ข่าว

'ปู'หลบสัมภาษณ์จ้อทีวีพูลแทน

'ปู'หลบสัมภาษณ์จ้อทีวีพูลแทน

25 ต.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" หนีสัมภาษณ์ แต่ใช้วิธีโพสต์เฟซบุ๊ค-จ้อทีวีพูลแทน ที่เลขาฯเอสแคปแนะให้ข่าวสารตรงไปตรงมา ด้านโต้โยต้าให้คำมั่นยังลงทุนในไทย จ้อทีวีพูล ศปภ. ฝืนไม่ย้ายออกแม้น้ำจ่อดอนเมือง ย้ายผู้พักพิงไปศูนย์ปลอดภัย

           25ต.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวต่างดักรอสัมภาษณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นยกรัฐมนตรี อยู่ที่ประตูทางเข้าชั้น 2 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศปภ.แต่ต้องรอเก้อเนื่องจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เลี่ยงใช้เส้นทางภายในสนามบินดอนเมืองที่มาจากห้องประชุมท่าอากาศยาน ดอนเมืองฝั่งห้องรับรองพิเศษต่างประเทศและเดินเข้าห้องรับรองวีไอพีในประเทศ ทางด้านหลังเพื่อหลบผู้สื่อข่าว

          อย่างไรก็ตาม จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น.ทีมงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นำข้อความที่อ้างว่าเป็นคำกล่าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ขึ้นเฟซบุ๊กของน.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครวานนี้(24ต.ค.) เห็นตรงว่าจุดที่มีความเสี่ยง และน่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ บริเวณแนวคันพระราชดำริ ซึ่งกองทัพร่วมกับกรุงเทพมหานครได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เสริมแนวคันกั้นน้ำ ให้สามารถรองรับปริมาณน้ำแล้ว นอกจากนั้นยังบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน กองทัพ และกรุงเทพมหานครลงพื้นที่สำรวจความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำ เพื่อเตรียมการรองรับช่วงน้ำทะเลหนุน

          ต่อมาเวลา 14.00 น.นางโนเอลีน เฮย์เซอร์(Ms. Noeleen Heyzer) เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสห ประชาชาติ(ยูเอ็นเอสแคป)และคณะได้เข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์เพื่อหารือเกี่ยวกับ สถานการณ์อุทกภัยในไทย ที่ห้องรับรองวีไอพีในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมืองโดยนางโนเอลีน ย้ำว่าสหประชาชาติพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และเห็นว่าวิกฤตน้ำท่วมในขณะนี้ยังคงสามารถควบคุมได้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและถูกเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ และยังเป็นช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีอย่างแท้จริง ซึ่งทางเอสแคปมีความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถนำพาประเทศให้ผ่านพ้น วิกฤตครั้งนี้ไปได้ ขณะนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้นที่ประสบกับภัยธรรมชาติยังมี อีก 6 ประเทศในภูมิภาคที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันนี้ สิ่งที่สำคัญคือ วิธีในการจัดการกับปัญหาครั้งนี้ พร้อมกันนี้ได้มอบเอกสารรายชื่อหน่วยงานระดับภูมิภาคของเอสแคปที่มีผู้ เชี่ยวชาญในการจัดการกับปัญหาในครั้งนี้ให้แก่นายกฯเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา ด้านการจัดการในระยะยาว

          ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ประชาชนมีความสับสนในข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาจากหลายทางจึงจำเป็น อย่างยิ่งที่ต้องให้ข้อมูลแก่ประชาชนที่ถูกต้อง     จ

          จากนั้นเวลา 15.00 น.นายยูกิโตชิ ฟูโนะ( Yukitoshi Funo)รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ และนายเซสึโอะ อิอูจิ (Setsuo Iuchi) ประธานเจโทรประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะ โดยนายเซสึโอะ ได้แสดงความเสียใจที่ประเทศไทยประสบภัยพิบัติครั้งนี้ แต่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็น อย่างดี พร้อมยืนยันว่าบริษัทโตโยต้าตัดสินใจที่จะลงทุนในไทยต่อไป เพราะมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญในการผลิตรถยนต์ในระดับภูมิภาค ในเบื้องต้นบริษัทได้ขอให้รัฐบาลสนับสนุนความช่วยเหลือกับบริษัทที่ได้รับผล กระทบ     น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งบริษัทของไทยและบริษัทต่าง ชาติที่มาลงทุนในไทย โดยจะออกมาตรการด้านการเงินและภาษีเพื่อแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วน (fast track) เช่น การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร เพื่อทดแทนเครื่องจักรเดิมที่เสียหายไปจากน้ำท่วม เงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น โดยมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รับไปดูแลรายละ เอียดทั้งหมดในเรื่องนี้เพื่อช่วยทำให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมา ดำเนินการได้โดยเร็ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 20.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมทางสถานีโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจหรือทีวีพูล


