ข่าว

ศปภ.ยอมทำตาม'กทม.'ทุกประการ

ศปภ.ยอมทำตาม'กทม.'ทุกประการ

24 ต.ค. 2554

“ศปภ." ยอมทำตาม "กทม." ยิ่งลักษณ์ - สุขุมพันธ์” ควงแขนลงพื้นที่คลองพระโขนง ผุด “คกก.บำบัดน้ำเสีย” ยอมรับ “ลพบุรี - อยุธยา” ต้อง เยียวยาด่วน ผู้ว่าฯกทม. สั่งเขตดูแลชุมชนวัดบางบัว เหตุผู้สูงอายุมากให้ติดธงเขียว-ขาว ขอค

           24ต.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง ว่า ในการประชุม ศปภ. ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับตัวแทนเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมหารือถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ กทม.ด้วย 

           ศปภ.ได้สอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบระบายน้ำใน กทม.รวมถึงปัญหาเทคนิคหน้างานต่างๆ ที่ ทางกทม.ยังต้องการ เช่น เรื่องบุคลากร ปัญหาด้านข้อมูลที่ยังไม่ตรงกัน ซึ่ง ศปภ.ได้ทำตามสิ่งที่ กทม.ร้องขอทุกประการ พร้อมทั้ง มีข้อตกลงว่าจะลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อดูว่าสิ่งไหนที่ยังขาด หรือ ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน จากนั้นนายกรัฐมนตรีและผู้ว่ากทม.ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจคลองพระโขนง

           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ศปภ.ได้ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาบูรณาการ แก้ไขบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัย  14 จังหวัด โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้มีการประชุมนัดแรก ขึ้นโดยจากการสำรวจพบน้ำท่วมบ่อขยะทั้งสิ้น12 บ่อใน 8 จังหวัด รวมถึงน้ำเสียที่มาจากภาคครัวเรือน และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจังหวัดที่ต้องเร่งบำบัดคือ จ.ลพบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สุพรรณบุรี ทั้งนี้ในส่วนของวิธีบำบัดนั้นจะใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งในการบำบัดน้ำเสีย


ผู้ว่าฯกทม.สั่งเขตดูแลชุมชนวัดบางบัวคนชราเยอะ




           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ลงพื้นที่ชุมชนวัดบางบัว ซอยพหลโยธิน 46 ที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบเนื่องจากน้ำในคลองบางบัวเอ่อท่วมขังภายในบ้านเรือนว่า  พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเนื่องจากเป็นชุมชนติดคลองบางบัว เกือบทุกบ้านมีผู้สูงอายุ จึงสั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักรดูแลเป็นพิเศษ โดยประชาชนในชุมชนที่ต้องการอยู่ใกล้บ้าน สามารถใช้วัดบางบัวเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวได้ โดยขณะนี้ทางชุมชนได้ติดธงแสดงสัญลักษณ์หน้าบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ ถ้าไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จะติดธงสีเขียว ที่พอช่วยเหลือตัวเองได้จะติดธงสีขาว เพื่อให้คนในชุมชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทราบเวลาเข้าช่วยเหลือ


           สำหรับระบบระบายน้ำของกทม. ขณะนี้ถึงจะใช้การได้ดีแต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ซึ่งหากมวลน้ำจากทางเหนือหนุนกลับเข้ามาอีกครั้ง กทม. จะรีบแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 24ชม. ส่วนประเด็นที่จะมีการใช้ ถ.วิภาวดี-รังสิตเป็นช่องทางระบายน้ำนั้น ตนเห็นว่าต้องหารือร่วมกับกรมทางหลวง เพราะเป็นผู้รับผิดชอบและจะมีผลกระทบกับศปภ. อย่างแน่นอน ส่วนในเรื่องการเสริมบริเวณเขตดอนเมืองนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะเสริมในจุดใดบ้าง แต่ในส่วนของกทม.จะต้องดูแลให้สามารถเข้าออกได้เนื่องจากศปภ. จะต้องดูแลปัญหาอุทกภัยทั่วประเทศ


           ส่วนการลงพื้นที่สถานีสูบน้ำอุโมงค์พระโขนงร่วมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายกฯ มีความพึงพอใจในระบบระบายน้ำของ กทม. โดยเฉพาะอุโมงค์ยักษ์ เพราะสามารถระบายน้ำได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังสั่งให้กทม.และกองทัพ ช่วยดูแลจุดเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่หลักหก ถ.พหลโยธินตัดรังสิต บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ สายไหม และช่วยกันเร่งระบายน้ำรอบ กทม. ลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด ตนจึงสบายใจขึ้น เพราะนายกฯ ยังมีคำสั่งให้กองทัพเข้าดูแลพื้นที่จุดเสี่ยงซึ่งไม่ได้อยู่ในการดูแลของกทม.ไม่ว่าจะเป็นถ.เลียบคลองสอง ถ.เลียบคลองหกวา และคลองมหาสวัสดิ์ที่มีปริมาณน้ำสูงมาก


           “ส่วนที่กทม ได้ออกประกาศฉบับที่ 4 เตือนประชาชนที่อยู่ใน 6 เขตเสี่ยงนั้น ผมจำเป็นต้องเตือนประชาชนล่วงหน้าและมีกระแสว่าทำให้ประชาชนตื่นตระหนกนั้น ผมได้เรียนไว้แล้วว่าอย่าตื่นตระหนก เพราะผมจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถ้าแจ้งล่วงหน้าเพียง5-6 ชม. คงไม่สามารถเตรียมตัวเตรียมใจได้ ที่สำคัญถ้าไม่เกิดเหตุแสดงว่ากทม.ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว


อาสาสมัครร่วมกรอกกระสอบทรายป้องโรงผลิตน้ำประปาบางเขน    

   


           นายวิกรม สุวรรณชมภู ผู้ช่วยผู้ว่าการประปานครหลวง เปิดเผยว่า ภายหลังกปน.ได้แจ้งข่าวสารผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์กระดมจิตอาสามาช่วยกันสร้างแนวคันกั้นเพื่อป้องกันโรงกรองน้ำดิบบางเขน ได้มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาช่วยกรอกกระสอบทรายเพื่อใช้วางเป็นป้องกันน้ำโดยรอบพื้นที่โรงกรองน้ำ ซึ่งมีโรงผลิตน้ำดิบเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในเขตนนทบุรี กรุงเทพฯและสมุทรปราการ ซึ่งมีผู้ใช้จำนวนกว่า 10 ล้านคน โดยในส่วนของโรงกรองน้ำได้ทำแนวคันดิน 3 ชั้น ซึ่งชั้นในสุดมีความสูง 39.5 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 4.5 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้ามา


           นายวิกรม กล่าวอีกว่า การประปาจะพยายามลดระดับน้ำในคลองประปาที่ต้นทางบริเวณคลองรังสิตซึ่งขณะนี้ลดได้ระดับหนึ่งแล้ว และหากระดับน้ำไม่เพิ่มสูงขึ้นก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยส่วนที่มีปัญหาน่าห่วงคือบริเวณคันกั้นน้ำศรีสมานซึ่งกรมชลประทาน พนักงานการประกานครหลวงและเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงการป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้ามารื้อคันกั้นน้ำบริเวณดังกล่าว เพราะหากน้ำทะลักเข้ามาได้จะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำดิบเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค สำหรับการผลิตน้ำของการประกานครหลวงมีทั้งสิ้น 4 โรง ประกอบด้วย โรงผลิตน้ำดิบบางเขน โรงผลิตน้ำดิบสามเสน โรงผลิตน้ำดิบธนบุรี และโรงผลิตน้ำดิบมหาสวัสดิ์ ซึ่งทุกโรงจะมีอุโมงค์ที่เชื่อมถึงกันได้หมด ดังนั้นการประปาต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม เพราะหากน้ำเข้ามาได้จะส่งผลให้การผลิตน้ำต้องหยุดลงทันที


           นายวิกรม กล่าวถึงปัญหาสิ่งปนเปื้อนและทะลักลงคลองประปา โดยเฉพาะจากนิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ ว่า กปน. มีนักวิทยาศาสตร์จำนวน 50 คน ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังสารปนเปื้อนหรือโลหะหนัก เพื่อตรวจสอบให้การผลิตน้ำได้ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกรณีนี้อาจมีสิ่งปนเปื้อนบ้างแต่เพราะน้ำมีปริมาณมากจึงทำให้ปริมาณสิ่งแปลกปลอมเจือจางลง ในส่วนของกปน. หากผลิตน้ำไม่ได้มาตรฐานจะไม่แจกจ่ายให้ประชาชนแน่นอน


           “การประปาผลิตน้ำดิบที่ได้มาตรฐาน โดยขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำของการประปามีความสะอาด แม้น้ำในคลองประปาจะมีสีดำจากการใช้ผงถ่านกำมันถันและปูนขาว เพื่อฆ่าเซื้อโรค บางแห่งน้ำอาจมีสีเหลืองอ่อนซึ่งเกิดจากการเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตกใจ ยิ่งมีกลิ่นก็แสดงว่าสะอาด แค่เพียงตั้งน้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ค่อยนำไปใช้”นายวิกรมกล่าว


           นายวิกรม กล่าวถึงการผลิตน้ำดื่มบรรจุถุงเพื่อทดแทนน้ำชนิดบรรจุขวดที่กำลังขาดแคลนว่า ปกติการประกาได้ผลิตน้ำขวดยี่ห้อ ปาป้าเพื่อแจกให้ผู้ประสบอุทกภัยแต่ขณะนี้ขวดพลาสติกคลาดแคลนจึงจำเป็นต้องใช้ถุงบรรจุน้ำแทน โดยถุงดังกล่าวจะบรรจุน้ำได้ 5 ลิตรและปิดผนึกอย่างดี ก่อนนำลงกล่องกระดาษห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อความสะอาด จากนั้นจะนำไปส่งในพื้นที่ขาดแคลนตามที่หน่วยงานต่างๆ ร้องขอ พร้อมกันนี้การประปายังมีรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ไปให้บริการในจุดต่าง ๆ ที่มีผู้ประสบภัยด้วย


           น.ส.ปวีณา ก้อสนั่น นักศึกษาปริญญาเอก แพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อาสาสมัครช่วยบรรจุทราย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยไปช่วยบรรจุกระสอบทรายที่คลองหกมาแล้ว 3 คืน โดยไปคนเดียว ในช่วงวิกฤติเช่นนี้แม้บ้านตนน้ำจะยังไม่ท่วม แต่เห็นว่าควรช่วยกันแก้ปัญหา เพราะถือว่าเป็นน้ำใจคนไทยในยามทุกยาก