
หมดตัวแล้ว
เหมือนหมดตัว กลับไปก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ขอให้น้ำลด แล้วกลับไปเห็นบ้านก่อนค่อยคิดกันอีกที...
"เหมือนหมดตัว กลับไปก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ขอให้น้ำลด แล้วกลับไปเห็นบ้านก่อนค่อยคิดกันอีกที..." ลิลาวัลญ์ โตลอบ บอกกับ ทีมงานคุณภาพชีวิตด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่ดวงตาของเธอดูแล้วเศร้าและมีแววของความกังวลอยู่ในใจ เพราะจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ทำให้ต้องมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตกว่า 2 อาทิตย์แล้ว และยังไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับบ้านในระยะเวาอันใกล้นี้หรือไม่ แม้จะบอกตัวเองว่าไม่เครียดไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้อง "ทำใจ" อย่างเดียว แต่ถึงอย่างไรก็อดคิดไม่ได้ว่า หลังน้ำลดแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป หรือจะทำอย่างไรต่อไปดี
วิลาวัลญ์ เล่าว่า เป็นคนอยุธยาแต่กำเนิด เห็นน้ำท่วมทุกปี แต่ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ ถ้าให้ประเมินสถานการณ์ก็อาจจะกล่าวได้ว่า หมดตัว
ครั้งแรกเมื่อน้ำท่วม ทุกคนในครอบครัว 4 ชีวิต และพี่น้องที่ปลูกบ้านอยู่ใกล้เคียงกันก็ต้องอพยพมาทำที่พักพิงชั่วคราวอยู่ที่ริมถนนสายเอเชีย บ้านที่เคยอยู่จมมิดถึงหลังคาไปแล้ว ขณะนั้นก็รู้สึกกังวลอยู่บ้าง เพราะไม่เคยกินที่ถนนมาก่อน จนกระทั่งเห็นว่า ถนนเอเชียที่เคยใช้เป็นที่พังพิงอยู่อาศัยไม่ได้อีกแล้ว จึงพากันอพยพอีกครั้ง มาอยู่ที่ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สำหรับตัวเธอเองนั้น หยุดงานตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ซึ่งท่วมด้วยเหมือนกัน ทางบริษัทประกาศให้หยุดตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา และประกาศให้หยุดต่อเนื่อง โดยจะส่งข้อมความมาให้ หรือส่งเมลมาแจ้งให้ทราบ ล่าสุดบอกว่า ให้หยุดงานไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีประกาศให้หยุดต่อไปอีกหรือเปล่า
ความรู้สึกขณะนี้คือ เครียด ที่ต้องอยู่อย่างนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร งานที่ทำจ่ายค่าแรงเป็นรายวันๆ ละ 256 บาท แต่เหตุการณ์ครั้งนี้บริษัทแจ้งว่า จ่ายเงินให้แค่ 75 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่า ก็ได้ไม่เต็ม 256 บาท ยังไม่รู้เลยว่า หลังวีกหน้า ที่เงินเดือนออกจะได้เงินแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือ ต้องใช้เงินอีกจำนวนมากไปซ่อมแซมบ้าน และต้องซื้อของใช้ เลยบอกไม่ได้ว่า สกานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ "หมดตัว"
กระทรวงวัฒธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม นำถุงยังชีพ เรือ และอาหารไปมอบให้ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พร้อมกับขนศิลปินจากทีมละครเวทีพระนเรศวร และทีมบ้านตุ๊กตุ่น ไปสร้างสีสันรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ
นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการมอบอุปกรณ์ยังชีพแก่ผู้แทนชุมชนผู้ประสบอุทกภัย ได้แก่ เรือพายจำนวน 11 ลำ เพื่อมอบให้วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้ในการปฏิบัติงาน, ยาทาแก้น้ำกัดเท้า จำนวน 1,300 หลอด, นมกล่อง UHT จำนวน 100 ลัง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 100 หีบ, ผัดไทย จำนวน 2,000 ห่อ
พร้อมกันนั้น นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ยังนำศิลปินจากสมัชชาศิลปิน คณะนักแสดงจากละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทีมงานจากบ้านตุ๊กกะตุ่น หุ่นกระบอกไทย ได้นำกิจกรรมไปร่วมสร้างความสุขความบันเทิงให้แก่เด็ก พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย และทำอาหารสดให้ชิมกันเดี๋ยวนั้นด้วย
น้องเบนซ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องมาพักพิงอยู่ที่นี่ตามพ่อแม่ บอกว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้มีกิจกรรมทำตัวละครหุ่นกระบอกให้พวกเขาได้ลองทำเล่น เพราะนับแต่มาอยู่ที่นี่กับพ่อแม่ แม้จะมีเพื่อนใหม่เล่นทุกวัน แต่ไม่ค่อยสนุกที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ การที่มีกิจกรรมมาให้เขาและเพื่อนๆ ได้เล่นอย่างนี้ดีกว่าอยู่เฉยๆ เล่นไปวันๆ ซึ่งไม่สนุกเท่าไหร่ ทั้งตัวเขาและเพื่อนๆ คุยกันว่า อยากกลับบ้านแล้ว แต่พ่อกับแม่บอกว่า ยังกลับไม่ได้ เพราะน้ำยังท่วมอยู่ ก็ต้องวิ่งเล่นอยู่อย่างนี้ให้เวลาหมดไปวันๆ
นางสุกุมล กล่าวว่า สำหรับเด็กๆ การได้มาอยู่ที่นี่พวกเขาอาจจะไม่รู้สึกเครียดมากเหมือนผู้ใหญ่ แต่ก็อยากเชิญชวนให้หลายหน่วยงานเข้ามาสร้างกิจกรรมให้เด็กๆ ได้สนุกสนาน หรือมีอะไรทำ จะได้ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่ ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะเครียด ถ้าเด็กๆ มีกิจกรรมทำให้เพลิน ก็ไม่ดื้อ ทำให้ผู้ใหญ่ไม่เครียดมาก ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง
นอกจากเด็กๆ แล้ว สำหรับผู้ใหญ่เอง ครั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้นำทีมพันธมิตรมาร่วมช่วยกัน นำเอาอาหาร ของใช้มาให้ ซึ่งถือเป็นการช่วยกันอีกทางหนึ่ง เพราะอย่างไรเสียคนไทยไม่ทิ้งกัน ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมมีเจ้าหน้าที่อยู่ทุกที่ที่ดูแลอยู่แล้ว แต่ส่วนกลางก็จะเข้าไปดูด้วย โดยอาทิตย์นี้จะไปที่อยุธยา ทั้งส่วนตัวและจังหวัดชลบุรีรวมน้ำใจเพื่อจะไปช่วยเหลือชาวอยุธยาด้วย โดยสอบถามไปแล้วว่า ต้องการอะไรบ้าง เพื่อจะได้นำมาให้ตรงกับความต้องการของประชาชน และหลังน้ำลดก็จะมีการช่วยเหลือในระยะต่อไปด้วย
ด้าน นางปริศนา กล่าวว่า การมาเยี่ยมและให้กำลังใจครั้งนี้ มาเจอก็ทำให้เด็กๆ หรือครอบครัวรู้สึกว่า การทำกิจกรรมอย่างนี้ทำให้เด็กๆ เพลิน ซึ่งพ่อแม่ก็ชอบ และคิดว่าจะทำอีก แล้วหมุนเวียนไปหลายๆ จุดที่เป็นศูนย์พักพิง พร้อมกันนั้น หากทางศูนย์พักพิงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังต้องการความช่วยเหลืออะไรก็แจ้งได้เลย ทางสวธ.พร้อมจะช่วยเหลือ และหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่



