
'นายกฯ'สั่งดูแลคันกั้นน้ำ3จุดหลัก
'นายกฯ' ไม่มั่นใจน้ำท่วมพื้นที่ กทม. ส่งกำลังตรึงแนวคันกั้นน้ำสำคัญ 3 จุดหลัก มั่นใจสุวรรณภูมิรอด ยัน ไม่ย้าย ศปภ. ยังใช้ที่ดอนเมืองทำงานต่อ
26 ต.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าศปภ.จะยังไม่มีการย้ายที่ทำการและยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารท่าอากาศยานดอนเมือง เพราะต้องการให้อยู่ดูแลประชาชน เมื่อถามว่าหากสถานการณ์จำเป็นจริงได้พิจารณาสถานที่สำรองของ ศปภ.ไว้ที่ใดบ้าง นายกรัฐฒนตรี กล่าวว่า ควมจริงด้วยวิธีทำงาน ศปภ.จะอยู่ตรงไหนก็ได้ แต่ในการทำงานถ้าทำรวมศูนย์อยู่ในที่เดียวกันก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ก็มองไว้บ้างแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเพราะอยากดูพื้นที่ที่คนสามารถทำงานนั้นสามารถมีที่พักและเดินทางมาทำงานได้ แต่คงไม่ย้าย ศปภ.ไปอยูที่จ.ชลบุรี ถ้าจะย้ายก็จะอยู่ในพื้นที่กทม.
“ ความจริงแล้วศปภ.ดอนเมืองยังอยู่ได้ เดินทางมาทางโทลล์เวย์ แต่ก็เป็นห่วงเรื่องขาออก ก็อาจจะจัดที่พักให้กับคนทำงานเพื่อความสะดวก และกำลังดูสถานที่อื่นที่ดีกว่านี้แต่เชื่อว่าโดยจิตวิญญานของคนทำงานนั้นไม่ว่ายากอย่างไรก็พร้อมที่จะเข้ามาทำงาน แต่ไม่ว่าอย่างไร ศปภ.ดอนเมืองจะยังอยู่และจะย้ายเป็นหน่วยงานสุดท้าย” นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่าในส่วนผู้อพยพที่พักอาศัยอยู่ที่ดอนเมืองและต้องการกลับภูมิลำเนามากกว่าย้ายไปศูนย์พักพิงอื่นนั้น รัฐบาลก็พร้อมจัดรถให้บริการฟรี อย่างล่าสุดมีการย้ายไปที่จังหวัดลพบุรีและชลบุรีก็ดำเนินการแล้วรวมทั้งประชาชนที่ต้องการออกไปยังต่างจังหวัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้ประชาชนได้กลับไปอยู่กับญาติพี่น้อง
ด้านขส.มก.เตรียมให้บริการโดยแยกเป็นพื้นที่โดยติดต่อที่ ศปภ.ได้เลย ในส่วนศูนย์พักพิงในพื้นที่กทม.ก็จะมีที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานที่รองรับอยู่ นอกจากนี้ ยังได้จัดในส่วนขอศูนย์ราชการส่วนประชาชนบางส่วนที่อยากอยู่ต่อที่ศูนย์ฯดอนเมืองนั้นคงต้องพิจารณาเรื่องของปริมาณน้ำโดยขอประเมินในวันเดียวกันนี้ (26 ตค.) ถ้าสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มดีขึ้นอาจจะยังพักพิงต่อได้ระยะหนึ่ง แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นเพื่อความปลอดภัยก็อยากขอให้ประชาชนที่อพยพมาอยู่นั้นย้ายสถานที่พักพิง ซึ่งหากไม่อยากไปต่างจังหวัดก็ไปที่ศูนย์ของราชมังคลาฯได้ซึ่งขณะนี้สถานที่พร้อม
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานจุดแตกเพิ่มในรอยต่อของกทม.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงมีการหารือแต่ตลอดเวลาได้ส่งกำลังของศปภ.ทำงานร่วมกับกทม.อย่างใกล้ชิด ส่วนไหนกทม.ทำงานไม่ได้ศปภ.จะเข้าไปทำงานทันที ขณะนี้มีการประสานงานกันทุกส่วนไม่มองว่าเป็นงานของใคร จุดไหนซ่อมได้ก็จะทำทันทีโดยเฉพาะจุดสำคัญ ๆ ที่เป็นรอยต่อก็จะมีการเพิ่มสรรพกำลังลงไป อย่างเมื่อวันที่ 25 ตค.ที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จในการใช้ถุงทรายขนาดใหญ่ลงไปอุดรอยชำรุดที่เมืองเอก แต่ก็ยังมีจุดอื่นแตกเพิ่ม และวันเดียวกันนี้ก็จะมีการนำเข้าถุงทรายขนาดใหญ่ถ้าเป็นไปตามเป้าหมายสถานการณ์ก็จะดีขึ้นบ้าง
