ข่าว

คาด1เดือนกู้นิคมอยุธยาแห่งแรกเสร็จ

คาด1เดือนกู้นิคมอยุธยาแห่งแรกเสร็จ

26 ต.ค. 2554

คาดการกู้นิคมอุตสากรรมแห่งแรกของอยุธยาใช้เวลา1 เดือน ขณะที่น้ำเริ่มลดลงประชาชนหนีภัยเริ่มกลับเข้าบ้าน ปทุมธานีไจก้า ส่งผู้เชี่ยวชาญคุณภาพน้ำและแนวทางป้องกันน้ำท่วมช่วย กปน.เรือสุพรรณแพงเจ้าของเต้นท์รถยนต์ทำแพช่วยผู้อพยพทำอาหารเลี้ยงฟรี

           เมื่อวันที่26 ต.ค.2554 นายทวีนริศสิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมจังหวัด   เปิดเผยว่า   ได้เชิญผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่มาร่วมประชุม เพื่อพิจารณาถึงการกู้นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับความเสียจากภาวะน้ำท่วม  โดยที่ประชุมเห็นชอบให้กู้นิคมอุตสาหกรรมโรจนะเป็นแห่งแรก โดยจะสูบน้ำออกในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ รวมทั้งหมด 8 เฟสด้วยกัน เฟสที่ 1-6 จำนวน 8 จุด เฟสที่ 7/3 จุด และเฟสที่ 8/1 จุด ส่วนการสูบมวลน้ำทั้งหมดบนเนื้อที่ 10,000 ไร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือนพฤศจิกายน และสามารถเปิดดำเนินการได้ในวันที่ เดือนธันวาคม



น้ำลดลงประชาชนที่หนีภัยเริ่มกลับเข้าบ้าน



          ขณะที่สถานการณ์น้ำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเกาะเมือง  อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธยา ยังทรงตัวอยู่ที่ 1.60 เมตร ขยับตัวลงมา 20 ซม.  ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ดีขึ้น  ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และย้ายออกไปอยู่กับญาติต่างจังหวัด รวมถึงศูนย์พักพิงต่างๆ เริ่มกลับเข้าบ้าน เพื่อสำรวจความเสียหายและทำความสะอาด


          ส่วนพื้นที่อ.มหาราช อ.บ้านแพรก อ.อุทัย อ.บางปะหัน ระดับน้ำลดลง ถนนสายเอเซีย ช่วงตั้งแต่ จ.อ่างทองถึงหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำลดลงรถยนต์ รถกระบะวิ่งได้แล้วมีท่วมสูงบางช่วง แต่ก็ยังสามารถวิ่งผ่านได้   อย่างไรก็ดีถนนสายเอเซียหลายจุดพื้นผิวถนนชำรุดเป็นหลุมเพราะน้ำที่ท่วมเป็นเวลานาน และมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งลุยน้ำทำให้พื้นผิวถนนชำรุด


ปทุมธานีไจก้าส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยกปน.


          เจ้าหน้าที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(ไจก้า) เข้าพบ นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เพื่อแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประปาจากเมืองโอซาก้า ได้เดินทางมาช่วยให้คำแนะนำในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพน้ำและแนวทางป้องกันน้ำท่วมในระบบผลิตของโรงงานผลิตน้ำของ กปน. เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยและสามารถผลิตน้ำประปาที่มีคุณภาพให้ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะอยู่ช่วย กปน. จนกว่าสถานการณ์ น้ำจะคลี่คลาย



