ข่าว

น้ำชีทะลักเข้ากาฬสินธุ์ไม่หยุด

น้ำชีทะลักเข้ากาฬสินธุ์ไม่หยุด

26 ต.ค. 2554

น้ำชีทะลักเข้ากาฬสินธุ์ไม่หยุดทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องปิดการจราจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 214 กาฬสินธุ์ - ร้อยเอ็ด ขณะที่มีคนแก่เริ่มป่วยด้วยโรคที่มากับน้ำจำนวนมาก

         26 ต.ค.54 มวลน้ำจากการระบายน้ำของของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ทำให้พื้นที่จ.กาฬสินธุ์มีมวลน้ำในพื้นที่มากกว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร  นอกจากนี้ยังมีการระบายน้ำมากถึง 34 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้น้ำในแม่น้ำชีทะลักพื้นที่  โดยเฉพาะบริเวณ  กม. 21-25 รอยต่อระหว่างต.ดงลิง อ.กมลาไสยและต.ลำชี อ.ฆ้องชัย พนังกั้นแม่น้ำชีตลอดทั้งแนวถูกน้ำเซาะจนพังทลายเสียหายเป็นระยะ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถอุดรอยแตกของพนังได้

         ขณะที่ การเจาะถนนเพื่อที่จะระบายน้ำชีที่ทะลักเข้าท่วมนาข้าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านต้องระมัดระวังในการใช้เรือสัญจรไปมาในพื้นที่เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกรากมาก  ส่วนบริเวณถนนทางหลวงหายเลข 214  กาฬสินธุ์ - ร้อยเอ็ดน้ำยังท่วมสูง ต้องปิดการจราจรเพราะน้ำขึ้นสูงกว่า 1 เมตร

       ส่วนที่ศูนย์อพยพของจังหวัด ทางเหล่ากาชาดจังหวัดร่วมกับสาธารณสุขและโรงพยาบาลในพื้นที่ได้ระดมทีมแพทย์เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจสุขภาพรักษาอาการป่วยของประชาชน  โดยพบว่ามีคนชราประมาณ 20 รายที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันมีโรคแทรกซ้อนเข้ามา บางคนป่วยเป็นโรคเครียด  โรคน้ำกัดเท้าแล้ว 20 ราย

      ทั้งนี้ ส่วนความเสียหายในทรัพย์สิน ขณะนี้มีบ้านเรือนราษฎรที่ถูกน้ำท่วมอยู่กว่า 1,000 หลังคาเรือน  นาข้าวที่รอการเก็บเกี่ยวอีกกว่า 120,000 ไร่

 

น้ำท่วมเริ่มลดต่อเนื่อง คาด 1 เดือนเข้าสู่ภาวะปกติ

      นายพยัต ชาญประเสริฐ รอง ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้น้ำได้เริ่มลดลงแล้ว ตัวเลขสำรวจเบื้องต้นพบพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 300,000 ไร่ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนประชาชนที่เดือดร้อนขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขจากอำเภอต่างๆ โดยมีอำเภอที่แจ้งมาแล้ว คือ อ.ชนบท ประมาณ 1,700 คน อ.ชุมแพประมาณ 1,000 คน 

      ทั้งนี้ หลังจากน้ำลดจังหวัดได้หามาตรการช่วยเหลือและแผนฟื้นฟูต่างๆ จะต้องดำเนินการโดยเร็วทั้งในเรื่องการเกษตร การซ่อมแซมถนนที่สึกหรอโดยเร็วที่สุด แต่คาดว่าการดำเนินการดังกล่าวน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน การดำเนินการถึงจะสำเร็จ โดยงบประมาณที่จะใช้จะเป็นงบในท้องถิ่นและเป็นงบจากส่วนกลางที่เราจะทำเรื่องเสนอเข้าไปที่ส่วนกลาง ส่วนการเข้าไปเยียวยาฟื้นฟูสุขภาพและจิตใจประชาชนนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าไปดำเนินการแล้ว ทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพประชาชน การป้องกันระวังโรคจากน้ำท่วมขัง และการฟื้นฟูจิตใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