ศปภ. ฝืนไม่ย้ายออกแม้น้ำจ่อดอนเมือง


          เมื่อเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เปิดเผยว่า การอพยพผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนซึ่งมาอยู่ที่ศูนย์พักพิง อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง กำลังจะมีการทยอยเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยทั้งหมดไปยังศูนย์พักพิงที่วิทยาลัยพลศึกษา จ.ชลบุรี ซึ่งได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้อพยพอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงในการเคลื่อนย้ายทั้งหมด เมื่อถามถึงความจำเป็นการย้ายที่ทำการ ศปภ.ไปยังสถานที่อื่น พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวขอพิจารณาก่อน โดยต้องมีการหารือกับฝ่ายกองทัพเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง    ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่บริเวณอาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว


          หลังจากที่มีการประกาศเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยที่อยู่ในศูนย์ออกทั้งหมด เจ้าหน้าที่จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แจ้งให้ผู้อพยพที่พักพิงในศูนย์ฯ ลงทะเบียนเพื่อย้ายสถานที่พักพิงไปยังสถาบันการพลศึกษา จ.ชลบุรี ที่รองรับผู้อพยพได้ 4,000 คน เนื่องจากน้ำได้เข้าท่วมถนนวิภาวดี-รังสิต บริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง ซึ่งระดับมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยถึงเวลา 16.00 น. ได้มีผู้สมัครใจลงทะเบียนแล้วจำนวน 520 คน จากทั้งหมด 4,131 คนที่ลงทะเบียนเข้าพักที่ศูนย์ฯ โดยมีรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมไว้เพื่อไปส่งภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้


          นอกจากนี้ที่ จ.ชลบุรียังได้เตรียมสถานที่รองรับผู้อพยพเพิ่มอีก 7 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์ศึกษาพัฒนาชุมชน จ.ชลบุรี ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายลูกเสือวชิราวุธ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน สวนสัตว์เปิดเขาเขียว และเทศบาลตำบลหนองไม้แดง รวมทั้งหมดสามารถรองรับผู้อพยพได้ 8,300 คน ทั้งนี้ ศปภ.ยังได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อย้ายไปยังแฟลตเคหะเศรษฐกิจ จ.สมุทรสาคร ที่รองรับได้ 2,500 คน และบ้านเอื้ออาทร อ.พระประโทน จ.นครปฐม รองรับได้ 1,100 คน รวมทั้งยังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อกลับภูมิลำเนาในจังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบอีกด้วย   


          เมื่อสอบถามผู้อพยพที่สมัครใจย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง จ.ชลบุรี ส่วนใหญ่ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสถานการณ์น้ำด้านหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองโดยตลอด และเตือนว่าหากสถานการณ์หนักกว่านี้อาจถึงขั้นต้องตัดไฟฟ้า และน้ำประปาของศูนย์ ทำให้ไม่ลังเลที่จะลงทะเบียนขอย้ายไปยังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ เนื่องจากไม่อยากเพิ่มภาระให้แก่เจ้าหน้าที่ ขณะที่บางส่วนยังต้องอยู่ที่ศูนย์พักพิงดอนเมืองต่อไป เพราะยังคงต้องทำงานตามปกติ และไม่ได้หยุดงานในวันที่ 27-31 ต.ค.ตามที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ อาทิ พนักงาน ขสมก. เป็นต้น    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นระดับน้ำบนถนนวิภาวดี-รังสิต หน้าท่าอาศยานดอนเมือง มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหินคลุกมาทำเป็นคันกั้นน้ำ สูงประมาณ 1 เมตร แต่น้ำยังซึมเข้ามาตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อมีรถขนาดใหญ่วิ่งผ่านก็จะเกิดเป็นคลื่นและทะลักเข้ามาเป็นระลอก ขณะเดียวกันประชาชนที่นำรถจอดไว้บริเวณชั้นล่างของอาคารจอดรถ สนามบินดอนเมือง ยังคงทยอยมานำรถออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

