ข่าว

สสปน.ทุ่ม200ล้านฟื้นตลาดไมซ์คาดรายได้ต่ำกว่าเป้าหมื่นล้าน-ปีนี้แข่งขันรุนแรง

สสปน.ทุ่ม200ล้านฟื้นตลาดไมซ์คาดรายได้ต่ำกว่าเป้าหมื่นล้าน-ปีนี้แข่งขันรุนแรง

01 พ.ค. 2552

ตลาดไมซ์รับสภาพปีนี้รายได้พลาดเป้าราวหมื่นล้าน เท 200 ล้านบาท งัด 5 ยุทธศาสตร์กระตุ้นเชิงรุก เชื่อตลาดทั่วโลกหดตัวลง 20% การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น เผยหลายประเทศหันมาหารายได้จากตลาดไมซ์มากขึ้น

 นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานแสดงสินค้านานาชาติ และรักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. กล่าวว่า จากปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการจัดประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์) ทั้งสถานการณ์การเมือง วิกฤติเศรษฐกิจโลก และการแพร่ระบาดของไข้หวัดเม็กซิโก จะทำให้เป้าหมายของอุตสาหกรรมไมซ์ลดลงจากเป้าที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีราว 20-30% โดยในแง่ของรายได้ลดลงเหลือ 4.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.1 หมื่นล้านบาทจากเป้าเดิม 5.2 หมื่นล้านบาท

 “การเมืองที่ไม่นิ่งทำให้ประเทศคู่แข่งได้เปรียบมากๆ โดยเฉพาะเพื่อนบ้าน ดังนั้น การวางกลยุทธ์ด้านการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ปกติช่วยไม่ได้อีกแล้ว สสปน.จึงต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นเพื่อแข่งขัน” นางศุภวรรณกล่าว

 ทั้งนี้ สสปน.ใช้งบกว่า 200 ล้านบาท วาง 5 ยุทธศาสตร์ในการกระตุ้นและฟื้นฟูตลาดไมซ์ ได้แก่ 1.มาตรการกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก โดยการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อ 2.การจัดแฟมทริป สร้างประสบการณ์ไมซ์ในสถานที่จริง รวมทั้งเดินสายเทรดโชว์และโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นร่วมกับทีมไทยแลนด์และผู้ประกอบการไมซ์ รวมกว่า 14 งาน

 3.มาตราการด้านการส่งเสริมการตลาด โดยการออกแคมเปญส่งเสริมการขายเร่งด่วน 3 แคมเปญสำคัญ เช่น การพัฒนาแคมเปญพิเศษสำหรับตลาดประชุมนานาชาติ "บริงค์ มอร์ เอนจอย มอร์" ให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทจัดการเดินทางและสมาคมวิชาชีพที่นำกลุ่มเข้าร่วมสัมนานานาชาติ ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป 4.มาตราการด้านการสื่อสารแบบ 360 องศา เน้นการสื่อสารด้วยสื่อออนไลน์ และการใช้บุคคลอ้างอิงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ และ 5.มาตราการตลาดในประเทศ โดยการพัฒนา 4 จังหวัดหลักของประเทศไทยเป็นเมืองแห่งธุรกิจไมซ์ ได้แก่ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ

 นางศุภวรรณ กล่าวด้วยว่า แนวโน้มการอุตสาหกรรมไมซ์ในแง่จำนวนผู้เดินทางในปีนี้ทั่วโลก และในเอเชียได้ประเมินในทิศทางเดียวกัน โดยเชื่อว่าจะมีการเดินทางของกลุ่มนี้ลดลงราว 20% ทำให้การแข่งขันทั่วโลกชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับตลาดไมซ์มากขึ้น โดยได้ตั้งหน่วยงานมาดำเนินการด้านไมซ์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ พร้อมกับการออกโปรโมชั่นแรงเพื่อแข่งขันในลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศไทย