
ครม.เดือดอัดกรมชลฯเกียร์ว่าง
ครม. ถกเดือด 'ปลอด' อัด จนท.กรมชลฯ เกียร์ว่าง 'ธีระ' โต้ จิตวิญญาณกรมชลฯ ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน รับ 29 -31 ต.ค.54 วิกฤติหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมครม. ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวันตร เป็นประธาน ได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกันอย่างเคร่งเครียด เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายอำพน กิติอำพน เลขาฯครม.ได้กล่าวกับครม.ว่า ขณะนี้กระแสน้ำไหลเข้ามายังดอนเมืองเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงขั้นที่จะประชุมกันไม่ได้ ดังนั้น ถ้าจะมีการเคลื่อนย้าย ก็คงเป็นเฉพาะผู้ที่พักพิง ส่วนการดำเนินการแก้ไขปัญหาเราก็ยังต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ซึ่งก็ไม่มีใครที่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ในที่ประชุม น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้ขอหารือว่า จะมีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อใช้เป็นเวทีในการช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ และประชาชนจะได้ประโยชน์และรับรู้การดำเนินการของรัฐบาล เพราะวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ ก็จะมีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555
ด้าน นายกฯ ระบุว่า พร้อมที่จะให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาวันไหนก็ได้ เพราะถือเป็นข้อดี ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ แม้จะมานั่งประชุมครม.กันอยู่ ก็ยังมีปัญหาน้ำจุดนั้นจุดนี้ตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องการเมืองว่า เราจะตอบหรือไม่ตอบต่อสภา
อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐมนตรีท่านใด ที่จะไปชี้แจง ก็ขอให้ความเห็นใจด้วยว่า รัฐมนตรีต้องอยู่ชี้แจงด้วย
ทั้งนี้ นายวิทยา ได้เสนอให้เจาะจงรายชื่อรัฐมนตรีที่จะไปตอบชี้แจงเลย ซึ่งนายกฯได้สรุปให้นายฐานิสร์ เทียนทอง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไปช่วยกันตอบชี้แจง โดยเฉพาะฝากร.ต.อ.เฉลิม ให้ช่วยตอบให้เคลียร์ไปเลย ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจให้นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เป็นผู้ตอบชี้แจง
นายกฯ ยังได้กำชับด้วยว่า ไม่ว่าใครจะไปตอบ ก็ขอให้ตอบให้ชัดเจน โดยรัฐมนตรีที่ไปชี้แจงต้องเป็นเอกภาพ อภิปรายเสริมกันไปในทิศทางเดียวกัน
ในที่ประชุม ครม. ยังระบุด้วยว่า วันนี้ต้องประเมินตัวเองเหมือนกันว่า ที่ผ่านมามีงานเข้ามาไม่ซ้ำกันตลอด ดังนั้น ทุกคนต้องให้กำลังใจกัน เพราะศปภ.เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งวันที่ 29 พ.ย.นี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงมาก ดังนั้น ต้องเร่งระบายน้ำออกให้ได้มากที่สุด และคงต้องประกาศให้หยุดราชการยาวตั้งแต่วันที่ 27-31 ต.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าใช้จ่าย ในการดูแลประชาชนตามศูนย์พักพิง มีจำนวนมาก และการบริหารจัดการก็ทำได้ยาก จะเห็นได้ว่า พอเราปรับแผนส่งผู้อพยพกลับบ้านก็ดูดีขึ้น ประชาชนชื่นชอบ และทำให้การบริหารจัดการทำได้ง่าย ดังนั้นในวันที่น้ำขึ้นสูง เราก็ให้ประกาศเป็นวันหยุดไปเลย
กระนั้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการทั้งไฟฟ้า ประปา ห้ามหยุด รวมถึงข้าราชการระดับสูง ตั้งแต่ผอ.สำนัก รองอธิบดีหรือซี 9 ขึ้นไป ก็ต้องสแตนด์บายให้พร้อมในที่ตั้ง ส่วนพนักงานฝ่ายปฏิบัติการทุกหมู่เหล่า ตำรวจ ทหาร ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา ส่วนวันหยุดธนาคารขอให้อยู่ในดุลยพินิจของธนาคารแห่งประเทศไทยเอง
ทั้งนี้ ในที่ประชุมครม. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ฯ ได้ชี้แจงต่อครม.ว่า ก่อนหน้านี้ที่ได้แสดงความเห็นไปนั้น ไม่ได้เป็นการต่อว่าใคร แต่ถ้ามีใครไม่สบายใจ ก็ต้องขออภัยด้วย เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะพูดว่าใคร
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องพูดความจริงว่า วันที่ 29 ต.ค.นี้ สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่วันที่29 ต.ค.เท่านั้น แต่จะต่อเนื่องถึง 31ต.ค.ที่จะมีลมแรงขึ้นมาอีก เนื่องจากมีลมใต้และจะมีผลทำให้มีปริมาณน้ำสุูงขึ้น 20-30 %
