ข่าว

'มาร์ค'ปะหน้า'ปู'ทักโดนเชิดใส่

'มาร์ค'ปะหน้า'ปู'ทักโดนเชิดใส่

24 ต.ค. 2554

"อภิสิทธิ์" ยัน “กทม.” ระบายน้ำเต็มที่ หลังตรวจสถานีสูบน้ำพระโขนง ปะหน้า “ปู” เดินตามรอยตรวจจุดเดียวกัน เจ้าตัวเข้าทักแต่เจอเชิดใส่ วอน “รบ.” หยุดโยนบาป หวัง “ยิ่งลักษณ์” เข้าใจ “สุขุมพันธุ์”

    เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 24 ต.ค. 54   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำบริเวณสถานีสูบน้ำพระโขนง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีความเข้าใจว่า กทม.ยังไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำในบางจุดอย่างเต็มทึ่ ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี   โดยเจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ได้อธิบายถึงศักยภาพในการระบายน้ำของสถานีนี้ว่า  หากจะใช้เพื่อระบายน้ำทั้งหมดก็เท่ากับการเอาหลอดกาแฟไปดูดสระน้ำซึ่งไม่มีทางทำได้ เพราะเกินศักยภาพของ กทม.เนื่องจากระบบท่อของ กทม. ออกแบบมารองรับการระบายน้ำฝนในกรุงเทพ ซึ่งทุกปีที่ผ่านมา กทม.ก็ระบายน้ำตามระบบที่วางไว้โดยไม่มีปัญหา แต่ปีนี้น้ำมีมาก ทำให้ทะลักไปในบริเวณอื่น นอกจากระบายลงคลองตามปกติที่ไหลเข้าท่อของกทม.เพื่อสูบออกทะเลลงอ่าวไทย  ดังนั้นหากมีการผันน้ำเข้า กทม.เพิ่มอีก ก็ไม่มีประโยชน์ในการระบายน้ำลงทะเลให้เร็วขึ้นเหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่จะทำให้เกิดน้ำท่วมขังใน กทม.เป็นบริเวณกว้างแทน ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหาแต่อย่างใด
        
           ส่วนที่มีการมองว่าระดับน้ำในคลองแสนแสบ ยังมีปริมาณต่ำนั้นก็เป็นเพราะว่าระบบของ กทม.ใช้คลองแสนแสบเป็นจุดสูบน้ำ จึงต้องทำให้ระดับน้ำต่ำเพื่อให้น้ำไหลมาสู่สถานีสูบน้ำออกสู่ทะเล เพราะหากให้คลองแสนแสบมีระดับสูงก็จะยิ่งทำให้ระบายน้ำไม่ได้ เนื่องจากน้ำจะไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ ทั้งนี้ กทม.จะใช้วิธีการหลอกด้วยการปล่อยให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบสูงขึ้นก็ได้ แต่ กทม.ไม่คิดทำ เพราะทำแล้วไม่มีประโยชน์อะไรในการแก้ปัญหา จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจด้วย นอกจากนี้น้ำบางส่วนก็ยังไหลมาไม่ถึง เพราะติดในเรื่องของกายภาพบางพื้นที่ซึ่งเป็นแอ่งกะทะทำให้น้ำขังไม่ไหลเข้าสู่ระบบการระบายน้ำของ กทม. นอกจากนี้ยังมีปัญหาการระบายน้ำที่ควรผันน้ำไปแม่น้ำบางปะกงเพิ่มขึ้น แต่ก็เกิดปัญหาว่า กรมชลประทานยังไม่มีการระบายน้ำไปในบริเวณดังกล่าวเท่าที่ควร

           "ศักยภาพในการระบายน้ำของสถานีนี้สามารถระบายน้ำได้วันละ 5.6 ล้านลูกบาศเมตร ลองคิดดูว่าหากน้ำมาเป็นหมื่นล้านลูกบาศเมตร ในขณะที่กทม.มีศักยภาพเท่านี้อะไรจะเกิดขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ดังนั้นแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง คือ กรมชลประทานซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการน้ำทั้งประเทศต้องทำให้ระบบการระบายน้ำสัมพันธ์กันให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้หลายพื้นที่กรมชลประทานไม่สามารถดำเนินการระบายน้ำได้ เพราะติดปัญหาประชาชนต่อต้าน"


เจอขบวน “นายกฯ- รมว.กห.”  ทักทายกันเล็กน้อย



           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์และคณะ กำลังฟังการชี้แจงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.กำลังจะเดินทางมายังจุดนี้เช่นเดียวกัน โดยในช่วงที่นายอภิสิทธิ์กำลังจะเดินทางกลับได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ซึ่งมารอรับนายกรัฐมนตรี โดยนายอภิสิทธิ์ ได้สอบถามถึงการระบายน้ำไปยังคลองไชยานุชิต จาก ผบ.ทบ. ก็ได้รับคำยืนยันว่ามีการระบายน้ำไปยังจุดดังกล่าวแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