          ต่อมาเวลา 17.45 น. ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบอุทกภัย ได้มีการเริ่มขนย้ายผู้ที่อาศัยอยู่ในศูนย์ โดยใช้รถโดยสารของ ขสมก. ที่มาเตรียมรอรับอยู่ ทั้งนี้ นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการรองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ขสมก. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขสมก.ได้จัดรถเข้ามาเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยไปยังสถาบันพลศึกษา และศูนย์ศึกษาพัฒนาชุมชน ที่ จ.ชลบุรี ในเบื้องต้นมีผู้แจ้งความจำนงจำนวน 600 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก สตรี และคนชรา ต้องใช้รถทั้งหมด 21 คัน สามารถโดยสารได้คันละประมาณ 31 คน พร้อมสัมภาระ โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ในการเดินทาง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ในการเดินทาง นอกจากนี้ ขสมก.ยังได้เตรียมรถเมล์ไว้อีกจำนวนมากเพื่อสำรองในการขนย้ายผู้ประสบภัยที่เหลือ
 

วิปฝ่ายค้านเสียดายปธ.สภาฯชิ่งสั่งงดประชุม


          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งงดประชุมสภาในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ว่า ความจริงการประชุมสภาฯได้งดไป 2 สองสัปดาห์แล้ว และวิปฝ่ายค้านเห็นว่าควรประชุมสภาฯกันได้แล้ว จึงเป็นที่น่าเสียดาย โดยเฉพาะตอนแรกที่นัดประชุมสภาฯเฉพาะวันพุธที่ 26 ตุลาคม ส่วนวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคมงดเพราะเป็นวันหยุดราชการ เนื่องจากที่จริงแล้วฝ่ายค้านได้เตรียมตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม ใน 4 ประเด็น ทำให้เสียโอกาสทั้งการทำหน้าที่ของส.ส.ในสภา และรัฐบาลเสียโอกาสในการตอบชี้แจงต่อประชาชน เพราะมีประชาชนจำนวนมากต้องการทราบข้อมูลและแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาอย่างยิ่งที่ในสัปดาห์หน้าทราบว่าจะมีความพยายามประชุมสภาฯเพื่อเร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ซึ่งจะทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถศึกษารายละเอียดได้ทัน เพราะจนขณะนี้เอกสารงบประมาณยังส่งมาไม่ถึงสภาฯ ดังนั้นรัฐบาลควรให้เวลาส.ส.ทุกคนได้มีเวลาศึกษารายละเอียดงบประมาณ เพราะโดยปกติแล้วจะต้องส่งเอกสารมาก่อนวันพิจารณาประมาณ 2-3 สัปดาห์


          นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ฝ่ายค้านยังเชื่อว่าในการประชุมสภาฯสัปดาห์หน้า เรื่องน้ำท่วมก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพูดกันในสภาฯผ่านญัตติต่างๆ เพราะเชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะยังคงอยู่อีกนาน แต่หากรัฐบาลกลัวและกังวลว่าจะถูกฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีการแก้ปัญหา ยืนยันว่าฝ่ายค้านอภิปรายให้ข้อมูลและชี้แนะแนวทาง รัฐบาลไม่ควรมองประเด็นการเปิดหรือเปิดประชุมสภาและการทำหน้าที่ของผู้แทนฯเป็นเรื่องการเมือง ไม่ควรเอาเรื่องการเมืองมาวินิจฉัยว่าควรประชุมสภาฯหรือไม่ แม้แต่ตัวนายกฯเองก็ถือเป็นหน้าที่ เพราะนายกฯก็เป็นส.ส. อย่างไรก็ตามหากการประชุมสัปดาห์หน้าถูกปรับมาเป็นการพิจารณางบหรือเรื่องอื่น ฝ่านยค้านคงปรับแนวทางที่ได้เตรียมผู้ตั้งกระทู้ถามเรื่องน้ำท่วม มาเป็นการอภิปรายปกติทั่วไปที่เกี่ยวข้อง โดยในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา วิปฝ่ายค้านจะประชุมเพื่อปรับเนื้อหาและผู้อภิปรายเดิมที่เตรียมไว้ 30 คนกันอีกครั้ง