ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'ยันน้ำท่วมกทม.ชั้นในแน่

'ยิ่งลักษณ์'ยันน้ำท่วมกทม.ชั้นในแน่

25 ต.ค. 2554

'ยิ่งลักษณ์' ออกทีวีพูลยันน้ำท่วมกทม.ชั้นในแน่ เตือนริมเจ้าพระยาเสี่ยง

             เมื่อเวลาประมาณ 20.28น.ของวันที่ 25 ต.ค.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมทางสถานีโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจหรือทีวีพูลว่า ขอรายงานสถานการณ์สำคัญและการเตือนภัย โดยขณะนี้มวลน้ำจากภาคเหนือได้ไหลลงมาภาคกลาง และมวลน้ำก้อนใหญ่กำลังจะไหลผ่าน กทม. เพื่อลงสู่ทะเล โดยตนได้กำกับหน่วยงานทุกกระทรวง เหล่าทัพในการช่วยระวังไม่ให้กระทบ หรือกระทบ กับ กทม. ให้น้อยที่สุด
    
             น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงคือ พลังของน้ำครั้งนี้มีแนวโน้มจะมากกว่าพนังหรือประตูจะรับ  หรือเกินมาตรการที่ป้องกัน  จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะทะลักเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก ของ กทม. ขณะนี้พื้นที่เสี่ยงสุดคือ แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตามแนวพนังกั้นน้ำ และนอกแนวริมคันกั้นน้ำที่อาจจะได้รับ

             นายกฯกล่าวต่อว่า ผลกระทบจากน้ำจะสู่งเท่าไหร่ขึ้นกับปัจจัยสองประการคือ  1.จากขีดความสามารถในการบริหารจัดการครั้งนี้   และ 2.ความสูงของพื้นที่ที่สูงต่ำตามระดับ ซึ่งอาจจะทำให้ท่วมแต่ละที่ไม่เท่ากัน

             น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า จากการไปตรวจอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ และมาตรการของ กทม.  ซึ่งผู้ว่าราชการกทม  ผบ.เหล่าทัพ ก็ยืนยันว่าทุกฝ่ายจะใช้วิธีการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่เพื่อแบ่งเบาลดภาระของ กทม.ให้เร็วที่สุด

             สำหรับแนวทางป้องกันน้ำท่วม กทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ทุกภาคส่วน รัฐ เอกชน จะช่วยกันป้องกันฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหมายถึงผลกระทบในฝั่งธนบุรี ที่น้ำมาจาก จ.ปทุมธานี  จ.นนทบุรี  ที่ล้นเข้ามาทางบางกรวย และบางพลัดแลัว เรากำลังเร่งป้องกันคลองมหาสวัสดิ์  และเร่งระบายลงแม่น้ำท่าจีน  แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อลงอ่าวไทย   ส่วนตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะดูแลแนวคันกั้นน้ำเพื่อให้แข็งแรงทนทานแรงมหาศาลของน้ำ แต่น้ำมีปริมาณเกินศักยภาพของระบบ ซึ่งอาจจะกระทบพื้นที่ ต่างๆของฝั่งธน ปริมณฑล ซึ่งอาจจะขังอยู่ในที่ลุ่ม ซึ่งอาจจะอยู่ที่ระดับ  0.5 เมตร

             "ส่วนตอนเหนือ กทม. เราก็พยายามที่จะลดความกดดันพลังน้ำเพื่อปิดประตูระบายน้ำปากคลองเปรมประชากร โดยเฉพาะพื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บางซื่อ บางเขน พหลโยธิน อนุสรณ์สถาน วิภาวดีรังสิต เพื่อให้รับผลกระทบลดลง นอกจากนี้จะเร่งระบายน้ำจากคลองรังสิตลงคลองหกวา เพื่อลดการเข้าสู่พื้นที่ และไม่ให้สร้างความเสียหายมากเกินไป ซึ่งหากเป็นไปตามแผน ไม่มีความเสียหายเพิ่ม ระดับน้ำน่าจะเพิ่ม ไม่ให้เกิน 50 ซม."น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

