ข่าว

แนะศปภ.ย้ายผู้อพยพศูนย์ดอนเมือง

แนะศปภ.ย้ายผู้อพยพศูนย์ดอนเมือง

25 ต.ค. 2554

"สุขุมพันธ์" ทำใจกรุงเทพฯท่วมแน่ หลังรัฐบาลเปลี่ยนแผนผันน้ำเข้ากรุง ยันตั้งใจช่วยนิคมฯบางชัน แนะ ศปภ. ย้ายผู้อพยพศูนย์อนเมืองไปอยู่ที่ปลอดภัย พม.จับมือ ศธ.ตั้งศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย เพิ่มอีก 86 แห่ง

           25ต.ค.2554 ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่กทม. ตะวันออก เยี่ยมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ซึ่งมาช่วยกรอกกระสอบทราย เพื่อนำไปเสริมคันกั้นน้ำตามแนวถนนสายไหม-หทัยราษฎร์-หทัยมิตร- ประชาราษฎร์ และ สุวินทวงศ์ รวมระยะทาง 39 กม. เพื่อป้องกันน้ำที่จะไหลเข้ามาสู่พื้นที่กทม. ตะวันออก โดยนายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา รายงานว่า ขณะนี้มีอาสาสมัครจำนวน 60 คนและเจ้าหน้าที่ กทม. จาก 22 เขตที่ไม่ไม่ถูกน้ำท่วม มาร่วมกรอกทราย


           เบื้องต้นจะกรอกให้แล้วเสร็จภายใน 2 วันจากนั้น วันที่ 27 ต.ค. จะระดมกำลังจากทหารและ ร.ด. นำกระสอบทรายไปเรียงในพื้นที่ โดยให้มีความสูงเฉลี่ย 2.5-3 เมตร  จากนั้น ผู้ว่าราชการ กทม. ได้เดินทางไปรับฟังปัญหากับคณะผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำของ กทม.    


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการร่วมรับฟังปัญหาที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งมีนายสุภาพ คลี่ขจาย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมด้วย นั้น มีผู้เสนอให้หน่วยงานของรัฐทยอยปล่อยน้ำให้เข้ามาในพื้นที่ เพราะขณะนี้รอบพื้นที่นิคมฯลาดกระบังมีคันกั้นน้ำ สูง 3.4 เมตร สามารถรับน้ำไหว แม้มีน้ำทะลักท่วมพื้นที่ ทางโรงงานอุตสาหกรรมมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สามารถระบายออกไปได้ แต่หากหน่วยงานกักน้ำไว้และไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำไหลได้ น้ำอาจเอ่อเข้าท่วมพื้นที่นิคมจนได้รับความเสียหายได้


           ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่าภายใน7วันคาดว่าจะทราบระดับน้ำที่จะเข้ามาในพื้นที่อย่างชัดเจน แต่ไม่ทราบว่าจะไหลเชี่ยวขนาดไหน เพราะอยู่นอกเหนือการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องสมมติว่า คันกั้นน้ำ 3.4 เมตรนั้นเอาอยู่ ไม่เช่นนั้นน้ำคงท่วมกทม.แน่นอน    
   

           จากนั้นผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์เพิ่มว่า ขณะนี้ทราบว่าน้ำเหนือได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แล้วแต่คงไม่สามารถสูบออกได้ เพราะคลองรังสิต และคลองเปรมประชาน้ำได้เต็มแล้ว คงทำได้เพียงการก่อกระสอบทรายทางเข้า-ออกเท่านั้น นอกจากนั้นกทม. มีแนวป้องกันสนามบินคือ คันกั้นน้ำที่ถนนสายไหม-จันทรุเบกษา-ฐานทัพอากาศ-วิภาวดี-รังสิต ระยะทาง 3 กม. ส่วนแนวคิดของหน่วยงานรัฐบาลที่ต้องการใช้ถนนเป็นทางผันน้ำนั้น ตนไม่ขัดข้องในหลักการ แต่ขอให้แจ้งตนก่อน รวมถึงมาตรการป้องกันที่อยู่อาศัยของประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งถนนด้วย   

          
           "ที่ดอนเมือง ผมมองว่าควรย้ายผู้อพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะหากไม่สามารถคุมน้ำได้ ความสูงของน้ำอาจจะสูงเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในถนนสรงประภาได้" ผู้ว่า กทม. กล่าว    

