เตือนสุดสัปดาห์น้ำสูง2.6ม.20เขตเผ่น
"สุขุมพันธุ์" แถลงช่วงดึก เตือนคนกรุง ระวังน้ำหนุนสุดสัปดาห์ คาดสูง 2.6 เมตร แนะปชช. 13 เขตริมเจ้าพระยา และ 7 เขตเสี่ยง ออกนอกพื้นที่ ระบุส่งหนังสือถึง ศปภ.สั่งกรมชลฯเปิดประตูระบายน้ำทุกบาน ยืนยันพร้อมดูแลทูตในไทย
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ต.ค.2554 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงว่า พยากรณ์อากาศที่บอกว่าไม่มีฝนฟ้าคะนอง วันนี้ก็เกิดแม่นยำขึ้นมาประมาณ 30 มม. ทำให้เรามีความกังวลคือระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทำลายสถิติ 2.40 ม.รทก. เดิมช่วงเช้าบอกว่าคาดว่าระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงสุดประมาณ 1.11 ม.รทก. แต่เมื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้นช่วง 2 วันที่ผ่านมา คาดการณ์โดยบวก 1.30 ม.รทก. ถ้าเป็นอย่างนี้ช่วงสุดสัปดาห์มีปัญหาแน่ๆ เพราะถ้าระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดบวกอีก 1.30 ม. ระดับน้ำเจ้าพระยาก็จะอยู่ที่ 2.60 ม.สูงกว่าคันกั้นน้ำของกทม.ที่อยู่ที่ 2.50 ม. เราจึงมีข้อกังวลอย่างมาก
"เราขอยืนยันคำเตือนที่ประกาศว่าขอให้ประชาชนริมฝั่งเจ้าพระยาและคลองที่เชื่อมโยงกับเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อพร้อมรับมือกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะสูงมากในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ถ้าปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นไม่น่าจะท่วมขัง แต่จะขึ้นเฉพาะน้ำขึ้นสูงสุด และไม่กี่ชั่วโมงจะลดลง แต่ประชาชนจะต้องเดือดร้อน ทั้งนี้ เราได้เสริมแนวคันกั้นน้ำที่ รพ.ศิริราช เป็น 3.50 ม. เพื่อความมั่นใจสถานที่สำคัญ หน้าพระบรมมหาราชวังได้เสริมคันกั้นน้ำที่ท่าราชวรดิษฐ์ 3.50 ม. เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เราคงไม่สามารถเสริมความสูงคันป้องกันน้ำท่วมได้ตลอดแนว 80 กิโลเมตร เพราะต้องใช้กระสอบทรายวางตามแนวเขื่อนในช่วงเวลานี้ถึง 10 ล้านใบ
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวอีกว่า สำหรับระดับน้ำในคลองก็สำคัญ ระดับน้ำในคลองสอง คลองหกวา ก็เพิ่มขึ้นเป็น 2.43 ม.รทก. คลองทวีวัฒนา 2.11 ม.รทก. คลองเปรมก็ล้นตลิ่ง เราได้ประเมินแล้วว่าระดับน้ำในคลองต่างๆ คงจะไม่ลดลงในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เราจึงได้ยกร่างหนังสือถึง ศปภ.ขอความร่วมมือในหลายเรื่อง ซึ่งเป็นวิธีการที่จะดูแลพื้นที่ต่างๆ ในกทม.อย่างครบวงจร เราไม่ได้เลี่ยงให้เกิดในกทม. แต่มันเกิดขึ้นแล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญเราต้องมีวิธีบริหารจัดการน้ำให้น้ำผ่านกรุงเทพฯ ไปที่อื่นได้อย่างสมเหตุสมผล วิธีการต่างๆ ที่นำเสนอศปภ.นั้น รวมถึงการยืนยันให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำให้ครบทุกแห่ง ขอขอบคุณศปภ.ที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ตอบสนองกทม.ในการเปิดประตูน้ำและเครื่องสูบน้ำคลองหนองจอก ของกรมชลประทาน และคลองประเวศของกรมชลประทาน แต่ยังเปิดไม่หมดไม่เต็มร้อย เพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือออกไปทางด้านตะวันออกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ยืนยันว่าสถานการณ์ช่วงนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก อยากให้ทุกฝ่ายเตรียมตัว เตรียมการ พื้นที่ที่เราจะต้องเน้นและได้ประกาศไปแล้วใน 13 เขตริมเจ้าพระยา และ 7 เขตทางกรุงเทพฯ ตอนเหนือและตะวันออก เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง คือสายไหม บางเขน คลองสามวา หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง และคันนายาว และอีก 4 เขต คือ ดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร บางซื่อ หากพื้นที่อื่นเริ่มมีปัญหา กทม.จะเรียนให้ทราบในโอกาสหน้า อย่างไรก็ตาม เห็นว่าแนวนโยบายของรัฐบาลถูกต้องแล้วในช่วงวิกฤติสูงสุด ที่ประกาศให้วันที่ 27-31 ตุลาคม เป็นวันหยุดราชการ และสนับสนุนให้ประชาชนออกจากพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
วิพากษ์แผนปล่อยให้น้ำ..ไหลผ่านกทม.