น้ำประปาบางพื้นที่ขุ่น-ไม่ไหล


          นายวิกรมสุวรรณชมภู ผู้ช่วยผู้ว่าการ กปน. แจ้งว่า ขณะนี้ ได้มีผู้ใช้น้ำโทรเข้ามาร้องเรียนที่สายด่วน กปน. โทร 1125 เป็นจำนวนมาก กรณีน้ำประปาขุ่นและมีกลิ่นในพื้นที่นนทบุรีและธนบุรี ที่ใช้น้ำจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ สาเหตุเนื่องจากเกิดฝนตกหนัก บริเวณ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทำให้น้ำดิบมีความขุ่นสูงกว่า 100 NTU ซึ่งสูงกว่าปกติถึง 2 เท่า ประกอบกับมีน้ำท่วมเข้ามาในคลองประปาบางช่วง จึงทำให้คุณภาพน้ำประปาจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ในช่วงนี้ลดลง มีกลิ่นและสีผิดปกติไปจากเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำเพื่อให้สามารถรองรับน้ำดิบที่มีปัญหานี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนการผลิตจ่ายน้ำยังคงจ่ายเป็นปกติ แต่ปริมาณลดลงบ้าง เนื่องจากต้องใช้เวลาในการปรับปรุงคุณภาพและการตกตะกอนนานขึ้น ซึ่ง กปน. ได้แก้ไขโดยส่งน้ำจากโรงงานผลิตน้ำบางเขนไปเสริมแล้ว แม้ว่าจะยืนยันว่าน้ำประปายังคงปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรคและสารพิษก็ตาม หากประชาชนไม่มั่นใจ ก็อาจนำน้ำไปต้มหรือกรองก่อนบริโภคก็ได้เพื่อความสบายใจ


ส่วนกรณีน้ำประปาไม่ไหลในบางพื้นที่ของอ.บางบัวทอง อาทิ ซอยโรงเรียนสารสาสน์ อาจเกิดจากท่อแตกรั่ว แต่เนื่องจากยังมีน้ำท่วมขังสูงเต็มทุกพื้นที่ ยังไม่สามารถตรวจสอบและซ่อมแซมได้ ส่วนที่โรงพยาบาลไทรน้อย กปน. ได้ดำเนินการแก้ไขจนน้ำไหลเป็นปกติแล้ว



เรือสุพรรณแพงทำแพช่วยผู้อพยพ



          ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วมหลายจังหวัดส่งผลให้เรือทุกประเภทราคาสูงมากขึ้น นายเอนก นพรัตน์ ชาวบ้านกร่าง เจ้าของศูนย์บริการนพรัตน์มอเตอร์ จ.สุพรรณบุรี จึงได้มีความคิดลงทุนควักกระเป๋าสตางค์ตัวเอง ต่อแพขนาดใหญ่ สามารถอพยพชาวบ้านได้ราวครั้งละ 15 คน และสามารถบรรทุกขนย้ายรถยนต์ได้ครั้ง 1 คัน เนื่องจากขณะนี้ราคาเรือเพิ่มสูงมากขึ้น ทั้งเรือไฟเบอร์ หรือเรือพลาสติกลำละ เกือบ 10,000 บาท ส่วนเรือท้องแบน ก็ราคาเป็นแสน สำหรับแพที่สร้างขึ้นมานี้ ราคาต้นทุนค่าอุปกรณ์ มีเหล็ก ไม้พื้น ท่อพีวีซี ราคาประมาณ 10,000 บาท เท่านั้น ซึ่งหน่วยงานราชการ หน่อยงานเอกชนที่สนใจสมารถติดต่อของแบบได้ฟรี หรือสั่งต่อเพิ่มได้โดยไม่คิดค่าแรง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระทางราชการและเป็นการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ล่าสุดจะนำแพที่ต่อเสร็จแล้ว กับเรือ 1 ลำ และเจ็ตสกีอีก 1 ลำ ที่ตนมีอยู่จะนำไปช่วยเหลือ พี่น้องชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี


          ที่ผ่านมานายเอนก พร้อมครอบครัว ได้ทำอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชาวบ้านชุมชนบ้านดอนศาลา หมู่ 5 ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ฟรี ทั้ง 3 มื้อ มานานกว่า 1 เดือน ซึ่งมีทั้งเด็ก คนชราและคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาแล้วครั้งหนึ่ง