น้ำทะลักเข้าวัดสามพญาชิดแบงก์ชาติ
น้ำทะลักพนังกั้นน้ำบริเวณวัดสามพญา สามเสน ซอย 5 หน้าแบงก์ชาตินอง คลองประปาชั้นในไม่มีปัญหาน้ำท่วมป้องกัน 2 โรงกรองน้ำใหญ่เต็มที่ “ประยุทธ์”สั่งเสริมกำลังกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยลงพื้นที่ดอนเมือง - หลักสี่ หลังมวลน้ำจากรังสิตและปทุมฯ เอ่อล้นเข้า
24 ต.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านข้างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใต้สะพานพระราม 8 น้ำล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้ามายังพื้นผิวถนน และไหลไปตามท่อระบายน้ำ และน้ำผุดขึ้นบนท้องถนน บริเวณแยกบางขุนพรหม โดยส่วนที่ตรงไปถนนวิสุทธิกษัตริย์มีน้ำสูงเท่าทางเดินเท้า ส่วนเส้นทางที่เลี้ยวขวาถนนสามเสน เริ่มตั้งแต่หน้าวัดเอี่ยมวรนุช น้ำท่วมสูงเกินระดับทางเดินเท้าประมาณ 40-50 เซนติเมตร แต่ประชาชนที่มีบ้านเรือนในบริเวณดังกล่าวได้ป้องกันด้วยคันกระสอบทรายและโบกปูนป้องกัน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย น้ำยังไม่เข้าไปแนวคันของสถานที่ป้องกันไว้ได้อยู่ ทั้งนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางมาสังเกตการณ์ที่บริเวณริมน้ำเจ้าพระยา และบางส่วนนำเบ็ดมาตกปลา หลายคนยืนยันตรงกันว่าน้ำขึ้นสูงท่วมในลักษณะนี้เป็นวันที่สอง
พร้อมกันี้น้ำได้ทะลักพนังกั้นน้ำบริเวณวัดสามพญา ถนนสามเสน ซอย 5 ทำให้การจราจรตั้งแต่บริเวณแยกบางลำพู ถึงบริเวณหน้าธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นไปด้วยความติดขัด ขณะที่ปริมาณน้ำที่ทะลักจากแม่น้ำเจ้าพระยามาสู่ถนนสามเสน ได้สูงขึ้นประมาณตาตุ่ม
นายสุวพร เจิมรังศรี ผอ.เขตพระนคร กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำล้นพนังกั้นเกิดมาตลอด เนื่องจากประชาชนไม่ยอมให้มีการสร้างพนังกั้นให้สูงขึ้น ขณะนี้ทางเจ้าอาวาสวัดสามพญา ได้บอกว่าภายหลังน้ำลดจะมีการสร้างพนังกั้นน้ำให้สูงขึ้น น้ำที่ทะลักเข้ามาแม้จะเป็นปกติ และทุกปี แต่ปีนี้วันนี้ ทะลักเข้ามามากกว่า เนื่องจากประมาณน้ำมีความสูงมากกว่า 2.14 เมตร
"คงต้องปล่อยให้น้ำไหลเช่นนี้ ลงสู่คลองผดุงกรุงเกษม หลังเวลา 23.00 น." คาดว่า น้ำจะอยู่ในระดับปกติจะมีการเสริมกระสอบทรายเพิ่ม โดยน้ำที่จะไหลลงคลองผดุงกรุงเกษม จะมีการสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำสามเสน เหตุการณ์น้ำที่ขังอยู่น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เหตุการณ์เช่นนี้คงจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้ง" ผอ.เขตพระนคร กล่าว
คลองประปาชั้นในไม่มีปัญหาน้ำ
สำหรับการบริการจัดการน้ำที่ล้นเข้าคลองประปานั้น ขณะนี้ กปน. ได้ร่วมประสานงานกับ กทม.ซึ่งได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการ เร่งสูบระบายน้ำออกจากคลองประปาแล้ว พร้อมกับ กปน. ได้เพิ่มการทำกาลักน้ำ เพื่อระบายน้ำลงคลองบางซื่อเพิ่มขึ้น ช่วยให้สามารถระบายน้ำออกเพิ่มขึ้นอีก 4,200 ลบม./ชม. จึงทำให้สถานการณ์น้ำในคลองประปาช่วงกรุงเทพชั้นในไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
สำหรับปัญหาที่ กปน. ต้องป้องกันนอกจากน้ำท่วมเข้าคลองประปาที่สามารถแก้ไขได้ในระดับหนึ่งแล้ว ยังต้องเตรียมป้องกันน้ำท่วมเข้าโรงงานผลิตน้ำบางเขนและมหาสวัสดิ์อย่างเร่งด่วนอีกด้วย โดยในขณะนี้ได้เตรียมทำแนวป้องกันไว้ 3 ชั้น และได้รับความร่วมมือจากประชาชน นักศึกษาหนุ่มสาว ที่ได้หลั่งไหลกันมาช่วยทำแนวกระสอบทราย หลังจากที่มีผู้ไปขอความช่วยเหลือทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้ผู้ปฏิบัติงานของ กปน. มีกำลังใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาได้เร่งทำงานกันอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืน แต่ยืนยันว่าพนักงานทุกคนตั้งใจที่จะป้องกันระบบการผลิตน้ำประปาไว้ให้ดีที่สุดเพื่อมิให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนจากการขาดน้ำดื่มน้ำใช้ จึงต้องเร่งป้องกันและรักษาไว้ให้ได้
น้ำรังสิต-ปทุมทะลักกทม.ทหารเสริมกำลังดอนเมือง-หลักสี่
