ข่าว

จากฟูจิโกะถึงเคนโปร

จากฟูจิโกะถึงเคนโปร

26 ต.ค. 2554

คมคิด : จากฟูจิโกะถึงเคนโปร 19ปีของกล้องซีซีทีวีมืออาชีพ

            "สมัยก่อนกล้องวงจรปิดเป็นอะไรที่จับต้องยาก เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง ทำให้ไม่เป็นที่นิยม แต่ผมมองว่าการติดกล้องวงจรปิดมีประโยชน์มาก ทำให้เป็นที่นิยมในต่างประทศ จึงมองว่าตลาดในเมืองไทยน่าจะมีการใช้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต" สิทธิชัย ศรีสงวนสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.จี.ดี อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกล้องโทรทัพสน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ภายใต้แบรนด์ ฟูจิโกะ กล่าวย้อนถึงจุดเริ่มต้นของสินค้าที่ตั้งชื่อว่า ฟูจิโกะ เมื่อ 19 ปีก่อนอย่างภาคภูมิใจ

         แม้ฟูจิโกะจะชื่อออกไปทางญี่ปุ่น แต่ "สิทธิชัย" ยืนยันว่าเป็นแบรนด์ไทย 100% ส่วนที่ชื่อออกไปทางญี่ปุ่น เพราะรู้สึกว่าญี่ปุ่นเป็นต้นตำหรับของเทคโนโลยี และมีความชื่นชอบญี่ปุ่นเป็นการส่วนตัว รวมทั้งพบรักกับภรรยาที่ญี่ปุ่นด้วย จึงรู้สึกว่ามีความผูกพันมานาน

        ในอดีตเขายอมรับว่าผู้บริโภคยังไม่ให้ความสำคัญกับการติดกล้องวงจรปิด เพราะคิดว่าใช้เงินที่ซื้อกล้องไปจ้างยามเฝ้าบ้านดีกว่า โดยจ่ายเงินเดือนแค่ 5,000 บาท แถมยังใช้ให้ทำอย่างอื่นได้ด้วย เช่น ล้างรถ เป็นต้น แล้วใครจะยอมควักเงินจ่ายเป็นแสน เพราะสมัยนั้นมีไม่กี่ยี่ห้อ อย่างของพานาโซนิคราคาชุดละแสนกว่าบาท

        ผู้บริหารฟูจิโกะ ระบุว่าช่วงนั้นจึงคิดว่าทำยังไงให้คนหันมาติดกล้องวงจรปิดกันมากขึ้น เพราะหากมีการนำเข้ามาขายจำนวนมากหรือมีหลายรายก็น่าจะทำให้สินค้ามีราคาถูกลง ซึ่งคอนเซ็ปต์ของฟูจิโกะคือเข้าถึงง่าย จึงตัดสินใจเปิดช็อบแรกที่ห้างมาบุญครองสมัยนั้นหรือเอ็มบีเคในปัจจุบัน เพราะมองว่าการสื่อสารสองทางนี้น่าจะดีกว่าขึ้นป้าย และมีตัวอย่างสินค้าให้จับต้องและสอบถามราคาได้

        สำหรับสินค้านำเข้ามาจำหน่ายขายนั้น เลือกผลิตที่โรงานในเกาหลีใต้ เนื่องจากเน้นที่คุณภาพของสินค้าแม้จะมีต้นทุนสูงกว่าผลิตในจีน แต่เทคโนโลยีก็ไม่น้อยหน้าไต้หวัน และญี่ปุ่นแต่มีราคาถูกกว่า ที่สำคัญราคาถูกกว่าในตลาดมากของฟูจิโกะแค่ 3-4 หมื่นบาทเท่านั้น (เครื่องบันทึกพร้อมกล้อง 4 ตัว)

       “พอเห็นว่าแนวทางการทำตลาดแบบเปิดช้อปมีกระแสตอบรับดีก็เปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมี 13 แห่ง ในกทม. 9 แห่ง ตจว. 4 แห่ง จากนั้นจึงหันมาใช้วิธีแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในช่วงนั้น โดยใช้สโลแกนว่าเรามีความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ”

       สิทธิชัย ระบุว่า นอกจากการทำตลาดแบบใหม่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการใช้เงินส่วนหนึ่งทำกิจกรรมทางการตลาด รวมทั้งการโฆษณาผ่าสื่อต่างๆ โดยแต่ละปีจะใช้เงิน 7-10% ของยอดขายหรือ 30-40 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคและทำให้ตลาดขยายตัวมากขึ้น เพราะหากมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นแต่เค้กมีก้อนเล็กก็ต้องมาแย่งกัน จึงอยากให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆเข้ามาร่วมทำตลาดกันอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น

      แม้ว่าฟูจิโกะจะทำตลาดมาอย่างต่อเนื่องเพียงรายเดียว แต่ผลตอบรับปัจจุบันนี้ไม่ถือว่าเสียแรงเปล่า เพราะหากพูดถึงกล้องวงจรปิดคุณสิทธิชัยมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ก็จะตอบว่านึกถึงฟูจิโกะ

       “เราอูยู่มานาน และเป็นต้นแบบกระตุ้นตลาดให้เติบโต ขนาดที่ว่าเคยมีคู่แข่งรายหนึ่งเข้ามาขอบคุณ ที่ผมช่วยทำตลาดกล้องซีซีทีวีให้เป็นที่รู้จักเลยทีเดียว ตอนแรกก็โกรธ แต่ตอนนี้รู้สึกภูมิใจมากกว่า เพราะประโยชน์สูงสุดไมได้อยู่ที่กำไรแต่อยู่ที่การลงทุนด้วย เราทำใครได้เราก็สบายใจ”

       ที่สำคัญเรายังใส่ความจริงใจเข้าไปด้วยทำให้มีตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทำจริงจังจนเลิกอาชีพอื่นหันมาขายสินค้าของเราอย่างเดียวก็มี ขณะที่ลูกค้าก็เชื่อมั่นในสินค้าของเรา แต่ผลเสียของการทำตลาดเพียงรายเดียวก็มี เพราะตลาดรวมโตจริง แต่ยอดขายของฟูจิโกะกลับทรงตัว จึงเหมือนเป็นการทำตลาดให้คู่แข่งได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายของฟูจิโกะอยู่ที่ 410 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของการการส่งน้องใหม่”เคนโปร”เข้ามาทำตลาดและเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้

       เพราะมองว่า ลูกค้ายังมีความต้องการสินค้าอีกมาก เพียงแต่มีกำลังซื้อไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือที่กำลังซื้อไม่มากเหมือนภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ และแบรนด์ฟูจิโกะยังเข้าไปไม่ถึง "เคนโปร" จึงน่าจะมาตอบโจทก์ตรงนี้ได้ เพราะเป็นสินค้าที่ผลิตจากโรงงานในจีนทำให้ราคาถูกกว่าฟูจิโกะเกินครึ่ง หรือมีเงินเพียง 8,900 บาทก็เป็นเจ้าของกล้อง 2 ตัวพร้อมเครื่องบันทึกภาพซึ่งคุณภาพไม่ด้อยกว่ามากเนื่องจากใช้ฮาร์ดดิสต์รุ่นเดียวกัน 

        “ผมตั้งใจเอาเคนโปรมาแข่งขันกับสินค้าในตลาดที่จับกลุ่มระดับกลางลงล่าง ที่ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนซึ่งมีภาษี 0% ทำให้ราคาถูกกว่าของฟูจิโกะมาก จึงต้องใช้มวยรุ่นเดียวกันมาสู้ แต่เรามีช่องทางจำหน่ายที่ดีกว่า มีประสบการณ์มากกว่า และมีพนักงานดูแลหรอมีบริการหลังการขายที่ดีกว่าทั้งการรับประกันและให้คำปรึกษา” 

        "สิทธิชัย"มั่นใจว่าเคนโปรน่าจะมีกระแสการตอบรับที่ดี อีกทั้งยังได้ดาราสาวเซ็กซี่”กระแต” มาช่วยสร้างสีสันภายใต้สโลแกน “โอ้โห เห็นหมด” โดยมองว่าเคนโปรจับกลุ่มลูกค้าตลาดใหญ่กว่าภายใน 2 ปี น่าจะมียอดขายเท่ากับฟูจิโกะในช่วงที่ผ่านมา เพราะนอกจากการเปิดตัวสินค้าพร้อมกัน 5 รุ่น ราคาถูกสุด 8.9 พันบาทไปจนถึงแพงสุด 1.99 หมื่นบาทแล้ว ยังตอบโจทก์ของการเข้าถึงง่ายด้วย เนื่องจากลูกค้าสามารถเดินไปซื้อที่ช้อป ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย หรือซื้อในโฮมโปร 70 สาขา และสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเองมีซีดีอธิบายขั้นตอนโดยละเอียด

 

-------------------------

(คมคิด : จากฟูจิโกะถึงเคนโปร 19ปีของกล้องซีซีทีวีมืออาชีพ)