      ขณะที่ นายทรงวุฒิ กิจวรวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำมีจำนวน 2,828 ล้าน ลบ.เมตร ความจุอ่าง 116 % ขณะที่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละประมาณ 26 ล้าน ลบ.ม.ส่วนการระบายน้ำออกวันละ 36 ล้านลบ.ม.ไม่สามารถรับน้ำได้อีก ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น นั้น คาดว่าอีกไม่เกิน 1 เดือน น้ำคงจะลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติได้ หากทางเขื่อนระบายน้ำออกจากเขื่อนลดเหลือต่ำกว่า 100%

 

เร่งเปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำบางปะกง-อ่าวไทย

      นายสมชาย คณาประเสริฐกุล ผอ.โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิต กล่าวว่า การระบายน้ำในเขตรับผิดชอบของโครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิต ซึ่งมีประตูที่ระบายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกง 14 แห่ง และออกปากอ่าวไทย 3 แห่ง สามารถระบายน้ำได้วันละ 13 ล้าน ลบ.เมตร ขณะที่รับน้ำเข้ามาจากคลองตอนบน ประตูระบายน้ำหนองจอกและประตูระบายน้ำคลองประเวศ รวมกันประมาณ 12 ล้าน ลบ.เมตร ซึ่งขณะนี้ทุกประตูระบายน้ำเร่งเดินเครื่องสูบออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ประตูน้ำท่าไข่ ประตูน้ำท่าถั่วและประตูน้ำบางขนาก ซึ่งเป็นประตูขนาดใหญ่

      จากการประเมินสถานการณ์ของน้ำเหนือที่ถูกระบายจาก กทม.และปทุมธานี ส่วนใหญ่จะผลักดันออกไปทางคลองแสนแสบ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ส่วนประตูระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ สูบน้ำได้วันละ 9 ล้าน ลบ.เมตร เมื่อรวมกับฉะเชิงเทรา จะสูบน้ำออกได้วันละ 22 ล้าน ลบ.เมตร เป็นการสูบน้ำออกมากกว่าที่รับมาถึง 6 ล้าน ลบ.เมตร ในพื้นที่ฉะเชิงเทราโดยเฉพาะในตัวเมือง จะมีน้ำระบายจากประตูหนองจอก เข้าคลองนครเนื่องเขต บ้างแต่เดินเครื่องสูบน้ำออกบางปะกงตลอดเวลา คาดว่าไม่ส่งผลกระทบมากนัก อย่างหนักที่สุดไม่น่าจะเกินจาก 30 - 50 ซม.

 

 

เขื่อนสิริกิติ์ปรับการพร่องน้ำหลังปริมาณน้ำใกล้ 100%

      นายธนรัชต์ ภูมิมะกสิกร ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เขื่อนสิริกิติ์ ปรับการระบายน้ำ เป็นครั้งที่ 7 ในรอบเดือนตุลาคม และขณะนี้ได้รับการประสานจากคณะอุนกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทานให้ปรับการระบายน้ำ พิจารณาตามปริมาณการไหลเข้าของน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และให้กระทบต่อสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด

      ล่าสุด ได้ปรับการพร่องน้ำออกจากเขื่อนเป็นวันละ 15 ล้าน ลบ.เมตร เพิ่มจากเดิมวันละ 5 ล้าน ลบ.เมตร แต่ไม่กระทบต่อระดับน้ำที่ท้ายเขื่อน เนื่องจากเขื่อนภูมิพลมีน้ำไหลเข้าลดลงเหลือวันละ 40 ล้าน ลบ.เมตร พร่องน้ำออกวันละ 55 ล้าน ลบ.เมตร เมื่อรวม 2 เขื่อนแล้วพร่องน้ำไม่เกินวันละ 70 ล้าน ลบ.เมตรตามที่กรมชลประทานกำหนด