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกยังคงกำลังทหารพร้อมยุทโธปกรณ์จำนวนมากเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่ขยายวงกว้างไปในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นการใช้รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบนเคลื่อนย้ายคนและสิ่งของหนีน้ำไปยังพื้นที่ปลอดภัย การเสริมและซ่อมแซมแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในภาวะวิกฤตและเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำ พร้อมเตรียมป้องกันนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และนิคมอุตสาหกรรมบางชัน พื้นที่ทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นแนวการไหลของน้ำในลำดับต่อไป หากคลองหกวาไม่สามารถรองรับน้ำได้ รวมทั้งเฝ้าระวังพนังกั้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆบูรณาการความช่วยเหลือประชาชนในทุก ๆ ด้าน อย่างเต็มที่ สำหรับพื้นที่กทม. ปริมาณน้ำเหนือจากรังสิตและปทุมธานีได้เข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของดอนเมือง หลักสี่ สายไหม สะพานสูง และมีแนวโน้มขยายวงกว้าง โดยเฉพาะบริเวณห้างเซียร์รังสิตและถนนวิภาวดี-รังสิต กองทัพบกได้ส่งทหาร 2 กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเครื่องมือหนัก เข้าช่วยอพยพประชาชน ขนย้ายของหนีน้ำ ช่วยการสัญจร พร้อมเสริมความสูงของแนวกระสอบทรายป้องกันหมู่บ้านและชุมชนโดยด่วนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังได้ส่งชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเสี่ยงริมแม่น้ำเจ้าพระยา และในแนวคลอง 6 วา เขตสายไหม รวมทั้งตามแนวคลองประปา ตลอดเวลาเช่นกัน ขณะที่กรมการทหารช่าง พร้อมรถโกยตัก ยังคงดำเนินการสร้างคันดินให้พร้อมรับมวลน้ำที่จะเข้าสู่พื้นที่ กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ รังสิตคลอง 1 - คลอง 8 และ คลอง 8 - คลองหกวา ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร โดยในขณะนี้สามารถสร้างแล้วเสร็จ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เร่งกระจายกำลังทหารเครื่องมือเข้าเสริมและซ่อมแนวพนังกั้นน้ำที่ชำรุดร่วมกับภาคประชาชน ในพื้นที่รังสิต คลอง 1 - คลอง 7 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยชะลอการไหลของน้ำที่จะเข้าท่วมพื้นที่ด้านใน กทม.รวมทั้งได้นำรถบรรทุกออกบริการประชาชนตามแนวถนนรังสิต-องครักษ์ตั้งแต่คลอง 1-4 ที่น้ำท่วมสูงรถเล็กสัญจรไม่ได้
สำหรับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงชั่งคราว ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ต้องตัดระบบไฟฟ้า ประชาชนที่พักอาศัยมากกว่า 3,000 ราย จึงมีความประสงค์เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่รองรับจุดอื่น กองทัพบกได้ใช้รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ และเรือ สนับสนุนการเคลื่อนย้าย รับ-ส่งประชาชน โดยเดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของกองทัพบก ที่ กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ จำนวน 1,2000 คน และเดินทางจากศูนย์พักพิงในพื้นที่ อ.ธัญบุรี ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของกองทัพบก ที่กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ จ.สระบุรี อีก 600 คน
บริเวณเมืองเอกมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นซึ่งหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกต้องเร่งใช้กระสอบทรายเสริมความแข็งแรงและความสูงของพนังกั้นน้ำ ป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมเพิ่มขึ้น พร้อมใช้รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่และเรือ เคลื่อนย้ายประชนไปยังพื้นปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้กองทัพภาคที่ 1 ได้เตรียมแผนรองรับในการป้องกันนิคมอุตสาหกรรมบางชันและอุตสาหกรรมลาดกระบัง ที่อาจเป็นแนวการไหลของน้ำในลำดับต่อไป โดยได้ส่งกำลังพลพร้อมยานพาหนะ เร่งสร้างแนวคันกั้นน้ำในเขตนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ โดยที่นิคมฯลาดกระบังได้สร้างแนวกั้นน้ำคืบหน้าไป 80 % แล้ว รวมทั้งกองทัพบกได้ส่งทหาร 200 นาย เข้าเสริมกระสอบทรายตามคันกั้นน้ำที่ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก เขตพระโขนง กทม. และส่งทหาร 100 นาย เสริมคันกั้นน้ำรอบคลังน้ำมันปิโตรเลียม ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อป้องกันสถานที่สำคัญดังกล่าวอย่างเต็มที่