ส่วนกรณีที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ในฐานะผอ.ศปภ.ระบุว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.ยังมั่นใจแค่ 50% นั้น หมายความว่าอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างที่พูดไว้วันนี้น้ำเป็นพายุมหึมามากและมีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาให้ได้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องยาก คงต้องมีน้ำไหลเข้ามาในพื้นที่กทม.บ้างแต่เราก็จะพยายามทำให้น้ำไหลผ่านให้เร็วที่สุดสิ่งที่เราพยายามทำวันนี้คือการชะลอเพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาอย่างรุนแรงจนประชาชนเตรียมตัวไม่ทัน เราพยายามชะลอเพื่อให้น้ำมีเวลาไหลลงผ่านตามท่อระบายน้ำของกทม. แต่ด้วยศักยภาพระบบสูบน้ำของกทม.เพียงจังหวัดเดียวเท่ากับของกรมชลประทานทั้งประเทศก็หวังว่าจะสามารถช่วยได้ในบางส่วน
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือยังว่าประตูระบายน้ำของกทม.เปิดเต็มที่ทั้งหมดหรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่อยากพูดคำว่าเปิดหมด เอาเป็นว่าตอนนี้กทม.เปิดเต็มที่ในส่วนของการระบายน้ำที่จะรับได้อย่างพื้นที่ด้านใต้คลองแสนแสบน้ำยังไม่เต็มเพราะปัญหาพื้นที่ของกทม.แบนราบน้ำก็ไม่ค่อยจะไหลลงน้ำก็รวมตัวกันอยู่เราจึงพยายามให้ไหลลงประตูระบายน้ำมากขึ้น
ถามว่าเท่าที่ประเมินน้ำจะทะลักเข้าท่วมพื้นที่กทม.100% หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดใหญ่ที่เราป้องกันไว้ทั้ง 3 จุด ทั้งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ บริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ และฝั่งตะวันตก บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาถ้าเราสามารถกั้นได้สถานการณ์ก็จะดีขึ้นแต่ถ้าจุดใดจุดหนึ่งไม่สามารถป้องกันได้น้ำก็จะท่วมในบริเวณดังกล่าวแต่ถ้าเลวร้ายคือทั้ง 3 จุดไม่สามารถดำเนินการป้องกันได้น้ำก็จะท่วมพื้นที่กทม.ทั้งหมด แต่ถ้าบางส่วนเรายังรักษาไว้ได้น้ำก็จะไม่ท่วมพื้นที่กทม.ทั้ง 100% ระดับน้ำก็คงจะมีความสูงไม่เท่ากันเริ่มตั้งแต่ 10 ซม.- เมตรกว่า เส้นทางคมนาคมก็จะมีทางด่วน มีทางโทลล์เวย์ที่ยังสามารถใช้การได้
เมื่อถามว่า โอกาสที่ 3 จุดคันกั้นน้ำ กทม.จะพังมีมากแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า เป็นไปอย่างที่พล.ต.อ.ประชาระบุไว้คือ 50/50 แต่ในความเป็นจริงของการทำงาน เจ้าหน้าที่ทำมากกว่า 50 พยายามทำทุกวิถีทาง วันนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน กองทัพ กทม.ต่างก็เข้ามาช่วยกัน รวมทั้งตำรวจด้วย
ส่วนการเตือนภัยศปภ.จะสามารถทำได้ทันท่วงทีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นหน้าที่ของศปภ.และรัฐบาลอยู่แล้วในการทำให้เกิดความรัดกุมและรอบคอบ ที่ผ่านมาประชาชนอาจรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้เตือนภัย แต่ ศปภ.เน้นการพูดความจริงให้ประชาชนทราบข้อมูล บางครั้งที่ไม่ได้พูดมากไป เนื่องจากการประเมินยังไม่ชัดเจน ถ้าพูดไปแล้วไม่เป็นไปอย่างที่แจ้งเตือนก็จะขาดความน่าเชื่อถือรวมทั้งยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเพิ่มเติมอย่างเช่นปัญหาน้ำทะเลหนุน พยากรณ์ระบุว่าจะสูง 2.30 เมตร แต่มาจริง 2.42 เมตร แตกต่างถึง 10 เซนติเมตรถือว่ามีความหมายมาก ขณะเดียวกันปัญหาขณะนี้คือทรายหมด ในพื้นที่ต่างจังหวัดยอมขุดแม้แต่ในสนามฟุตบอล ตอนนี้เราต้องระดมทรายมาจากพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ การเดินทางก็มีปัญหา ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทุกอย่างยากในการคอนโทรลก็ต้องขอความเห็นใจจากทุก ๆ ฝ่าย ที่ผ่านมาทุกคนไม่คิดว่าน้ำจะมาเร็วและแรงและมีความสูงมากขนาดนี้