             น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า ส่วน กทม. ฝั่งตะวันออกบริเวณ มีนบุรี หนองจอก  ที่มีคลองระพีพัฒน์ คลองแสนแสบ คลองหกวาล่าง เรามีมาตรการเร่งระบายไปทางตะวันออกตาแนวที่ได้ขุดคลองไว้  อย่างไรก็ตามพื้นที่เหล่านี้อยู่ในเขตน้ำหลาก จะอยู่สูงกว่าบริเวณอื่น 1-1.5 เมตร  สำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุดหากไม่สามารถป้องกันที่ใดได้ หรือไม่สามารถชะลอพลังอันมหาศาลได้ หรือมีปัจจัยอื่นที่คุมไม่ได้เช่นเขื่อน พนังกั้นน้ำพัง หรือน้ำในทะเลสูงกว่าที่คาด ระดับน้ำใน กทม. ซึ่งแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันก็จะอยู่ที่  10ซม. -1.5 เมตร

             "เราจะควบคุมน้ำให้เข้าน้อยที่สุด จำนวนวันให้น้อยที่สุด หยุดการไหลให้เร็วที่สุด ใช้การสูบน้ำทุกส่วน ทั้งชลประทาน เรือดันน้ำ  เพื่อลดความรุนแรงและการท่วมขัง ให้เร็วที่สุด  ตั้งแต่วันนี้อยากเรียนว่าเพื่อให้อยู่ในความไม่ประมาท เห็นควรให้ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่วข้องเฝ้าระวังรักษาสถานที่สำคัฯญ พระราชวัง ศิริริราช เขตพระราชฐาน ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปาโรงพยายาล ให้ได้รับผลให้น้อยที่สุด" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

             น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เพิ่มขึ้นตามรังสิตด้านเหนือ  เย็นนี้ตนขอให้ศปภ. ย้ายผู้ที่พำนักในศูนย์อพยพไปยังพื้นที่ต่างๆในส่วนของ กทม. และ ตจว. เพื่อให้เกิดความสะดวก และสั่งให้ย้ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับปบริจาคไปที่อาคาร "จันทนยิ่งยง" สนามศุภชลาศัย ผู้ที่ต้องการบริจาค สามารถไปที่สนามศุภฯตั้งแต่พรุ่งนี้  ทั้งนี้ขอกราบเรียนว่า สำหรับ ศปภ. จะปฏิบัติหน้าที่และยืนยันที่ะจะดูแลอย่างเต็มความสามารถ และทำงานร่วมกับ กทม. จนกว่าวิกฤติจะผ่านพ้นไป

             นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า นอกจากการแก้ไขวิกฤติน้ำท่าม เราได้เตรียมมาตรการอื่นเพิ่มเพื่อความไม่ประมาท โดยในวันนี้ ครม. ได้มีมติให้วันที่ 27- 31 ต.ค.  เป็นวันหยุดพิเศษ เพื่อที่จะระมัดระวังช่วงน้ำทะเลหนุนสูง สำหรับ จ.ที่ประสบอุทกภัย ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับน้ำทั้งหมดขอความร่วมมืออยู่ปฏิบัติงานให้ประชาชน  พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่จะเดินทางกลับบ้าน หรือพักในต่างจังหวัด ตนก็ได้มอบหมายให้ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกให้แล้ว
             
             น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่าการดูแลด้านอุปโภคบริโภค อาหารน้ำดื่ม เป็นสิ่งจำเป็นเราจะดูแลให้เพียงพอต่อความต้องการ เราดูแลสาธารณสุขให้มีคุณภาพจัดแพทย์ฉุกเฉิน ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง  และขอความร่วมมือให้ทุกคนเผยแพร่ข้อมูในยามวิกฤติ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเราก็มีมาตตรการในการดูแล ระบบไฟฟ้าต้องมีใช้ ประปาต้องสะอาด เราได้กำชับไว้แล้ว หน่วยงานปกครอง การรักษาความสงบก็ขอให้คุ้มครองให้ประชานได้รับความสะดวกและปลอดภัยใน ชีวิตและทรัพย์สิน
             
             "วันนี้ขอให้มีสติไม่ตื่นตระหนกจนเกินการณ์ และไม่ประมาท และรับฟังคำแนะนำเพื่อให้กระบวนการจัดการดูแลพื่น้องอย่างเต็มที่   ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและความพร้อมเพรียงของคนไทย มั่นใจว่าเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ ขอขอบคุณอีกครั้ง"