สำหรับพื้นที่จ.นนทบุรี ระดับน้ำยังคงวิกฤติ ในหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ บางบัวทอง ,บางกรวย,บางใหญ่ , ไทรน้อย ซึ่งกองทัพบกได้ใช้รถยนต์ เรือ อพยพประชาชนและสิ่งของ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย แจกจ่ายเครื่องอุปโภค-บริโภค พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลใกล้เคียง อย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ จ.ปทุมธานี ปริมาณน้ำยังคงท่วมขังในระดับสูง โดยเฉพาะในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งการช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นการ อพยพประชาชนและผู้ป่วยในพื้นที่ อ,เมือง ,อ.สามโคก ,อ.ลาดหลุมแก้ว และ อ.ธัญบุรี ไปยังพื้นที่ปลอดภัย และเร่งกำจัดวัชพืชในคลอง 5 , 8 เพื่อให้การระบายน้ำลงสู่คลองรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรในพื้นที่ และแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค
ส่วนที่อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง น้ำยังคงล้นตลิ่ง กองทัพบก ยังคงกำลังทหารและเรือติดเครื่องยนต์ในการขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปไว้ที่สูง พร้อมส่งชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษาประชาชน ด้าน จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำทรงตัว และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประชาชนยังคงได้รับความช่วยเหลือจากทหารของกองทัพบก ในการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ที่ จ.ชัยนาท น้ำจากแม่น้ำป่าสัก-ชัยนาท น้ำยังคงท่วมขังใน 8 อำเภอ ซึ่งทหารจากศูนย์การทหารปืนใหญ่และกองพลพัฒนาที่ 1 ได้จัดกำลังพล เรือท้องแบน และรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ให้บริการรับ-ส่งประชาชน แจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภคในพื้นที่ เขตเทศบาลเมืองชัยนาท และ อ.เมืองสรรพยา และล่าสุดกองทัพบกเร่งประสานงานกับกทม.ในการส่งทหารเข้าอำนวยความสะดวกและเคลื่อนย้ายประชาชนหากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางกทม.จัดเตรียมไว้
ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอให้มั่นใจในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ซึ่งจะป้องกันและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตและสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็ว
น.อ.วิพันธุ์ ชมะโชติ รองเลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะรองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันที่ 24 ต.ค. กองทัพเรือได้จัดเรือลาดตระเวนลำน้ำ 2 ลำจากกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เร่งผลักดันน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์เพื่อผันน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง พร้อมทั้งได้นำเครื่องผลักดันน้ำที่กรมอู่ทหารเรือจัดทำขึ้น จำนวน 3 เครื่องผลักดันน้ำในคลองทวีวัฒนาเพื่อผันลงสู่คลองภาษีเจริญ
พระพยอมท้อวัดสวนแก้วพัง200ล.
พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว หมู่ 1 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า น้ำไหลเข้าท่วมวัดเกือบทั้งหมด ไม่เว้นกุฏิและลานธรรมชาติที่ใช้เป็นสถานที่เทศนาต้อนรับญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญ โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา น้ำที่ล้อมรอบวัดซัดกำแพงดินเข้ามาท่วมภายในวัดอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ขอความช่วยเหลือใครไม่ได้ ทำให้ทรัพย์สินของวัดบางส่วนต้องจมน้ำเสียหาย สวนผลไม้เนื้อที่ 130 ไร่ ปลูกทั้งทุเรียนนนท์ ชมพู่มะเหมี่ยว ไผ่กินซุง มะปราง และอื่นๆ ซึ่งสร้างรายได้เข้าวัดไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อวัน และสัตว์เลี้ยงถูกน้ำท่วมล้มตายจำนวนมาก นอกจากนี้ทางวัดได้เร่งอพยพสัตว์ที่เหลือรอดชีวิต ทั้งวัว หมูป่า และแพะไปไว้ที่วัดสาขาในต่างจังหวัด ขณะที่สุนัขและแมวกำลังรอย้ายไปที่ปลอดภัย
"วัดได้รับความเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าใครกู้สวนผลไม้ได้อาตมายินดีจ่าย 100 ล้าน เพราะเดิมวัดมีรายได้จากการขายของ ขายผลไม้ และรับบริจาคประมาณวันละ 2 แสนบาท ตอนนี้รายได้เป็นศูนย์ เพราะน้ำท่วม ไม่มีคนมาซื้อของมาบริจาคเลย กิจนิมนต์ก็ถูกยกเลิก ขณะเดียววัดยังมีรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 5 ล้านบาท เช่นเดียวกันยังมีสาขาของวัดอีก 2 แห่ง ที่ถูกน้ำท่วม คือ สาขาพระนครศรีอยุธยา และบุรีรัมย์ แม้ความเสียหายของวัดครั้งนี้ต้องใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้อย่างเก่า ถามว่าอาตมาท้อแท้ไหม เราจะท้อไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังมีผู้คนและสัตว์ต่างๆ ที่รอให้เราดูแล คงต้องหาวิธีคิดแก้ปัญหากันต่อไป" พระพยอมกล่าว