นายคมสัน มาลีสี รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวในรายงานคมชัดลึกทางเนชั่นทีวีว่า ลาดกระบังน้ำขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. โดยนองตั้งแต่ ถนนอ่อนนุช ประเวศ หากน้ำที่ประเวศดันออกคลองตะวันออกไม่ได้น้ำจะเจิ่งนอง แต่เมื่อกทม.ได้เปิดประตูน้ำทำให้น้ำในคลองประเวศไหลผ่านคลองลาดกระบัง ไปคลองพระโขนง ทำให้ระดับน้ำลดลง ทั้งนี้คลองประเวศจะเป็นคลองดักน้ำทั้งหมดและยังมีคลองย่อยๆ อีก จากนั้นจะไปคลองพระโขนงที่จะรวมน้ำคลองประเวศและคลองแสนแสบ ดังนั้นจึงต้องดันน้ำไปที่คลองพระโขนงให้ได้ เพราะคลองพระโขนงใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาที่สุด ซึ่งขณะนี้น้ำในคลองประเวศลดลงไปเหลือ 60 กว่า จาก 80 กว่า โดยหลักรัฐบาลต้องกักน้ำส่วนที่เหลือให้ได้ เพราะโดยปกติเราตั้งรับแต่ต้องดันออกไปให้เร็วที่สุด อย่าไปขังที่คลองหกวา ไม่เช่นนั้นจะทำให้คันมีปัญหา จะต้องสูบน้ำจากคลองหกวาไปลงบางปะกง แต่ปัจจุบันน้ำมาที่คลองหกวาไม่สูงมาก ไปกักอยู่ที่คลอง 1-5 ทำให้การสูบน้ำได้ไม่เต็มที่
ดร.วีระพันธ์ ชินวัตร คณบดีสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี กล่าวว่า หลักการระบายน้ำ จะระบายน้ำออกทางลำน้ำเจ้าพระยา แต่เมื่อปริมาณมาเยอะจึงต้องผันน้ำออกสองข้าง แต่โดยสภาพเป็นที่ราบลุ่มที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ความต่างของระดับเกินเมตรทำให้การระบายน้ำทำได้ช้า ดังนั้น การจะระบายน้ำให้เร็วที่สุดต้องใช้วิธีเบี่ยงเบนน้ำ ประกอบกับปัจจุบันมีพื้นที่ก่อสร้างเยอะจึงต้องสร้างที่อยู่ให้กับน้ำ โดยพื้นที่ลุ่มตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาต้องมีวิธีจัดการที่เปลี่ยนไปเพราะเราไปบล็อกน้ำทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไป และต้องยอมให้น้ำผ่านกรุงเทพฯ เพราะจะไม่สามารถผันไปทางตะวันออกได้เนื่องจากมีสภาพพื้นที่ที่สูงกว่าจะต้องใช้ปริมาณน้ำที่มาก แต่น้ำที่มาขณะนี้ยังไม่เพียงพอ ส่วนฝั่งตะวันตกก็ไม่สามารถผันไปได้ จึงต้องให้น้ำออกตรงกลางคือผ่านกรุงเทพฯ และเมื่อน้ำเข้ามาในพื้นที่ต้องเยียวยาประชาชนด้วย



