ข่าว

ศปภ.เตือน9เขตกทม.ระวังน้ำเพิ่มสูง

ศปภ.เตือน9เขตกทม.ระวังน้ำเพิ่มสูง

24 ต.ค. 2554

ศปภ. ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 9 เตือนให้ประชาชนในเขตหลักสี่ ดอนเมือง สายไหม หนองจอก มีนบุรี คันนายาว ลาดกระบัง บางพลัด ทวีวัฒนา รวมทั้ง อบต. หลักหก และ อ.เมือง จ. ปทุมธานี เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเตรียมอพยพ ทอ.ส่งซี-130เคลื่อนย้ายเด็กป่วยนอน

           ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย (ศปภ.) มื่อเวลา  21.45 น. วันที่ 24 ต.ค.2554- พล.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)ประกาศแถลงการณ์ฉบับที่  9 ว่า เรื่องขอให้ประชาชน เฝ้าระวังระดับน้ำ และเตรียมตัวอพยพ  ตามที่ ศปภ. ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำทั้งวัน พบว่า มีน้ำจำนวนมากในหลายพื้นที่ อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอแนะนำหลักปฎิบัติดังนี้

           1.ประชาชนในพื้นที่ หลักสี่ ดอนเมือง สายไหม หนองจอก มีนบุรี คันนายาว ลาดกระบัง บางพลัด และทวีวัฒนา ให้เฝ้าระวังระดับน้ำ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หากมีความจำเป็นต้องอพยพ ให้ติดต่อ กทม. เพื่อเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ๆ จัดเตรียมไว้ทันที

           2.ประชาชน ในพื้นที่ อบต.หลักหก และอำเภอเมือง จ.ปทุมธานี รวมถึง บริเวณใกล้เคียงกับริมคลองรังสิต ขอให้ติดตามน้ำอย่างใกล้ชิด และสังเกตุบริเวณคันกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ต้องการเคลื่อนย้าย กองทัพไทย ได้เตรียมยาพาหนะไว้พร้อมแล้ว


กระทรวงการต่างประเทศแจ้งข้อมูลน้ำท่วมแก่คณะทูตทราบอย่างใกล้ชิด 



           นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่กรุงเทพฯ จะประสบเหตุอุทกภัยดังกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานแจ้งพัฒนาการต่างๆ แก่คณะทูตประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยได้มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารทั้งจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และจากกรุงเทพมหานคร เป็นระยะ รวมถึงกรณีที่กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศแจ้งเตือนเหตุอุทกภัย ที่กรุงเทพมหานครได้ประเมินว่า พื้นที่ที่คาดว่าจะประสบเหตุอุทกภัย คือ เขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตบางซื่อ และเขตสายไหม

           นอกจากนี้ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงฯ ยังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพิ่มเติมในขณะนี้ ว่า

           1. รัฐบาลจีนมอบความช่วยเหลือ (ครั้งที่ 5) ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำจำนวน 20 เครื่อง 

           2. รัฐบาลมาเลเซีย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย จะมอบเงินบริจาค 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 30 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

           3. สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Japan Business Federation - Keidanren) มอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านเยน (ประมาณ 4 แสนบาท) และนาย Shosaku Yasui ประธาน Japan Finance Corporation (JFC) มอบเงินส่วนตัวเพื่อบริจาคจำนวน 5 แสนเยน (ประมาณ 2 แสนบาท) แก่เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

           4. มูลนิธิบรรเทาทุกข์ลาว-สากล มอบเงินบริจาคจำนวน 3 ล้านกีบ (ประมาณ 11,500 บาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์

           5. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ร่วมกับชุมชนไทย และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ย-เหมิน ร่วมกับภาคเอกชนไทย-จีน ณ เมืองเซี่ยเหมิน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ร่วมกับชุมชนไทย รวบรวมเงินบริจาคประมาณ 666,742.50 โดยส่วนหนึ่งจะนำไปซื้อเสื้อชูชีพจำนวน 5,000 ตัว  


ทอ.ส่งซี-130เคลื่อนย้ายเด็กป่วยนอนเปล17 รายหนีน้ำท่วม


           พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) เปิดเผยว่า ทอ.ได้รับการประสานจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน(สพฉ.)ให้ช่วยลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ จากโรงพยาบาล ในพื้นที่กทม.ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมซึ่งอาจส่งผลต่อการรักษา ซึ่งในเวลา 20.00 น.เครื่องบิน ซี -130 ได้เริ่มภารกิจลำเลียงผู้ป่วยทั้งหมดจากสนามบินกองบิน 6 ไปที่สนามบินกองบิน 46 จ.พิษณุโลก สำหรับผู้ป่วยที่เตรียมลำเลียงนั้นมี 17 ราย จากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 1 ราย สำหรับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต จำนวน 4 ราย และโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี จำนวน12 ราย ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดต้องนอนเปลในการเคลื่อนย้ายทางอากาศเนื่องจากเป็นเด็กเล็กอายุต่ำสุด 4 วัน และมีอายุมากสุด 6เดือน เมื่อถึงสนามบินกองบิน 46 ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน(สพฉ.) จะรับหน้าที่ส่งผู้ป่วยทั้งหมดไปยังโรงพยาบาลใน จ.พิษณุโลก