"ที่น่าเป็นห่วงคือน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อาจจะกระฉอกอีกก็ได้ ซึ่งผมมั่นใจข้อมูลของผม และหากจะมอบให้ผมไปตอบในสภาด้วยก็ยินดี ที่ผ่านสิ่งที่ผมพูดไป ปัญหาส่วนหนึ่งก็หมายถึงว่า มีเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานบางส่วนที่ไม่บริหาร จัดการน้ำ"
ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ ได้ชี้แจงว่า โดยจิตวิญญาณของกรมชลประทาน ไม่มีหรอกที่ไม่อยากช่วยประชาชน ไม่มีหรอกที่จะไปทำให้น้ำเพิ่มขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีลมที่เปลี่ยนทิศจริง ทำให้น้ำหนุนสูงมากขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือน้ำกระฉอก โดยที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่วันที่ 29 ต.ค. แต่ควรเป็นตั้งแต่ วันที่ 29-31 ต.ค.เลย
"มันไม่มีใครที่จะไปเข้าใจลมได้ทั้งหมด ดังนั้นวันที่ 31 ต.ค. จะเป็นวันที่หนักอีกวันหนึ่ง ซึ่งปัญหาน้ำทะลักที่คลอง 1 มาท่วมถนนวิภาวดี เป็นเพราะน้ำล้นมาจากคลอง 1และคลอง 2 ตอนนี้การดูดน้ำอย่างเดียวอย่างไม่มีความรู้ มันอาจทำให้เป็นปัญหามีน้ำทะลักไหลกลับมาก็ได้"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้ปรามในที่ประชุมว่า อย่าเพิ่งถกเถียงกัน และไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตอนนี้ศปภ. ได้ตั้งตำรวจจราจรขึ้นเป็นคณะกรรมการ ตรวจประตูระบายน้ำทุกแห่ง และให้รายงานมาทุกชม. เป็นลายลักษณ์อักษร และจะดีมากถ้ากรมชลประทาน จะได้รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ด้วย
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม แจ้งต่อครม.ถึงปัญหากำลังพลของกองทัพ ที่จะมาแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง จะมีทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการหมื่นกว่าคน จากจำนวนที่มีทั้งหมดห้าหมื่นคน ซึ่งก็มีแนวทางเตรียมแก้ไขหลายทาง ไม่ว่าจะไม่ให้ปลดประจำการ หรือเอาทหารเกณฑ์ใหม่มาตัดผม แล้วแจกชุดเครื่องแบบ แล้วให้ลงไปช่วยน้ำท่วมเลยทันที และถ้ายังไม่เพียงพอก็จะระดมกองหนุนที่เป็นพลเรือนมาช่วยด้วย
ขณะ ที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้เสนอว่า ทางทส.พร้อมที่จะเปิดอุทยานแห่งชาติ ที่อยู่ใกล้กทม.ให้เป็นศูนย์พักพิง และเท่าที่ไปตรวจราชการในต่างจังหวัด พบว่า ยังมีเครื่องสูบน้ำอยู่ตามต่างจังหวัด ทั้งในอบต. อบจ.จำนวนมาก จึงน่าจะระดมนำเครื่องสูบน้ำเหล่านั้นมาช่วยสูบน้ำในกทม.
รายงานแจ้งว่า นายกฯ ได้แสดงความเห็นด้วย และสั่งการให้รมว.มหาดไทย ไปสั่งการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้ไปดำเนินการ
นอกจากนี้ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ ได้เสนอให้เลื่อนการจัดงานมหกรรมวันพืชสวนโลก ออกไปเป็นวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จากเดิมที่หนดไว้วันที่ 9 พ.ย.นี้ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับถนนที่ต้องได้รับการซ่อมแซมหลังจากถูกน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม นายธีระ ได้แจ้งแก้ไขต่อครม.ว่า การเลื่อนงานมหกรรมวันพืชสวนโลก เลื่อนเป็นวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ไม่ใช่วันที่ 16 ธ.ค.นี้
เผย ครม.เด้ง ผู้ว่าฯปทุมฯ เหตุทำงานขัดตา ออกสื่อให้แง่ลบรัฐบาล
ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงมหาดไทย แจ้งได้โยกย้ายนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า จากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยอย่างเร่งด่วนนั้น มีรายงานว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากการที่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ที่ นายพีระศักดิ์ ไม่มีการบริหารจัดการปัญหา และไม่ลงพื้นที่ช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้งการดำเนินการในแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างขัดแย้งกับศปภ.อย่างสิ้นเชิง โดยมีความดื้อรั้นในหลายเรื่อง
ขณะเดียวกัน ก็ยังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ในแง่ลบกับรัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว อ.สามโคก จ.ปทุมธานีพัง แต่ไม่ยอมต่อสู้อย่างเต็มที่ และยอมแพ้ง่าย ๆ
นอกจากนี้ ก็ยังเป็นที่รู้กันดีว่า นายพีระศักดิ์ เป็นคนสนิทของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และยังเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีกระแสข่าวมาตลอดตั้งแต่ช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศว่า จะถูกเด้งเข้ากรุ



