบันเทิง ซื้อบริการทางเพศ เล่นการพนัน และซื้อสิ่งของให้หญิงสาวที่ติดพันอยู่" นายสำรวยรับสารภาพ



