ข่าว

กทม.ประกาศ14เขตเฝ้าระวังน้ำท่วม

กทม.ประกาศ14เขตเฝ้าระวังน้ำท่วม

26 ต.ค. 2554

สรุปกทม.ประกาศ14เขตเฝ้าระวังน้ำท่วม บางกรวยยังวิกฤติหนัก เจ้าอาวาสวัดปราสาทหวั่นโบสถ์มหาอุตม์สมัยอยุธยาถูกน้ำเซาะภาพเขียนประวัติศาสตร์ พ่อเมืองปากน้ำเตือนประชาชนอย่าหวั่นวิตกน้ำเหนือ

          26ต.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ประกาศพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม ประกอบด้วย 1.มีนบุรี 2.ลาดกระบัง 3.หนองจอก 4.คลองสามวา 5.คันนายาว 6.บางเขน 7.หลักสี่ 8.ดอนเมือง 9.บางซื่อ 10.จตุจักร 11.สายไหม และ 12. บางพลัด โดยในคืนนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.จะมีการประกาศพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มอีกสองเขต ได้แก่ ลาดพร้าว และวังทองหลาง รวม 14 เขต จากทั้งหมด 50 เขตในกรุงเทพฯ


ทะเลหนุนน้ำท่วมแผ่ขยายไปโลตัสบางพลัด


          ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลังจากเหตุการณ์กำแพงกั้นน้ำที่อยู่ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 74 (ชุมชนบางอ้อ) แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด พังทลายลงเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามาในซอยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ซอยจรัญสนิทวงษ์ 76,78 และ 80 ถูกน้ำท่วมไปด้วย อีกทั้งมวลน้ำยังได้ไหลเอ่อออกมาบริเวณปากซอย และยังได้ไหลไปยังซอยฝั่งตรงข้ามทำให้น้ำท่วมเป็นระยะกว่า 500 เมตร โดยมีระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 80 ซม. ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงต้องทำการตัดไฟ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดการจราจรเนื่องจากรถเล็กไม่สามารถสัญจรเส้นทางดังกล่าว


          ล่าสุดสถานการณ์ในเช้าวันนี้น้ำทะเลได้หนุนเข้ามา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นกว่าเดิมอีกประมาณ 10-20 ซม. อีกทั้งน้ำยังแผ่ขยายไปยัง รพ.ยันฮี และโลตัส บางพลัด โดยมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่างอพยพออกจากพื้นที่ โดยยังมีเพียงบางส่วนที่เฝ้ารอดูสถานการณ์อีกที ส่วนที่จุดน้ำทะลักเข้ามายังไม่สามารถอุดได้ โดยในเย็นวันนี้น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้งประมาณ 2.46 เมตร ในเวลาประมาณ 17.00 น.


          ด้านนางประพา ฟองศรัณย์ อายุ 51 ปี พนักงานการไฟฟ้านครหลวงบางกอกใหญ่ กล่าวว่า ตั้งแต่ประสบปัญหาน้ำท่วมตนไม่ได้ไปทำงาน 2 วันแล้ว เนื่องจากเข้าออกลำบากอีกทั้งยังเป็นห่วงลูกอีก 2 คนที่อยู่ในบ้านซอยจรัญสนิทวงศ์ 85 โดยเฉพาะของกินเริ่มร่อยหรอลง ต้องออกไปหาซื้อมาตุนไว้ แต่ก็หาซื้อยากมาก ขนาดในตลาดสดยังหาแทบไม่ได้เลย สิ่งที่ชาวบ้านระแวกชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ต้องการมากที่สุดก็คือเรื่องของสุขาและยาทาน้ำกัดเท้าจึงอยากฝากเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวช่วยมาดูแลเรื่องนี้ด้วย



บางกรวยยังวิกฤติหนักหวั่นน้ำเซาะภาพเขียนประวัติศาสตร์



          สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ยังวิกฤติหนัก น้ำเข้าท่วมในพื้นที่หลายแห่ง เส้นทางจราจรสายหลัก ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ถูกน้ำท่วมสูงเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแล้ว ทำให้ชาวบ้านหลายชุมชนหลายแห่งเริ่มขาดแคลนน้ำดื่มและอาหารแล้ว

          พระครูวิสุทธิจริยาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดปราสาท ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางวัดกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักกับสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ของวัด เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 1 เมตรนั้น ได้ไหลเข้าท่วมรอบโบสถ์มหาอุตม์ของวัด ที่สร้างขึ้นในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยาแล้ว ซึ่งภายในโบสถ์แห่งนี้ยังมีภาพเขียนบนผนังกำแพงในสมัยอยุธยา ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถานโบราณวัตถุเอาด้วย จึงเกรงว่าน้ำจะเข้าท่วมภายในโบสถ์และสร้างความเสียหายให้กับภาพเขียนบนผนังดังกล่าว ทางวัดจึงต้องการเปิดรับบริจาคกระสอบทรายจำนวนมากจากผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือวัด ในการป้องกันโบสถ์และภาพเขียนบนพนังซึ่งเป็นประวัติศาสตร์เอาไว้ โดยสามารถนำมาบริจาคได้ที่วัดตลอดเวลา

          ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังได้รับแจ้งจากชาวบ้านรอบชุมชนวัดชะลอ อ.บางกรวย ว่า หลังจากที่ถูกน้ำจากคลองบางกรวยซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้ามาท่วมบ้านเรือนมานานหลายวันแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือหรือนำถุงยังชีพมาให้ ทำให้ชาวบ้านที่ยังติดอยู่ที่ชั้นบนของบ้านเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มแล้ว และยังประสบปัญหาเรื่องของการขับถ่ายที่ห้องน้ำถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้ทำธุระได้


          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรีในวันนี้ ยังได้ขยายวงกว้างออกไปอีก โดยเฉพาะที่บริเวณเชิงสะพานพระราม 5 ขาออกไปทางวงเวียนถนนราชพกฤษ์ ได้ถูกน้ำท่วมสูงจนรถเล็กไม่สามารถเดินทางสัญจรผ่านได้แล้ว เนื่องจากมวลน้ำจากอำเภอบางบัวทองและอำเภอบางใหญ่ไหลมาสมทบในเขตดังกล่าว ก่อนจะไหลลงคลองมหาสวัสดิ์ในเขตอำเภอบางกรวยไปยังเขตบางพลัดและเขตตลิ่งชันของกรุงเทพมหานคร ในขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ยังหนุนสูง 2.65 เมตรในวันนี้



พ่อเมืองปากน้ำเตือนประชาชนอย่าหวั่นวิตกน้ำเหนือ


    เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการนายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เป็นประธานการประชุมซักซ้อมการเตรียมการอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทั้ง 6 อำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม


          โดยนายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการอพยพประชาชนหากเกิดน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใน อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธงและอำเภอบางพลี แต่ยังถือว่าจังหวัดสมุทรปราการ โชคดีที่มีสถานีสูบน้ำจำนวน 9 สถานี แต่หากน้ำมามาก ทางจังหวัดได้เตรียมการอพยพเป็น 2 ระดับคือ หากน้ำท่วมไม่รุนแรงจะใช้ศูนย์พักพิงชั่วคราว ของแต่ละอำเภอ ที่ได้จัดเตรียมไว้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และหากน้ำท่วมจนถึงขั้นวิกฤติก็จะประสานขออพยพประชาชนไปนอกพื้นที่ในเบื้องต้นได้ประสานไปยังจังหวัดชลบุรีเพื่อเตรียมรองรับการอพยพแล้ว รวมทั้งให้จัดเตรียมยานพาหนะ ทั้ง รถยนต์ เรือสำหรับเคลื่อนย้ายประชาชน และ จัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภคไว้ให้พร้อม โดยให้เตรียมความพร้อมให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้นายอำเภอแต่ละอำเภอตรวจสอบพื้นที่ๆเตรียมการอพยพให้ชัดเจนว่ามีพื้นที่ใดบ้างและมีประชาชนที่จะต้องอพยพประมาณกี่คนเพื่อจัดเตรียมแผนอพยพไว้อย่างเป็นระบบ ขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดซื้อเรือท้องแบน จำนวน 400 ลำแล้ว โดยให้แต่ละอำเภอทำเรื่องขอเรืออำเภอละ 50 ลำส่วนในพื้นที่ ต.เปร็ง ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงได้มอบเรือติดเครื่องจำนวน 10 ลำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้ว พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ในการเตรียมการอพยพไว้อย่างเป็นระบบ ส่วนเรื่องอาหารมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ


          สำหรับประชาชนที่พักอาศัย อยู่ริมสองฝั่งคลองในพื้นที่ ที่จะเป็นเส้นทางการระบายน้ำขอให้ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และหากน้ำท่วมสูงก็ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็ก สตรี คนชราและผู้พิการอพยพออกมาอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนตื่นตัวแต่อย่าตื่นตระหนกกับกระแสข่าวมากจนเกินไป ซึ่งทางจังหวัดจะได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ชนิดวันต่อวัน

 

กทม.ชี้น้ำทะลหนุนหวั่นกระทบกรุงเทพฯสิ้นเดือนนี้

          ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กรุงเทพมหานคร(กทม.) สรุปสถานการณ์น้ำล่าสุด ช่วงเวลา 18.00 น. ว่า ปริมาณน้ำเหนือท้ายเขื่อนเจ้าพระยาบวกพระราม 6 อยู่ที่ 3,645 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวัดที่ปากคลองตลาดสูงสุดอยู่ที่ 2.40 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

          นอกจากนี้ คาดว่าพรุ่งนี้ 27 ต.ค. จะมีน้ำทะเลหนุนสูงในเวลา 07.07 น. ระดับ 1.17 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และในเวลา 17.18 น. ระดับ 1.16 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นระดับน้ำทะเลหนุนผิดปกติประมาณ 15-20 ซม. หากปรากฏการณ์นี้ยังไม่อ่อนกำลังลงจะมีผลกระทบต่อกรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือน ส่วนน้ำทุ่งเริ่มเดินทางมาถึงคลองหกวาสายล่าง ทำให้ระดับน้ำในคลองสองเพิ่มสูงขึ้น 20 ซม. จาก 6 ชั่วโมงที่แล้ว

          ขณะที่ระดับน้ำในคลองต่างๆ ซึ่งเปรียบเทียบกับ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้แก่ ระดับน้ำคลองเปรมประชากรหน้าวัดเทวสุนทร เขตบางเขน อยู่ในระดับเตือนภัย โดยสูงกว่าวานนี้ 5 ซม. คลองทวีวัฒนาด้านนอก (ฝั่งนนทบุรี) ระดับ 2.07 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนคลองรังสิตช่วงคลองหนึ่ง สูง 1.1 ซม.ช่วงคลองสามสูง 1.7 ซม. ส่วนคลองอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ยังปกติ

          ทั้งนี้ ขณะนี้มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ได้แก่ 1.ถนนสิรินธร หน้ากรมทางหลวงถึงปากซอยรุ่งประชาเต็มผิวจราจร 2.ถนนวิภาวดีฯ ช่วงดอนเมืองและถนนพหลโยธิน ตั้งแต่อนุสรณ์สถานถึงซอยพลโยธิน 54/1 3.ถนนแจ้งวัฒนะเป็นช่วงๆ ตลอดจากคลองประปาถึงกรมทหารฯ 4.น้ำท่วมขัง ถนนจรัญสนิทวงศ์ ช่วงซอยจริญสนิทวงศ์ 41 ถึงซอย 45 เต็มผิวถนน 5.เชิงสะพานปิ่นเกล้าถึงหน้าห้างพาต้า เต็มผิวถนน

          6.พื้นที่สำนักงานเขตบางพลัดมีน้ำล้นจาก อ.บางกรวย และมีปัญหาเขื่อนของเอกชนชำรุดเสียหาย เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงผิดปกติ 7.มีน้ำล้นคันกั้นน้ำบริเวณใต้สะพานกรุงธน (ฝั่งธนบุรี) เสริมแนวคันให้สูงขึ้นอีก 8. ในซอบจรัญฯ 80 การแก้ไขแนวป้องกันต้องใช้เวลา 3-4 วัน 9.ถนนทรงวาด แนวคันเอกชนชำรุดมีน้ำท่วมผิวจราจร มีน้ำท่วมขัง 50-60 ซ.ม. กำลังเร่งแก้ไข 9.ถนนมหาราช ช่วงท่าพระจันทร์ถึงท่าช้าง และ 10.ถนนจันทร์ถึงถนนมหาราช