ข่าว

'ทวีวัฒนา'สั่งอพยพสถานการณ์เลวร้าย

'ทวีวัฒนา'สั่งอพยพสถานการณ์เลวร้าย

26 ต.ค. 2554

เขตทวีวัฒนาสั่งอพยพปชช.แล้ว ชี้สถานการณ์เลวร้ายมาก เหตุมวลน้ำจาก ปทุมธานี นนทบุรี และเจ้าพระยาปริมาณสูง เผย 27 ต.ค. กระแสน้ำจะแรงยิ่งขึ้น เขื่อนกั้นน้ำแตกทะลักเข้าท่วมเทศบาลตำบลศาลายา2เมตร

    เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 26 ต.ค.นายประพัฒน์ ธีรพงศ์ธร ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเขตทวีวัฒนา ว่าขณะนี้สถานการณ์มีความเลวร้ายมาก ยอมรับว่ารับมือไม่ไหวจริง ๆ เนื่องจากมวลน้ำไหลจากจ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาจนมีปริมาณสูงแทบจะไหลทะลักแนวกำแพงเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ และยังมีคันกั้นน้ำรั่วบริเวณร.ร.วัดปุรณาวาส ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

    นายประพัฒน์ กล่าวต่อว่า อยากให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา และริมคลองมหาสวัสดิ์รีบอพยพออกจากบ้านเรือนภายในวันนี้ เพราะบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมน้ำในขณะนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ 1 เมตร อีกทั้งภายใน 1-2 วันนี้ปริมาณน้ำจะสูงขึ้น ดังนั้น จึงคาดว่าน้ำจะเข้าเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนภายในวันที่ 27 ต.ค. ซึ่งกระแสน้ำจะแรง หากไม่อพยพภายในวันนี้จะได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งทางเขตอาจต้องใช้มาตรการบังคับ อย่างไรก็ตามทางเขตได้จัดเตรียม ศูนย์พักพิงชั่วคราวในโรงเรียนสังกัด กทม.เพื่อรองรับประชาชนแล้ว




เขื่อนกั้นน้ำแตกทะลักเข้าท่วมเทศบาลตำบลศาลายา2เมตร



          เมื่อเวลา 16.30 น.ที่เขื่อนกั้นน้ำบริเวณซอยดาวทอง 1 ม. 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มวลน้ำจำนวนมากที่ไหลมาจากอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรีนนทบุรี ได้เคลื่อนตัวมายังคลองมหาสวัสดิ์ที่เชื่อมต่อคลองทวีวัฒนา แรงน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาทำให้เขื่อนกั้นน้ำบริเวณซอยดาวทอง 1 ที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ช่วยกันทำไว้ เกิดพังทลายลง มวลน้ำจำนวนมากจึงได้ทะลักเข้าไปยังเขตพื้นที่ ม. 1 ,ม. 5. ม. 6 ต.ศาลายา เข้าท่วมบ้านเรือนและถนนสายพุทธมณฑล-นครชัยศรี สูงกว่า 30 เซนติเมตรเมตร จนท่วมเข้าบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันมีปริมาณสูงกว่า 80 เซนติเมตร และในขณะเดียวกันน้ำที่ไหลมาอย่างรวดเร็ว ก็ทะลักเข้ามาในเขตเทศบาลตำบลศาลายา ท่วมบ้านเรือนที่อยู่บริเวณโดยรอบกว่า 2 เมตร ก่อนไหลทะลักข้ามถนนสายศาลายา - บางภาษี บริเวณริมทางรถไฟ ปริมาณน้ำสูง 30 เซนติเมตร ทำให้เกิดการจราจรติดขัดยาวนับกิโลเมตร แล้วไหลเข้าท่วมบ้านเรือนหลังตลาดเทศบาล อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านต้องรีบขนย้ายสิ่งของและอพยพครอบครัวออกจากพื้นที่ อย่างเร่งด่วน เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามานั้นมีจำนวนมากและเกินกว่าความคาดหมายของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่


          ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลศาลายา พร้อมด้วยหน่วยทหารกองทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี,ทหารจากกรมยุทธศึกษาทหารเรือ และจากกรมการสัตว์ทหารบก ได้นำกำลังเข้ามาช่วยกันขนกระสอบทรายมาทำเขื่อนกั้นน้ำที่ทะลักข้ามถนนสายศาลายา-บางภาษี ยาวกว่า 20 เมตร เพื่อกั้นน้ำไม่ให้ไหลข้ามถนนเข้าไปในพื้นที่ตลาดเทศบาลตำบลศาลายา แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะกั้นน้ำที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้ ทำให้น้ำจำนวนมหาศาลนั้นได้ทะลักเข้าไปในเขตพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนสูงกว่า 1 เมตร