          
           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ร่วมประชุมกับคนนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนคิดจะทำให้พื้นที่นิคมบางชันไม่ถูกน้ำท่วม แต่ต้องมีเงื่อนไขคือ ทางกรมชลประทานต้องเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำออกทุกประตู ขณะนี้ตนเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากกรมชลฯ ประเด็นเปิดประตูระบายน้ำ ตนจึงมอบหมายให้ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ไปให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 26 ต.ค. นี้


           "ทางรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะผันน้ำให้เข้ามาสู่กรุงเทพฯตะวันออก แทนที่จะผันไปทางตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งผมยอมรับในดุลยพินิจของรัฐบาล ขณะนี้เราคงต้องยอมรับว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯไม่ได้ แต่หลังจากนี้ไปคงต้องเตรียมแผนที่จะรับกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบน้อยที่สุด" ผู้ว่าฯกทม. กล่าว


           ด้านนายธีระชน กล่าวตอนหนึ่งว่า ความจริงวันนี้ที่ประจุมระบายน้ำประเวศบุรีรมย์ และประตูน้ำหนองจอก ซึ่ออยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน ไม่ได้เปิดประตูระบายน้ำหมดทุกบาน ประตูน้ำประเวศบุรีรมย์เปิดเดินเครื่องสูบน้ำเพียง 10 ตัวจาก 20 ตัว ประตูน้ำหนองจอกเดินเครื่องสูบน้ำ 4 ตัวจากที่มี 20 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นความจริง


 เริ่มย้ายผู้อพยพจากศูนย์ดอนเมืองไป"ชลบุรี"
 

           ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์พักพิงผุ้ประสบภัย อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง มีเจ้าหน้าที่จาก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้แจ้งผู้อพยพที่พักพิงในศูนย์ฯให้ลงทะเบียนเพื่อย้ายสถานที่พักพิงไปยังสถาบันการพลศึกษา ชลบุรี  ที่จะรองรับผู้อพยพได้ถึง 4,000 คน เนื่องจากน้ำได้ท่วมบริเวณถ.วิภาวดีรังสิต  และมีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว  ซึ่งมีผู้สมัครใจลงทะเบียนกว่า 500 คน จาก 4,131 คน  โดยจะมีรถของ ขสมก. ไปส่ง นอกจากนี้ทั้งนี้ยังมีศูนย์พักพิงที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม และ ผู้อพยพที่ต้องการเดินทางกลับภูมิเลำเนาสามารถลงทะเบียนไว้ก่อนแต่ต้องรอความใชัดเจนเรื่องสถานที่จึงจะเคลื่อนย้ายได้ ทั้งนี้ผู้ที่ละทะเบียน จะได้รับอาหารแห้งพร้อมมุ้งติดตัวไปยังศูนย์พักพิง ที่ จ. ชลบุรีด้วย


           สำหรับ จ.ชลบุรี นอกจากจะมีศูนย์อพยพที่ สถาบันพลศึกษา ชลบุรีแล้ว ยังมีอีก  7 แห่ง ประกอบด้วย ด้วย 1.ศูนย์ศึกษาพัฒนาชุมชน ชลบุรี  2. ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2   3.มณฑลทหารบกที่ 14  4. ค่ายลูกเสือวชิราวุธ  5.สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน  6.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว แล 7. เทศบาลตำบลหนองไม้แดง  รวมทั้งหมดรองรับได้กว่า 8,300 คน  ทั้งนี้ในส่วนของ ขสมก.ได้จัดรถเมล์ครีมแดง 21 คัน ในการเคลื่อนย้าย และให้นั่งคันละ 31 คน โดยใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ โดยขณะนี้เริ่มทยอยขึ้นรถแล้ว แต่จะให้รอให้เต็มทุกคันและเดินทางไปพร้อมกันทีเดียว


พม.จับมือ ศธ.ตั้งศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย เพิ่มอีก 86 แห่ง


           กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบอุทกภัย เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เพิ่มเติมอีก 86 แห่ง ในทุกเขตพื้นที่ ได้แก่ คลองเตย คลองสามวา จตุจักร จอมทอง ดอนเมือง ดุสิต ธัญบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางกะปิ บางเขน บางแค บางซื่อ บางนา บางบอน บางพลัด บึ่งกุ่ม ประเวศ พญาไท พระโขนง พระนคร พลับพลาไชย มีนบุรี ยานนาวา ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ ลาดกระบัง วังทองหลาง สาทร สามเสน สายไหม หนองแขม หนองจอก และเขตห้วยขวาง โดยพม.ให้การสนับสนุนที่นอนและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงทุกแห่ง


           ทั้งนี้ ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 86 แห่ง มีดังนี้
1.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา(ท้องฟ้าจำลอง) ผู้พักพิงได้จำนวน 400 คน
2.ศูนย์วิทยาลัยเทคโนโลยี มีนบุรีโปลีเทคนิค ผู้พักพิงได้จำนวน 200 คน
3.วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ ผู้พักพิงได้จำนวน 1,000 คน
4.โรงเรียนหอวัง ผู้พักพิงได้จำนวน 1,500 คน
5.โรงเรียนอนุบาลวัดนางนอง ผู้พักพิงได้จำนวน 300 คน
6.โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง ผู้พักพิงได้จำนวน 1,000 คน
7.โรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา ผู้พักพิงได้จำนวน 300 คน
8.โรงเรียนพระหฤทัย ดอนเมือง ผู้พักพิงได้จำนวน 100 คน
9.วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ผู้พักพิงได้จำนวน 400 คน
10.โรงเรียนราชวินิตประถม ผู้พักพิงได้จำนวน 100 คน
11.โรงเรียนทีปังกรวิทยพัฒน์ (วัดโบสถ์) ผู้พักพิงได้จำนวน 80 คน
12.โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ผู้พักพิงได้จำนวน 1,200 คน
13.วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ผู้พักพิงได้จำนวน 100 คน
14.ศูนย์นันทนาการ เซนต์คาเบรียล ผู้พักพิงได้จำนวน 500 คน
15.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา(รังสิต) ผู้พักพิงได้จำนวน 1,000 คน
16.โรงเรียนวัดอมรินทราราม ผู้พักพิงได้จำนวน 100 คน
17.โรงเรียนปริยัติธรรม ผู้พักพิงได้จำนวน 150 คน
18.โรงเรียนโฆสิตสโมสร ผู้พักพิงได้จำนวน 200 คน
19.โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส ผู้พักพิงได้ 300 คน
20.โรงเรียนการจรัญสนิทวงศ์บริหารธุรกิจ ผู้พักพิงได้ 200 คน
21.โรงเรียนประถมทวีธาภิเศก ผู้พักพิงได้ 200 คน
22.วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี ผู้พักพิงได้ 500 คน
23.วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี ผู้พักพิงได้ 100 คน
24.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ผู้พักพิงได้ 500 คน
25.โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ผู้พักพิงได้ 1,500 คน
26.โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา 3 ผู้พักพิงได้ 900 คน
27.วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ ผู้พักพิงได้ 300 คน
28.วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยบริหารธุรกิจ ผู้พักพิงได้ 300 คน
29.โรงเรียนปราโมชวิทยา รามอินทรา ผู้พักพิงได้ 500 คน
30.มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้พักพิงได้ 300 คน
31.โรงเรียนสารวิทยา ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
32.โรงเรียนราชวินิตบางเขน ผู้พักพิงได้ 1,200 คน
33.โรงเรียนราชวินิตประถมบางแค ผู้พักพิงได้ 200 คน
34.โรงเรียนปัญญาวรคุณ ผู้พักพิงได้ 400 คน
