ข่าว

หนังน้ำท่วม

หนังน้ำท่วม

27 ต.ค. 2554

หนังน้ำท่วม:หนังจอกว้าง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

           ช่วงเวลาที่นั่งเขียนคอลัมน์ ยอมรับว่าไม่มีสมาธิ ไร้ซึ่งกะจิตกะใจ บางครั้งก็ตื่นเต้น (แต่ไม่ถึงกับตื่นตระหนก แต่พยายามตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น) และหลายๆ ครั้งที่รู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ ห่อเหี่ยว และหดหู่ กับการทำงานของภาครัฐ ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เมืองไทยพบเจอปรากฏการณ์ที่สื่อหลายสำนักเรียกกันว่าเป็น ‘มหาอุทกภัย’ ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
 
          ตลอดสองสัปดาห์มานี้ ผมปฏิเสธที่จะเข้าโรงหนัง เดินห้างสรรพสินค้า ภารกิจประจำวันหลังเลิกจากงานประจำคือกลับมาบ้านนั่งติดตามข่าวสาร หรือไม่ก็ออกตระเวนสำรวจพื้นที่รอบๆ ย่านบ้านพักอาศัย เฝ้าระวังคอยติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด (บางครั้งก็ชิดใกล้เกินไปจนเกือบจะมีอาการเข้าขั้นวิตกจริตไปแล้ว) แต่สุดท้ายก็ปลงได้ว่า จะกลัวทำไม ในเมื่อพี่น้องชาวอยุธยา นครสวรรค์ ปทุมธานี นนบุรี และอีกหลายจังหวัด ล้วนประสบทุกขพิบัติภัย น้ำท่วมใหญ่ กันมากเหลือ รู้ว่าพี่น้องเราเหล่านั้นทุกข์ยาก แต่ไม่เห็นมีใครคร่ำครวญโอดโอย จะเป็นจะตายกับสิ่งที่เกิดขึ้น เห็นแต่ภาพพวกเขาเหล่านั้น ก้มหน้าก้มตา หลังสู้ฟ้า หน้าสู้น้ำ(ท่วม) ต่อสู้กับ ‘มหาอุทกภัย’ อย่างไม่ย่นย่อต่อชะตากรรมที่ได้รับ ขณะเดียวกัน ธารน้ำใจของคนไทยด้วยกันที่ต่างถาโถมคอยช่วยเหลือเกื้อกูลก็มากมีมหาศาล ไม่แพ้มวลน้ำที่ท้นเอ่อ ท่วมบ้านเรือนไร่นา จนทั้งเมืองจมอยู่ใต้บาดาล
 
          สิ่งที่เกิดขึ้น หากกะพริบตามองอีกสักครั้งอย่างเพ่งพินิจ เราอาจพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่ามีความสำคัญในฐานะหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ส่งผลสะเทือนในหลายๆ มิติของสังคม แน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของคนไทยจำนวนมากแทบจะถ้วนทั่วทุกตัวคน ลองคิดเล่นๆ ว่า เป็นไปได้มั้ยครับ ถ้าบังเอิญเรามีกล้อง และบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้เอาไว้ ในหลากหลายแง่มุม ตั้งแต่ภาพความสูญเสียของเรือกสวน ไร่นา อาคารบ้านเรือน ภาพความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นสายน้ำเชี่ยวกราก กัดเซาะพังทลายสิ่งกีดขวางยามเมื่อมันไหลเข้าปะทะ หรือภาพอันน่าประทับเมื่อได้เห็นคนไทยทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย และแม้แต่ภาพของการร่วมแรงแข็งขันสร้างพนังกั้นน้ำ ปกบ้านป้องเมืองของตนให้รอดพ้นของผืนน้ำ ที่หลากล้นไหลปรี่ ทะลักทลายฟากฝั่ง มุ่งกลืนกินผืนดินตรงหน้า หากเราบันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ วันหนึ่งข้างหน้ามันจะกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันสำคัญที่ถูกนำมาเล่าขานผ่านไปสู่ยุคสมัยต่อไป ให้คนข้างหลังได้เรียนรู้ ศึกษา และอาจนำมาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขหรืออาจเตรียมรับมือได้ต่อไปในวันข้างหน้า หรือไม่ก็เพื่อให้คนเหล่านั้นได้รู้จักกับอดีต ที่ครั้งหนึ่งบ้านเมืองของเขาได้เผชิญหน้ากับมหันตภัยทางธรรมชาติครั้งใหญ่มาแล้ว
 
          โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ดูจะเล็กจ้อยไปเลย เมื่อเทียบกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2485 ที่มีคนนำมาโพสต์บนยูทูบ ทั้งภาพคนแจวเรือที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ภาพการจราจรทางน้ำอันขวักไขว่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เรื่อยละมาถึงท้องสนามหลวง ไปจนสุดถนนราชดำเนิน สิ่งที่ปรากฏล้วนแสดงให้เห็นว่า คนรุ่นก่อนหน้า ต่างเผชิญความยากลำบากกว่าเราไม่รู้ตั้งกี่เท่า(ถ้าสังเกตดีๆ ในหนังข่าวชุดนี้ เผลอๆสาวๆ รุ่นคุณย่าคุณยายบางคนอาจจะสนุกไปกับการพายเรือด้วยซ้ำ เพราะดูหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสเหลือเกิน) นั่นคงพอทำให้เราคลายความทุกข์กังวลลงไปได้บ้างว่า วารีพิบัติครั้งนี้ หาได้เป็นอาเพศเหตุร้าย บ้านเมืองถึงกาลล่มสลายไม่ หากแต่เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่นานปีจะหมุนเวียนมาบรรจบครบรอบของมันอีกครั้ง ภาพยนตร์ขนาด 16 มม.ที่บันทึกไว้โดย อ.แท้ ประกาศวุฒิสาร ได้กลายเป็นจดหมายเหตุที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยต่างมีโอกาสชม ‘หนังข่าว’ ชิ้นนี้กันไปแล้ว หลายคน(รวมทั้งตัวผม)รู้สึกว่า ถ้ากรุงเทพฯเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่เหมือนในครั้งกระโน้นจริง เราคงจะรับมือได้อย่างไม่ยี่หระ
 
          หลายคนบอกว่า ความสำคัญอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ คือการเป็นบทบันทึกส่วนเสี้ยวของประวัติศาสตร์ ถือเป็นหลักฐานที่บ่งบอกความเป็นไปในยุคสมัย รวมถึงทัศนคติของผู้คนในสังคม มีข้อคนตั้งข้อสังเกตว่าหนังสั้นที่เข้าประกวดในเทศกาลหนังสั้นของมูลนิธิหนังไทยในช่วงสองสามปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็นหนังฟีเจอร์หรือดอคคิวเมนทารี่ คือไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ต่างมีเนื้อหาที่พูดถึงประเด็นทางการเมือง หรือไม่แฝงเร้นนัยทางการเมืองอยู่กลายๆ นั่นหมายถึง ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สังคมไทยที่ตกอยู่ภาวะความขัดแย้งทางการเมืองอันร้อนแรง คนในสังคมก็ประจักษ์ถึงเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านสื่อภาพยนตร์ ด้วยเช่นกัน
 
          นี่คืออิทธิพลของภาพยนตร์ครับ และถ้ามหาอุทกภัยครั้งนี้ ส่งผลสะเทือนไปทั่วทุกหย่อมหญ้าองคาพยพ ใครที่เบื่อๆเซ็งๆกับปัญหาน้ำท่วม ลองหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเล่นๆ (แนะนำให้ใช้โหมดวิดีโอ) ใครไม่มีก็โทรศัพท์มือถือนี่ล่ะครับ รุ่นที่ถ่ายรูปและวิดีโอได้ แต่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม และไม่มีปัญหาถ้าต้องติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้าง ไม่แน่ว่า คุณอาจเป็นส่วนหนึ่งของผู้บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์...
 
          เพราะในอนาคต สามสิบ สี่สิบ หรือห้าสิบปีข้างหน้า คลิปวิดีโอ หรือหนังสั้นของคุณ ไม่เพียงเป็นหลักฐานที่บ่งบอกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ หากแต่ยังอธิบายความเป็นไปในยุคสมัยเราให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เหมือนเช่นที่เรารู้สึกระหว่างนั่งดูคลิปน้ำท่วม ปี พ.ศ. 2485 ของ อาจารย์แท้ ก็เป็นได้ครับ