           ขณะเดียวกันขบวนของนายกรัฐมนตรีก็เดินทางมาถึง ทำให้นายอภิสิทธิ์เข้าไปทักทายนายกรัฐมนตรี แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ให้ความสนใจเท่าใดนัก โดยเพียงแค่ยกมือไหว้ตามมารยาทและเดินเลี่ยงนายอภิสิทธิ์ไปดูจุดสูบน้ำทันที จากนั้นขบวนของนายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางต่อไปยังสถานีประตูน้ำคลองประเวศบุรีรมย์  ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำไปยังคลองด่าน และแม่น้ำบางปะกงแต่พบว่า มีการเปิดเครื่องสูบน้ำเพียง 4 เครื่อง จากทั้งหมด 20 เครื่อง โดยเจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่ดูแลจุดดังกล่าว อธิบายเหตุผลว่า ไม่สามารถเปิดเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มที่เพราะชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงต่อต้าน เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านตัวเอง อีกทั้งการระบายน้ำลงทะเลก็ยังติดปัญหาช่วงทางผ่านของน้ำที่จะไหลลงสู่ทะเลเป็นคลองขนาดเล็กเหมือนคอขวด ทำให้น้ำไหลช้า


 แนะ “รบ.” อย่าด่วนผันน้ำเข้าถนน



           นายอภิสิทธิ์  กล่าวภายหลังการตรวจสถานีระบายน้ำทั้ง 2 จุดว่า อยากให้ กทม.และรัฐบาลประสานในเรื่องการนำน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งที่ผ่านมา กทม.เปิดประตูระบายน้ำอย่างเต็มที่แล้ว เพียงแต่น้ำที่จะผ่านไปยังคลองต่าง ๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพชั้นในทำได้เพียงเท่านี้ ส่วนที่ประชาชนสงสัยว่าทำไมระดับน้ำในเมืองยังอยู่ที่ต่ำอยู่นั้น ก็เป็นเพราะ กทม.มีเจตนาที่จะให้น้ำไหลลงไปสู่สถานีสูบน้ำเพื่อระบายน้ำ. ซึ่งการระบายน้ำในส่วนตะวันออกก็ยังมีการเปิดประตูน้ำอยู่ แต่ทำได้แค่สี่บานจาก 20 บาน ก็เป็นปัญหาว่าจะทำให้น้ำไหลลงทะเลได้มากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกันทั้งระหว่าง กทม.และรัฐบาลและไมให้เกิดความยัดแย้งระหว่างประชาชนใน กทม.และปริมณฑล ด้วย

           ผู้นำฝ่ายค้านฯ  กล่าวว่า  เชื่อว่า กทม.ได้เปิดประตูเพื่อระบายน้ำอย่างเต็มที่แล้ว เหมือนที่เจ้าหน้าที่อธิบายว่าความสามารถของ กทม.เหมือนหลอดดูดในสระน้ำก็ทำได้เพียงเท่านี้ หวังว่าเมื่อ ผู้ว่าฯกทม.ได้พานายกรัฐมนตรีมาดูในพื้นที่ก็คงจะมีความเข้าใจที่ชัดเจน  เพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาต่อไป และควรเลิกใช้วิธีโทษกันไปมา ว่า กทม.ไม่ยอมระบายน้ำเป็นสาเหตุให้น้ำท่วม แต่ควรปรับเข้าหากัน เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องเร่งระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด

           ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นทางผ่านในการระบายน้ำ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า จะต้องศึกษาธรรมชาติของพื้นที่ เพราะบางทีอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถควบคุมทิศทางการไหลของน้ำได้ แต่ความจริงน้ำจะไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ และที่บอกว่าจะเปิดเข้ามาก็ไม่ทราบว่าเปิดเข้ามาอย่างไร  ที่สำคัญไม่ได้หมายความว่าน้ำจะระบายออกมาตามทางดังกล่าว  ซึ่งอาจกลายเป็นทำให้น้ำท่วมขังได้ ดังนั้นจึงต้องดูเส้นทางที่จะลงทะเลให้เร็วที่สุดมากกว่า


 จี้ “รัฐ” หาแนทางป้องกัน“ชาวบ้าน2ฝ่าย”



           นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาประชาชนต่อต้านการเปิดปิดประตูน้ำทำให้ระบายน้ำได้เต็มที ที่รัฐบาลก็ต้องหาแนวทางแก้ไข ซึ่งเคยเสนอหลายครั้งเกี่ยวกับการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน แต่เมื่อรัฐบาลไม่ทำก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ เมื่อรัฐบาลใช้มาตรา 31 ของ พรบ.บรรเทาสาธารณภัย ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายมากขึ้น ซึ่งตนเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า ควรพิจารณาตามความจำเป็นไม่ควรคำนึงในเรื่องภาพลักษณ์มากเกินไป อย่างเช่น สถานีคลองประเวศน์ที่ชาวบ้านต่อต้านทำให้เปิดเครื่องสูบน้ำได้เพียงสี่เครื่อง ทั้งที่เป็นจุดระบายน้ำลงสู่ทะเล ก็ต้องศึกษาว่าจะมีทางเบี่ยงไม่ให้น้ำไปท่วมจนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไร เพราะขณะนี้รัฐบาลใช้วิธีตามแก้เป็นจุด ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีความมั่นใจในการเข้าไปดูดเรื่องมวลชน แม้มีการประกาศคำสั่งออกมาก็ยังมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้
           
           นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาน้ำท่วมรัฐบาลต้องเร่งดูแลระบบการกระจายสินค้าและการผลิตสินค้าบางตัว เพราะประชาชนไม่มั่นใจและเกิดความตื่นตระหนก จึงต้องเร่งคุยกับภาคเอกชนให้ประชาชนกิดความมั่นใจวามสินค้าจำเป็นจะไม่ขาดแคลน ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาให้ประชาชนในส่วนหนึ่ง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว