ข่าว

กองทัพเปิดแผนเผชิญเหตุ-อพยพ

กองทัพเปิดแผนเผชิญเหตุ-อพยพ

26 ต.ค. 2554

กองทัพเปิดแผนเผชิญเหตุ-อพยพ : ทีมข่าวความมั่นคง รายงาน

   หลังจากคันกั้นน้ำที่ ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พังทลายลง ส่งผลให้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ต้องประกาศอพยพประชาชนในหมู่บ้านเมืองเอก และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นการด่วน

    ขณะที่กองทัพไทยก็เรียกประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ (นัดพิเศษ) เป็นการด่วนเพื่อเตรียมแผนในการเผชิญเหตุ และอพยพประชาชน โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวเป็นการเตรียมแผนบูรณาการของทุกเหล่าทัพเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วม โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.อ.อิทธพร อิทธวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ร่วมประชุม ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ติดภารกิจต่างจังหวัด แต่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วย เบื้องต้น ทุกเหล่าทัพได้นำเสนอแผนในการเตรียมการรับมือ และเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ

    สำหรับแผนเบื้องต้น กองทัพบก จะรับผิดชอบการอพยพประชาชนในภาคพื้น กองทัพเรือจะรับผิดชอบทางเรือ โดยเฉพาะพื้นที่ริมสองฝั่งเจ้าพระยา และกองทัพอากาศ จะรับผิดชอบทางด้านอากาศยาน รวมทั้งการลำเลียงผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลต่างๆ

    กองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงทุกกองทัพภาคเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด โดยเฉพาะการจัดเตรียมอากาศยานที่มีอยู่ ให้มีการเตรียมความพร้อมไว้ตลอด 24 ชั่วโมง

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดหน่วยเฉพาะกิจและชุดเคลื่อนที่เร็ว เกาะติดสถานการณ์ทางภาคพื้น โดยเป็นกำลังพลจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11)

    ทั้งนี้ กองทัพบกได้จัดตั้ง "กองร้อยบรรเทาสาธาณภัย" ซึ่งทำหน้าที่เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการออกไปช่วยเหลือประชาชน จำนวน 9 กองร้อย

    โดยหน่วยหลักในการดูแลพื้นที่กทม.และปริมณฑล คือ กองทัพภาคที่ 1 และหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.)

    ขณะนี้กองทัพบกยังได้นำกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 4 และศูนย์การทหารราบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้ามาสนับสนุนภารกิจด้วย

    รวมทั้งยังได้จัดเตรียมกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 2 พร้อมยุทโธปกรณ์เป็น "กองหนุน" โดยให้เตรียมพร้อมอยู่ ณ ที่ตั้ง ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ย่านบางเขน กทม. พร้อมสำหรับภารกิจในการช่วยเหลืออพยพประชาชนอย่างเต็มที่

    สำหรับการเตรียมพร้อมอพยพประชาชนในเขต กทม. ได้มีการส่งนายทหารเข้าไปประสานกับสำนักงานเขตในแต่ละเขตอย่างใกล้ชิด หากทางเขตต้องการการสนับสนุนในการอพยพประชาชน ทหารจะทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนหลักตามที่ได้รับการร้องขอ

    กองทัพเรือ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ได้สั่งการให้เตรียมแผนเผชิญเหตุ และประเมินสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ทำหน้าที่ติดตาม และเฝ้าระวังปริมาณน้ำ และระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

    รวมทั้งการจัดกำลังพลเข้าไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณคลองมหาสวัสดิ์ และคลองทวีวัฒนา ซึ่งเป็น 2 คลองหลักในการรับมวลน้ำที่ไหลลงมาทางฝั่งตะวันตกของ กทม.

    ทั้งนี้ จากการประเมินของกองทัพเรือ คาดว่าระดับน้ำในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือน่าจะมีระดับไม่เกิน 50 ซม.

    นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมกำลังพลจากกองบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.), ฐานทัพเรือสัตหีบ, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และศูนย์ฝึกทหารใหม่ จ.ชลบุรี เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

    ขณะเดียวกันยังได้จัดเตรียมยุทโธปกรณ์ เช่น เรือลำเลียงขนาดเล็ก ในการอพยพประชาชน และผู้ป่วย โดยเฉพาะในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้สั่งการให้จัดเตรียมเรือปฏิบัติการพิเศษเข้ามาเตรียมพร้อมด้วย

    กองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ได้สั่งการให้มีการจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ก่อนหน้านี้ 4 ขั้นตอน 1.ขั้นเตรียมการ 2.ขั้นเฝ้าระวัง 3.ขั้นการแจ้งเตือนภัย และ 4.ขั้นตอนการฟื้นฟู

    โดยขณะนี้ได้มีการแจกคู่มือแผนเผชิญเหตุให้กำลังพลพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ซึ่งกองทัพอากาศได้จัดเตรียมอากาศยาน เช่น ฮ.ลำเลียง หรือเครื่องบินลำเลียงซี-130

    สำหรับพื้นที่อากาศยานดอนเมืองที่น้ำเริ่มเข้ามาแล้ว และอากาศยานไม่สามารถขึ้นลงได้จะใช้ ฮ.ลำเลียงในการขนย้ายสิ่งของแทน และสั่งการให้สารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) ประชาสัมพันธ์กระจายเสียงให้กำลังพล และชุมชนข้างเคียงเตรียมรับสถานการณ์ด้วย

    นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมกำลังพลจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) ในการเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และจัดเตรียมรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่ออพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง และรับส่งประชาชนไปยังจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ที่น้ำท่วมขัง

    ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศยังได้ประเมินสถานการณ์ หากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่กองทัพอากาศ คาดว่าระดับน้ำจะสูงไม่เกิน 1 เมตร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้นำอากาศยานบางส่วนที่ไม่ได้ใช้งานช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกไปแล้ว

    ทั้งนี้ ผบ.ทอ.ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบเครื่องมือสื่อสารให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำคัญในการติดต่อสื่อสารเพื่อช่วยเหลือประชาชน

    ส่วนกระทรวงกลาโหม ทาง พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า แผนในภาพรวมทั้งหมดของกองทัพจะมีการพูดคุยกันในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม

    เบื้องต้น ได้เตรียมการที่จะใช้สถานที่ราชการ วัดและโรงเรียน รวมทั้งค่ายทหารต่างๆ เป็นสถานที่อพยพประชาชน

    อย่างไรก็ตาม ในการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนจะต้องอาศัยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/54 รวมทั้งเป็นคำสั่งที่กำหนดพื้นที่รับผิดชอบพื้นที่สำคัญใน กทม. และปริมณฑล

    พื้นที่พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอานันตสมาคม สวนจิตรลดา โรงพยาบาลศิริราช ที่ประทับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และกระทรวงต่างๆ

    โดยมีการแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 เหล่าทัพ กรุงเทพฯ ชั้นใน พื้นที่ความดูแลของกองทัพบก พื้นที่ติดริมน้ำเจ้าพระยาของกองทัพเรือ และพื้นที่ดอนเมืองเป็นความดูแลของกองทัพอากาศ

    พ.อ.ธนาธิป ระบุว่า ในการเคลื่อนย้ายประชาชนจะต้องมีการกำหนดแผนว่าจะเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังจุดไหน เบื้องต้น คือ วัดและโรงเรียน ส่วนการดูแลช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ทุกเหล่าทัพได้จัดกำลังออกไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

    ส่วนวันหยุดราชการ 27-31 ตุลาคม ข้าราชการกระทรวงกลาโหมในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่สะดวกในการเดินทาง และไม่ได้อยู่ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนก็สามารถลาหยุดได้

    แต่สำหรับหัวหน้าหน่วยงานและกำลังพลที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยเหลือประชาชนคงไม่สามารถที่จะหยุดการช่วยเหลือประชาชนได้ในภาวะเช่นนี้