35.ศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านลูกเสือ และยุวกาชาดฯ ผู้พักพิงได้ 500 คน
36.วิทยาลัยเทคโนโลยี กรุงธน ผู้พักพิงได้ 200 คน
37.โรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย2 ผู้พักพิงได้ 900 คน
38.โรงเรียนประภามนตรี ผู้พักพิงได้ 200 คน
39.โรงเรียนลาซาล ผู้พักพิงได้ 200 คน
40.วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ผู้พักพิงได้ 500 คน
41.วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยาการสยามฯ ผู้พักพิงได้ 200 คน
42.วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง ผู้พักพิงได้ 100 คน
43.โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 ผู้พักพิงได้ 800 คน
44.โรงเรียนชินวร ผู้พักพิงได้ 100 คน
45.โรงเรียนโสมาภาพัฒนา ผู้พักพิงได้ 300 คน
46.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ผู้พักพิงได้ 1,500 คน
47.โรงเรียนเตรียมอุมศึกษาน้อมเกล้า 1,500 คน
48.โรงเรียนพญาไท ผู้พักพิงได้ 100 คน
49.โรงเรียนสิริรัตนาธร ผู้พักพิงได้ 1,200 คน
50.โรงเรียนพระโขนงวิทยาลัย ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
51.โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
52.โรงเรียนสายน้ำผึ้งในพระอุปถัมภ์ ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
53.โรงเรียนปทุมคงคา ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
54.โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ผู้พักพิงได้ 700 คน
55.วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ผู้พักพิงได้ 300 คน
56.โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง ผู้พักพิงได้ 100 คน
57.โรงเรียนวัดพลับพลาไชย ผู้พักพิงได้ 50 คน
58.วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ผู้พักพิงได้ 200 คน
59.วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร ผู้พักพิงได้ 200 คน
60.เศรษฐบุตรบำเพ็ญ ผู้พักพิงได้ ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
61.ประถมนนทรีวิทยา ผู้พักพิงได้ 600 คน
62.วัดช่องลม ผู้พักพิงได้ 600 คน
63.วัดด่าน ผู้พักพิงได้ 150 คน
64.วัดสุทธิวราราม ผู้พักพิงได้ 1,500 คน
65.เจ้าพระยาวิทยาคม ผู้พักพิงได้ 700 คน
66.ยานนาเวศ ผู้พักพิงได้ 900 คน
67.สตรีศรีสุริโยทัย ผู้พักพิงได้ 800 คน
68.สันติราษฎร์วิทยาลัย ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
69.มักกะสันพิทยา ผู้พักพิงได้ 500 คน
70.วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน ผู้พักพิงได้ 200 คน
71.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ผู้พักพิงได้ 2,000 คน
72.พรตพิทยพยัต ผู้พักพิงได้ 1,200 คน
73.วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย ผู้พักพิงได้ 100 คน
74.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ ผู้พักพิงได้ 100 คน
75.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผู้พักพิงได้ 200 คน
78.ไทยรัฐวิทยา 75 เฉลิมพระเกียรติ ผู้พักพิงได้ 100 คน
79.วิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
80.ฤทธิยวรรณลัย ผู้พักพิงได้ 1,500 คน
81.ฤทธิยวรรณลัย (2) ผู้พักพิงได้ 800 คน
82.ศูนย์วิทยาลัยเทคโนโลยีหมู่บ้านครู ผู้พักพิงได้ 500 คน
83.มัธยมวัดหนองจอก ผู้พักพิงได้ 1,200 คน
84.วิทยาลัยการอาชีพการจนาภิเษกหนองจอก ผู้พักพิงได้ 1,000 คน
85.ศูนย์โรงเรียนศาสนบริหารธุรกิจ ผู้พักพิงได้ 200 คน
86.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา ผู้พักพิงได้ 1,000 คน

           สำหรับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้เปิดศูนย์พักพิงเพิ่มเติมโดยการเคหะแห่งชาติในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 6 แห่งได้แก่ 1.การเคหะชุมชนหนองจอก รองรับได้จำนวน 1,200 คน 2.การเคหะชุมชนร่มเกล้า จำนวน 1,500 คน 3. การเคหะชุมชนพรพระร่วงประสิทธิ์ จำนวน 865 คน 4.เอื้ออาทรวัดสาขลา จ.สมุทรปราการ จำนวน 3,000 คน 5.เอื้ออาทรเศรษฐกิจ 1 จ.สมุทรสาคร จำนวน 1,200 คน 6.เอื้ออาทรเศรษฐกิจ 2 จำนวน 3,000 คน โดยประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถสอบถามได้ที่ พม.(ศปภ.ดอนเมือง) โทร. 02-504-3050.

           นอกจากนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย เตรียมศูนย์พักพิงสำรองสำหรับผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ดังนี้
1. จังหวัดราชบุรี สำรองอันดับที่ 1 รองรับได้ 2,500 คน
2. จังหวัดนครราชศรีมา โบนันซ่า สำรองอันดับที่ 2 รองรับได้ 10,000 คน
3. จังหวัดชลบุรี สำรองอันดับที่ 3 รองรับได้ 3,000 คน
4. จังหวัดเพชรบุรี สำรองอันดับที่ 4 รองรับได้ 2,500 คน


           ทั้งนี้ เป็นการเตรียมการในกรณีศูนย์พักพิงไม่เพียงพอ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะได้จัดโรงครัว ที่นอน หมอน มุ้ง ให้ศูนย์พักพิงทุกแห่ง รวมทั้งเปิดศูนย์พักพิงเพิ่มเติม โดยการเคหะแห่งชาติในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ เคหะชุมชนหนองจอก รองรับได้ 750 คน ,เคหะชุมชนร่มเกล้า รองรับได้ 500 คน ,เคหะชุมชนพรพระร่วงประสิทธิ์ รองรับได้ 865 คน , เอื้ออาทร จ.สมุทรปราการ (วัดสาขลา) ร้องรับได้ 3,160 คน ,เอื้ออาทรเศรษฐกิจ 1 จ.สมุทรสาคร รองรับได้ 500 คน , เอื้ออาทรเศรษฐกิจ 3 จ.สมุทรสาคร รองรับได้ 2,500 คน


           สำหรับศูนย์พักพิงฯ ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เต็มแล้วมีดังนี้ 1.โรงเรียนดอนเมืองทหารบำรุง 2.โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี 3.โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง โดยผู้ที่ต้องการอพยพหรือขอความช่วยเหลือเข้าศูนย์พักพิงติดต่อได้ที่ 1300 ศูนย์ประชาบดี หรือ ศปภ. พม. โทร. 02-504-3050


ศูนย์ราชการประกาศปิดรับผู้พักพิง หลังรับเต็มจำนวน ส่งต่อไปอาคาร 19 ปี กสท.



           ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ -25 ต.ค. 54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์พักพิงภายในศูนย์ราชการฯ ประกาศปิดรับผู้พักพิงเพิ่มเติมแล้ว เนื่องจากมีผู้เข้าพักพิงเต็มทั้ง 3 เฟส จำนวนมากถึง 2,540 คน อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีผู้พักพิงที่อพยพมาจากหลายพื้นที่ที่น้ำเริ่มหลากเข้าท่วม โดยเฉพาะประชาชนย่านหลักหก โดยผู้ประสบภัยได้เดินทางด้วยรถโดยสารรถประจำทางที่ทางราชการจัดเตรียมให้ และรถยนต์ส่วนตัว ทยอยเข้าพักในศูนย์ราชการฯ แต่เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปพักที่ศูนย์พักพิงในอาคาร 19 ปี ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) (CAT)


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบริเวณศูนย์พักพิงของ CAT ได้เปิดพื้นที่ให้ใช้อาคาร 19 ปี ซึ่งเดิมคือศูนย์กีฬา เป็นสถานที่พักพิงของผู้อพยพ โดยเปิดพื้นที่ชั้น 1 บริเวณสนามแบดมินตันเป็นพื้นที่นอน โดยนำกระดาษกล่องมาทำเป็นที่กั้น แยกเป็นล็อคเพื่อจัดที่นอนให้เป็นสัดส่วน ทั้งนี้ผู้ประสบภัยที่เดินทางมาถึงใหม่ได้ลงทะเบียนเข้ารับของใช้ส่วนตัว อาทิ รองเท้า ชุดชั้นใน เสื้อผ้า และเครื่องนอน


           ด้านดร.วาสนา วิสฤตาภา อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า CAT ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 ได้ โดยเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในจุดนี้จะมีทั้งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ , มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมูลนิธิพุทธฉือจี้ ซึ่งการดูแลผู้พักพิงจะใช้แนวทางเดียวกับที่ศูนย์ราชการฯคือมีการลงทะเบียนแบ่งแยกการพักเป็นแบบครอบครัวหรือชายหญิง และหญิงโสด มีสมุดเบิกของใช้ส่วนตัวไว้และมีบัตรประจำตัวทุกคน ล่าสุดมีประชาชนจากย่านหลักหกเข้ามาพักแล้วกว่า 200 คน ซึ่งศูนย์นี้จะรับผู้พักพิงได้ประมาณ 500 คน เท่านั้น