“ในจุดต่าง ๆ ของบางพื้นที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ทางการแจ้งเตือน ขอให้เวลา 1 วันน้ำจะเข้ามาแน่นอนหรือในบางพื้นที่ที่อยู่ติดชิดกับแม่น้ำ ก็ขอให้รีบอพยพหรือขนย้ายสิ่งของภายใน 3 ชั่วโมง”นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าหากสถานการณ์รุนแรงที่สุดประเมินว่ากทม.จะมีภาวะน้ำท่วมขังกี่วันถึงจะระบายลงสู่ทะเลได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่สามารถพูดได้ต้องขอทำงานก่อนเพราะยังไม่รู้ระบบการรระบายน้ำของกทม.ก็ประมาณว่าจะอยู่ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนแต่สถานการณ์จะไม่รุนแรงเหมือนพื้นที่ต่างจังหวัดเพราะต้องถือว่าชาวต่างจังหวัดได้รับความทรมานมากกว่าใช้เวลา 2-3 เดือน และระดับน้ำก็สูงมาก
ส่วนที่คิดว่าจะมีพื้นที่ใดในเขตไหนของกทม.จะถูกน้ำท่วมขังบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในพื้นที่เขตชั้นในของกทม.เรายังมีความมั่นใจมากกว่า 50 เปอร์เซนต์ ว่าจะป้องกันได้ โดยตั้งแต่ประตูจุฬาลงกรณ์ ใช้กำลังของกองทัพประมาณพันกว่านายร่วมกับ กทม.ตรวจเวรยามตลอด รวมทั้งการซ่อมจุดรั่วซึม เพราะหากปล่อยให้ประตูจุฬาลงกรณ์มีปัญหาน้ำจะเข้าสู่กรุงเทพฯชั้นใน แม้จะมีคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริอีกชั้นก็ตาม ขณะนี้ได้ใช้คนเฝ้าในทุกๆจุดและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตามจุดตลอดเวลาและส่งข้อมูลมาให้หน่วยประเมิน เพื่อให้รู้ว่าสถานการณ์เกิดอะไรขึ้น โดยคณะกรรมการที่ประเมินสถานการณ์ที่มีนายรอยล จิตรดอน นายวีระ วงศ์แสงนาค และดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นทีมงานที่ติดตามน้ำในแต่ละจุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมวันนี้ กทม.ถึงบอกว่ากรมชลประทานยังเปิดประตูน้ำไม่เต็มที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญจะเข้าใจดีว่าในบางจุดที่เราต้องการให้น้ำไปทางอื่นเราต้องปิดประตูระบายน้ำเพื่อผลักน้ำไปด้านอื่น แต่ในพื้นที่บางประตูหากเราเปิดประตูระบายน้ำทั้งร้อยเปอร์เซนต์ประตูถัดไปสามารถรองรับปริมาณน้ำได้เพียง 50 เปอร์เซนต์จะทำให้เกิดปัญหาน้ำกระฉอกออกด้านข้างได้ บางพื้นที่จะเป็นลักษณะเหมือนคอขวด ดังนั้นการระบายน้ำจึงต้องค่อย ๆ ปล่อยลงไปไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมา ทำให้มองว่ากรมชลไม่ได้เปิดประตูระบายน้ำ100เปอร์เซนต์
เมื่อถามถึงปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขาดแคลนอย่างหนักในพื้นที่ กทม.จะแก้ปัญหาอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุใหญ่ที่สินค้าอุปโภค บริโภคขาดแคลนเป็นเพราะตัวโกดังสินค้าจมน้ำบริเวณวังน้อย จ.พระครศรีอยุธยา ศปภ.แก้ไขโดยการเปิดศูนย์พัสดุที่ดอนเมือง เพื่อให้เป็นจุดรับส่งสินค้า แต่จะมีการเปิดเพิ่ม ซึ่งได้มีการเชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาหรือรือแล้วเพื่อให้มีการกระจายสินค้าออกมา แต่ต้องยอมรับว่าสินค้าส่วนหนึ่งติดอยู่ในน้ำ จึงพยายามใช้วิธีการต่าง ๆ โดยใช้เครื่องบินชีนุกไปดึงตู้คอนเทรนเนอร์สินค้าออกมา ซึ่งตอนนี้เครื่องชีนุกก็เหลือเพียงลำเดียวอีกเครื่องหนึ่งเสีย ขณะเดียวกันจะไปนำสินค้าจากจังหวัดอื่น ๆ ที่มีโรงงงานตั้งอยู่โดยจะเปิดศูนย์เพื่อขนถ่ายสินค้า เช่น ที่สัตหีบ ชลบุรี และโคราช เพื่อเร่งระบายสินค้าและส่งขอเข้ามาในพื้นที่ กทม.อีกทส่วนหนึ่งได้ขอให้บริษัทต่าง ๆ เพิ่มกำลังการผลิตและหนทางสุดท้ายบางส่วนคงจะต้องนำเข้าสินค้าเข้ามา โดยจะมีการผ่อนปรนเรื่องการนำเข้าให้เร็วที่สุด เชื่อว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลาย ปัญหาหนักสุดขณะนี้คือเรื่องของน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งยืนยันในส่วนของน้ำประปายังมีความสะอาดพอที่จะดื่มได้ แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการบริโภคควรที่จะนำไปต้มให้สุกหรือการใช้เครื่องกรองน้ำ ซึ่งได้ประสานให้การประปาไปเพื่อจุดเครื่องกรองน้ำเพื่อบริการประชาชน โดยให้นำภาชนะไปรองน้ำมาไว้ใช้ แต่ยืนยันน้ำประปาที่บ้านยังใช้ได้อยู่
เมื่อถามว่า มีการประเมินว่าน้ำทะเลจะขึ้นสูงสุดประมาณ 2.65 เมตร แต่คันกั้นน้ำของ กทม.สูงเพียง2.50 เมตร จะรับมืออย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องใช้วิธีการเร่งระบายน้ำในส่วนชั้นในออกไปให้มากที่สุดให้เต็มที่ ถ้าสามารถระบายได้เร็วช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงเวลาเอ่อล้นเข้ามาในพื้นที่ระบบการระบายก็จะทำได้เร็ว ส่วนจะระบายได้ทันหรือไม่คงต้องประเมินกันวันต่อวัน อาจจะมีบ้างที่น้ำจะกระฉอกล้นเข้ามาในพื้นที่ จึงขอเตืนอประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เร่งขนย้ายขอมีค่า ทีวี ตู้เย็น ขึ้นชั้นสองหรือวางบนโต๊ะจะลาดความเสียหายได้
“วันนี้อยากจะบอกคนกรุงเทพฯว่า อย่าตั้งอยู่บนความประมาท เพื่อลดความเสียหายให้น้อยที่สุด ขอให้เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในการขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง ในเรื่องของระบบไฟ ถ้าเป็นบ้านชั้นเดียวอาจจะลำบาก หากเป็นบ้านสองชั้นให้แยกระบบไฟชั้นบนและชั้นล่าง ถ้ามีน้ำท่วมจะได้ตัดสวิทไฟชั้นล่าง แล้วใช้ด้านบนแทน หากคนใดอยู่ในพื้นที่ต่ำจริง ๆ ขอให้ย้ายที่อยู่ที่ศูนย์อพยพที่ กทม.หรือทางการจัดเตรียมไว้ หรือไปอยู่กับญาติพี่น้องในต่างจังหวัดก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ยังมีความแข็งแรงและมั่นใจว่าจะป้องกันสนามบินสุวรรณภูมิได้”นายกรัฐมนตรี กล่าว
'ปู'ยันไม่ย้าย'ศปภ.'-มั่นใจป้องสุวรรณภูมิ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ยังไม่ย้ายศูนย์จัดการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ไปที่อื่น แต่หากจำเป็นต้องย้ายก็จะเลือกไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวแสดงความมั่นใจเกินร้อยละ 50 ที่จะปกป้องพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน เอาไว้ หากสามารถป้องกันพนังกั้นน้ำ 3 จุดใหญ่ในพื้นที่รอยต่อของกรุงเทพมหานครได้ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถป้องกันได้ ก็คาดว่าน้ำจะท่วมขังในกรุงเทพมหานคร 2 - 4 สัปดาห์ แต่จะไม่รุนแรงเท่ากับต่างจังหวัด
ทั้งนี้ ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ รัฐบาลได้สำรวจและแยกเป็นจังหวัดต่างๆ พร้อมจัดส่งประชาชนกลับต่างจังหวัดตามต้องการ ขณะเดียวกัน ก็จะมีการผ่อนปรนการนำเข้าสินค้าที่จำเป็น เพื่อป้องกันการขาดแคลน ซึ่งคาดว่าจะแก้ไขได้ภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันว่าสามารถป้องกันได้ พร้อมยืนยันว่าจะพิจารณาข้อมูลที่ถูกต้องรัดกุมก่อนเตือนไปยังประชาชน ซึ่งจะพยายามแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง



