ข่าว

พุทธมณฑลท่วมชาวบ้านขนของหนีน้ำ

พุทธมณฑลท่วมชาวบ้านขนของหนีน้ำ

25 ต.ค. 2554

น้ำทะลักท่วมตลาดท่าเรือพุทธมณฑล นครปฐม หลังน้ำหนุนจากบางบัวทองไหลสู่คลองทวีวัฒนาดันกระสอบทรายกั้นน้ำแตก ราชทัณฑ์สั่งย้ายนักโทษครั้งใหญ่หนีน้ำท่วม

          25 ต.ค.    2554   กระสอบทรายกั้นน้ำที่บริเวณวัดสาลวัน ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งกั้นน้ำบริเวณริมคลองทวีวัฒนา ถูกน้ำเซาะจนแตกพังทำให้น้ำจำนวนมากทะลักท่วมตลาดท่าเรือ จนชาวบ้านไม่สามารถขนของหนีน้ำได้ทัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ อบต.เทศบาล รวมไปถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ต่างเร่งเข้ามาช่วยกันอพยพชาวบ้านออกจากบ้านพัก และบรรดาชาวบ้านต่างช่วยกันซ่อมแซมแนวกระสอบทราย

          ส่วนฝั่งตรงข้ามคลองทวีวัฒนาซึ่งเป็นรอยต่อของ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม คือพื้นที่ เทศบาลตำบลศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ก็มีน้ำทะลักเข้าชุมชนมาตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ และท่วมขัง  ระดับน้ำสูง   1.50 เมตร ตรงบริเวณบ้านพักอาศัย และที่นา รวมไปถึงสวนมะม่วง สวนกล้วยไม้ ที่จมน้ำ ทำให้มีความเสียหายเป็นพันไร่ เฉพาะสวนกล้วยไม้ที่เสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท

           ส่วนบนพื้นถนนซึ่งสูงกว่าพื้นที่บ้านพักจะมีน้ำท่วมสูงเพียง 10- 20 เซนติเมตร ซึ่งชาวบ้านต่างช่วยกันขนสิ่งของไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะนี้พื้นที่เทศบาลตำบลศาลากลาง ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานใดๆ เนื่องจากอยู่ติดรอยต่อชายแดนจังหวัดนครปฐม ทำให้ขาดการติดต่อกับทางจังหวัดนนทบุรี ซึ่งไม่สามารถเดินเดินทางเข้าไปได้ ต้องมาเข้าทางด้าน อ.พุทธมณฑลเท่านั้น

              มีรายงานว่า หลังจากที่น้ำท่วม   มีจระเข้ซึ่งมีผู้เลี้ยงไว้ใกล้คลองทวีวัฒนาหลุดออกจากฟาร์มที่เลี้ยงไว้จำนวน 3 ตัว ซึ่งจระเข้ดังกล่าวมีขนาดตัวยาวประมาณ 2 เมตรเศษ

              นายอำนวย เหมือนวงศ์ธรรม นายก อบต.ศาลายา  อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม  กล่าวว่า   น้ำที่ท่วมขึ้นมาเป็นน้ำหนุนมาจากบางบัวทอง บางใหญ่ ซึ่งไหลมาเป็นระลอกแรก ทำให้น้ำดันกระสอบทรายที่วางแนวกั้นน้ำไว้แตกเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักท่วมตลาดท่าเรือ ซึ่งในขณะนี้ในพื้นที่ตำบลศาลายา ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตเทศบาลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมเกือบเต็มพื้นที่แล้ว เหลือเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น



ราชทัณฑ์สั่งย้ายนักโทษครั้งใหญ่หนีน้ำท่วม



              พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมผู้บริหารกรมราชทัณฑ์เรื่องการขนย้ายนักโทษเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมเรือนจำ ว่า กรมราชทัณฑ์สั่งการให้ย้ายผู้ต้องขังในทุกเรือนจำของจังหวัดปทุมธานี และในวันที่ 26 ต.ค. ได้ประสานกำลังตำรวจติดอาวุธครบมือเพื่อเคลื่อนย้ายนักโทษประหารในเรือนจำกลางบางขวาง ประมาณ 600-800 คน ไปเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี จากนั้นจะเริ่มย้ายนักโทษในเรือนจำทั้ง 5 แห่งในบริเวณริมคลองเปรมประชากร แขวงลาดยาว เขตบางเขน

          ประกอบด้วย ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งนี้ การเคลื่อนย้ายนักโทษครั้งนี้ถือเป็นการขนย้ายครั้งใหญ่ที่สุด โดยยืนยันว่ากรมราชทัณฑ์มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งกรมราชทัณฑ์จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายนักโทษก่อนที่จะมีน้ำท่วมสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อการควบคุม