ปิดปตร.คลองหลวงแพ่งไม่ได้
กรมชลประทานชี้แจงการปิดปตร.คลองหลวงแพ่งไม่ได้ เหตุประชาชนคัดค้าน
26 ต.ค.54 ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯว่า สามารถระบายน้ำได้ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากต้องการระบายน้ำได้มากกว่านี้ ต้องให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำ ที่บริเวณคลองหนองจอกและคลองประเวศด้วย หากเปิดจะระบายน้ำได้ถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะทำให้น้ำในกทม.ลดระดับเร็วมากขึ้นนั้น
กรมชลประทานชี้แจงยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า การเปิดประตูระบายน้ำหนองจอกและประตูระบายน้ำคลองประเวศน์บุรีรมย์นั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระดับน้ำในคลองทางด้านแม่น้ำบางปะกง มีระดับน้ำสูงกว่าระดับน้ำทางด้านในคลองฝั่งกรุงเทพมหานคร หากเปิดประตูระบายน้ำทั้งสองแห่ง จะทำให้มีน้ำไหลย้อนเข้ามาสร้างความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครได้ กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งไว้ในบริเวณประตูระบายน้ำ ทำการสูบน้ำจากพื้นที่ทางด้านของกรุงเทพฯ ให้ลงสู่คลองด้านที่ติดแม่น้ำบางปะกงอย่างเต็มศักยภาพ
สำหรับในพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำให้ไหลลงสู่คลองบางขนาก และคลองนครเนื่องเขตออกสู่แม่น้ำบางปะกง ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 54 โดยใช้เครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งไว้ จำนวน 8 เครื่อง และจะเพิ่มเป็น 12 เครื่อง ให้ได้ภายในวันนี้
ทั้งนี้ การสูบระบายน้ำที่สถานีสูบน้ำหนองจอกจำเป็นต้องปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง เพื่อไม่ให้น้ำที่ระบายออกมาไหลเข้าสู่คลองหลวงแพ่งย้อนลงไปสู่คลองประเวศน์บุรีรมย์ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และสนามบินสุวรรณภูมิได้ แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถทำการปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่งได้ เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ตำบลศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา คัดค้านไม่ยอมให้ปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง เพราะจะเกิดผลกระทบจากการสูบระบายน้ำดังกล่าว