          ต่อมาในเวลาประมาณ 18.45 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามวลน้ำมหาศาลจากคลองทวีวัฒนาได้ไหลทะลักเข้าสู่บริเวณวัดปุรณาวาส และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้กำแพงของวัดทานกระแสน้ำไม่ไหวพังทลายลงมา สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พระลูกวัด แม่ชี และชาวบ้านที่กำลังอพยพออกมาจากพื้นที่อย่างมาก


          ขณะที่ปริมาณน้ำในคลองทวีวัฒนาก็ไหลทะลักเข้ามาในวัดและชุมชนวัดปุรณาวาสอย่างต่อเนื่อง สร้างความหวั่นวิตกให้กับชาวบ้านที่กำลังขนย้ายสิ่งของออกมา โดยมีทหารเรือจากกรมยุทธศึกษาทหารเรือ,หน่วยกู้ภัยพรานพิทักษ์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ได้ช่วยกันอพยพชาวบ้านที่ยังติดค้างอยู่ภายในชุมชน


          นายชอุ่ม กันเรืองชัย อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ม. 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เล่าว่า ขณะที่กำลังนั่งดูข่าวน้ำท่วมอยู่นั้น พอหันหลังกลับไปดูหน้าบ้านก็พบว่าน้ำกำลังไหลทะลักเข้ามาในบ้านแล้ว เพียงแค่ 10 นาทีน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงเอว ด้วยความตกใจจึงรีบโทรศัพท์บอกภรรยา ก่อนที่จะรีบมาขนของออกมาแต่ด้วยแรงน้ำที่ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถที่จะขนอะไรออกมาได้ ทั้งตู้เย็นและที่นอน ของใช้ในบ้านลอยน้ำไปหมดเลย

         
          นางสาวไพจิตร สารสุก เล่าว่า ช่วงเช้ายังไม่มีน้ำเลย ตนก็คิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงได้พากันออกไปขายของ แต่พอกลับมาช่วงบ่ายก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าน้ำได้เอ่อเข้ามาถึงบ้านแล้ว และในช่วงเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงน้ำก็ได้ทะลักเข้ามาในบ้านท่วมสูงถึงหน้าอกแล้ว


          นางวิลาวัลย์ สินล้อมทรัพย์ บอกว่า หลังจากที่เขื่อนกั้นน้ำที่ทางเทศบาลและชาวบ้านช่วยกันทำนั้นแตก น้ำจำนวนมากก็ไหลทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วภายในทุกครึ่งชั่วโมงก็สูงจากหัวเข่าถึงเอวแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนสินค้าภายในร้านก็จมน้ำหมด บางอย่างที่ยกขึ้นที่สูงแล้วก็ยังไม่พ้น เพราะไม่คิดว่าน้ำจะมาสูงขนาดนี้


ชาวบ้านหนีน้ำเข้าเมืองพัทยาทำจราจรติดหนึบ



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชาชนจำนวนมากได้รับการประชาสัมพันธ์ถึงเส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการเดินทางขึ้นสู่ทางภาคเหนือและอีสาน ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลจากหลายด้าน ทั้งผ่านทางสื่อมวลชน และตำรวจทางหลวงนั้น พบว่าตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดเชื่อมลงจากถนนสายบางนา-ตราด ทางด่วนบูรพาวิถี และถนนสายมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-พัทยา มีรถขับผ่านเข้ามาใช้เส้นทางจำนวนมาก จนทำให้เกิดปัญหารถติดขัดอยู่ตลอดเวลา    

          สำหรับเส้นทางสายดังกล่าว สามารถหลบเลี่ยงเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมในเขตย่านรังสิต ปทุมธานี ที่ถูกน้ำท่วม และบาวงเส้นทางถูกตัดขาด จนทำให้การเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ผ่านประตูด้านทิศเหนือไม่ได้ โดยผู้ที่ต้องการเดินทางจึงต้องหลีกเลี่ยง เลือกที่จะขับรถเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ผ่านมาทาง ถนนสายมอเตอร์เวย์ หรือ บางนา-ตราด ทำให้การจราจรในเขตเมืองพัทยาเกิดปัญหาคับคั่งตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ทั้งนี้ พบว่าในกรณีนี้มีประชาชนจำนวนมากต่างมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อใช้เป็นจุดพักเฉพาะกิจและหนีปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จนทำให้เส้นทางบนถนนทุกสายตั้งแต่ถนนสุขุมวิท ฝั่งเขาเข้า รวมทั้งเส้นทางการจราจรในพื้นที่ทั้งสายพัทยาเหนือ กลางใต้ และจุดต่างๆคับคั่งไปด้วยยานพาหนะและผู้คน จนการจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การท่องเที่ยวดูคึกคักด้วยเช่นกัน