      อีกทั้ง แม้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์จะลดลงเหลือเพียงวันละ  16 ล้าน ลบ.เมตร แต่ปริมาณน้ำที่สะสมอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในที่เขื่อนปัจจุบันสูงร้อยละ 99.89 หรือ  9499 ล้าน ลบ.เมตร สามารถรับน้ำได้อีก 10 ล้าน ลบ.เมตร ก็จะเต็มความจุที่ 100% หรือ ความสูง 162 เมตร.ทะเลปานกลาง ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์มีการายงานสถานการณ์น้ำ ความมั่นคงเข็งแรง เป็นประจำทุกวันผ่านสื่อทั้งท้องถิ่น และ เวปไซค์ของเขื่อนสิริกิติ์ หากมีข้อสงสัยหรือได้รับข่าวลือต่างๆไม่แน่ใจต้องการทราบข้อเท็จจริงโปรดโทรศัพท์สอบถามที่เขื่อนสิริกิติ์โดยตรงหมายเลข 055-441840 หรือตรวจสอบทางกล้อง cctv ภาพสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ตม.สระแก้ว ห่วง จนท.ช่วยน้ำท่วม ส่งเสื้อชูชีพช่วยเหลือ

      พ.ต.อ.มานัด ศรีวงษา ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้เรียกระดมกำลัง จนท.ตม.จว.สระแก้ว ที่พักเวร ทุกคนให้มาช่วยกันขนเสื้อชูชีพ ขึ้นรถยนต์ปิคอัพของ ตม.จว.สระแก้ว พร้อมทั้งให้กำลังพลที่พักเวรทุกคนร่วมกันเดินทางไปนำเสื้อชูชีพกว่า 150 ตัว ไปส่งมอบให้กับ จนท.ทุกหน่วยงานที่กำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี

      พ.ต.อ.มานัด ศรีวงษา ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เผยว่าจากเหตุการณ์อุกทกภัยซึ่งถือว่าครั้งที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศไทย หลายจังหวัดจมอยู่ใต้น้ำ ประชาชนนับแสนกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก แต่คนไทยไม่เคยทิ้งกันทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต่างบริจาคสิ่งของต่างๆ เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกันอย่างล้นหลาม และภาพการบริจาคสิ่งของช่วยเหลือกันในยามทุกยากทำให้ชาวต่างชาติต้องทึ่งกับความสามัคคีของคนไทย

      นอกจากผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนแล้ว ยังมี จนท.ทุกภาคส่วนทั้งทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และมูลนิธิฯต่างๆต่างก็เร่งระดมสรรพกำลังออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งทาง ตม.จว.สระแก้ว ได้เล็งเห็นและห่วงใยในความปลอดภัยของ จนท.ที่กำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย ซึ่งยังขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมืออีกมาก

      ดังนั้น เพื่อแบ่งเบาและรักษาความปลอดภัยให้กับ จนท.ฯ ตม.จว.สระแก้ว จึงได้ประสานขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเย็บเสื้อผ้าในตลาดโรงเกลือ ให้หันมาผลิตเสื้อชูชีพ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการโดยไม่คิดผลกำไร ซึ่งในวันนี้ผู้ประกอบการสามารถส่งมอบเสื้อชูชีพล็อตแรกให้แล้วจำนวน 150 ตัว โดยทาง ตม.จว.สระแก้ว ได้ระดมกำลัง จนท.ตม.จว.สระแก้ว ที่พักเวรทุกคนให้มาช่วยกันขนเสื้อชูชีพขึ้นรถและร่วมเดินทางนำเสื้อชูชีพ ไปแจกจ่ายให้กับ จนท.ทุกหน่วยงานที่กำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ใน จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี ซึ่งเรามองว่า จนท.ที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องปลอดภัย จะได้สามารถบุกไปช่วยผู้ประสบภัยได้