
ระทึก!อาสาสมัครช่วยสุนัขติดรั้วจมน้ำ
ระทึก!อาสาสมัครช่วยสุนัขติดรั้วจมน้ำ แต่สุนัขตกใจถูกกัดเล็กน้อย ทราบเจ้าของเป็นตำรวจหนีน้ำปล่อยให้อยู่ตามลำพัง แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวใจดีทำเลี้ยงชาวกรุงเก่าน้ำท่วม
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 ต.ค. ศูนย์เกื้อกูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีสุนัขติดอยู่กับรั้วของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีน้ำท่วมลึกกว่า 1.80 ม. จึงส่งจนท.เดินทางไปช่วยเหลือทันที พบว่าบริเวณรั้วด้านข้างบ้านพักกองบังคับการ ถนนนเรศวร ซึ่งมีน้ำท่วมลึก มีสุนัขเพศเมียอายุประมาณ 5 ปี ชื่อขาว ติดอยู่กับรั้ว โดยตัวโผล่รอดออกมาครึ่งตัวและกำลังจะจมน้ำดิ้นทุรนทุราย จนท.พยายามใช้ไม้พายเขี่ยเพื่อให้ขาที่ติดอยู่ออกจากรั้วเหล็ก แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก
จนกระทั่งนายณรงค์ ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 37 ปี เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เกื้อกูลได้กระโดดน้ำลงไปเพื่อช่วยเหลือ โดยดึงร่างออกมาอย่างทุลักทุเล และพยายามที่จะช่วยเหลืออุ้มขึ้นเรือ แต่ด้วยความที่สุนัขตกใจจึงกัดนายณรงค์ที่มือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จนท.จึงปล่อยให้สุนัขตัวดังกล่าวว่ายน้ำไปเอง
นายณรงค์ ผู้ช่วยชีวิตสุนัขตัวนี้ เปิดเผยว่า สุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขที่อยู่ในบ้านพักตำรวจ หลังจากน้ำท่วมแล้ว ข้าราชการตำรวจอพยพหนีออกจากบ้านพักไปทั้งหมด ส่วนสุนัขก็หนีตายขึ้นไปอยู่ที่สูง และประสบปัญหาไม่มีอาหารรกิน บางตัวก็จมน้ำตาย จนกระทั่งเจ้าขาวพยายามที่จะหนีออกจากโรงพักว่ายน้ำออกมาพยายามมุดรั้วที่จมน้ำ แต่ช่วงขาหลังติดกับรั้วออกไม่ได้ ชาวบ้านที่เห็นจึงมาแจ้งให้ไปช่วยดังกล่าว ซี่งยังมีสุนัขที่ติดอยู่อีกจำนวนมากทั่วเกาะเมือง ส่งเสียงร้องโหยหวนหาเจ้าของเป็นที่น่าสงสาร
แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวใจดีทำเลี้ยงชาวกรุงเก่าน้ำท่วม
เมื่อเวลา 11.00 น.ร้านก๋วยเตี๋ยววัดใหญ่ไก่ฉีก สาขา 2 ซึ่งอยู่ริมถนนสายวัดใหญ่ชัยมงคล-วัดพนัญเชิงวรวิหาร ม.3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมบริเวณรอบๆ และประชาชนที่ผ่านไปผ่านมา ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น นางทณิตา จันทร์สว่าง อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปกติเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่บริเวณหน้าวัดใหญ่ชัยมงคล แต่ปรากฎว่าร้านถูกน้ำท่วมหนัก ไม่สามารถขายได้ จึงได้ย้ายมาอยู่ที่ร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ แต่ก็ไม่ได้ขาย เนื่องจากร้านนี้ก็ถูกน้ำท่วม
จึงตัดสินใจทำก๋วยเตี๋ยวแจกชาวบ้านที่อยู่รอบๆ และที่ผ่านไปมาได้รับประทานกัน วันละประมาณ 1 พันชาม โดยจะทำอาทิตย์ละ 1 วันเท่านั้น ซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายวันละ 7 พันบาท โดยทำมาสองครั้งแล้ว และยังคิดจะทำต่อไปอีกสองสามครั้ง เพราะเห็นใจคนที่ไม่มีอาหารรับประทานช่วงน้ำท่วม แต่เมื่อเงินที่เก็บเอาไว้หมด ก็อยากจะเชิญชวนคนใจบุญมาร่วมทำบุญ สามารถร่วมบริจาคได้ โดยจะเป็นคนทำแต่ต้องให้คนอื่นมาช่วยเรื่องทุน ก็จะทำต่อไปได้



