ข่าว

"ส่งทหารดึงมวลชน"สกัด "แดงซ้าย"คืนชีพ

"ส่งทหารดึงมวลชน"สกัด "แดงซ้าย"คืนชีพ

01 พ.ค. 2552

หลังจากที่ "แผนดาวกระจาย" ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ผุดขึ้นมาเพื่อโค่นล้ม "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" ต้องพับเก็บใส่ลิ้นชักไปโดยปริยาย หลังจากที่ “รัฐบาล-กองทัพ” ผนึกกำลังด้วยการงัด

พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2548 ขึ้นมาจัดการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ ณ เวลานี้ “ปากเสียง” ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดง จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ด้วยการลอกเลียนแบบ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) หวังปลุกกระแสให้กลุ่มคนเสื้อแดง “ฟื้นคืนชีพ” เพื่อเอาคืน “รัฐบาล" และ "กองทัพ”

 การเดินเกมครั้งนี้ของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ได้ทำทั้ง “ใต้ดิน-บนดิน” เพื่อหวังสร้างฐานอำนาจใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับ พ.ต.ท.ทักษิณ

 ทำให้ “รัฐบาล-กองทัพ” ต้อง "คิดใหม่-ทำใหม่" โดยเฉพาะการแก้เกมไม่ให้ "กลุ่มคนเสื้อแดง" มีอำนาจกลับมาสร้างความวุ่นวายเกิดขึ้นในรอบใหม่อีก จึงมีการส่งกำลังทหารในทาง “ลับ” ลงพื้นที่ “ภาคอีสาน-ภาคเหนือ” เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน

 โดยมี "พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ" ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ในฐานะผู้อำนวยกองนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตามคำสั่งของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ รอง ผอ.กอ.รมน. เพื่อชี้แจงถึงการใช้กำลังทหารสลายกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 13-14 เมษายน ที่ผ่านมา

 เพราะหวั่นว่าประชาชนในพื้นที่ “ภาคอีสาน-ภาคเหนือ” จะถูกปลุกปั่นเข้าไปเป็นแนวร่วม โดยเฉพาะแนวคิดของแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ที่ต้องการให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับไปอยู่ในยุคของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือที่รู้จักกันในวัน “เสียงปืนแตก” หรือเหตุการณ์ “ปฏิวัติประชาชน” ที่ล้วนแล้วแต่เป็นศัพท์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเก่าทั้งสิ้น

 การลงพื้นที่ของกำลังทหาร กอ.รมน. เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะใช้กลไกของ กอ.รมน.ในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเตรียมผลักดัน พ.ร.บ.ด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 มาใช้ในพื้นที่ที่มีการประเมินสถานการณ์ว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคง

 โดยจะเป็นลักษณะในการป้องกันและระงับยับยั้งไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งนี้การนำ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวมาใช้ก็เป็นเพียงเลือกใช้ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มสถานการณ์รุนแรงเพื่อป้องกันยับยั้งและควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายเท่านั้น

 การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในครั้งนี้ คล้ายกับมีการ “ฟื้น” แนวความคิดตามนโยบาย 66/23 ในยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ขึ้นมาปัดฝุ่นเพื่อ “สลาย” กลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ให้มีบทบาทในการสร้างฐานอำนาจใหม่

 รวมถึงนโยบาย 66/25 ที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่มีแนวคิดที่จะนำนโยบายดังกล่าวขึ้นมา “ต่อยอด” พัฒนาชาติไทย หลังจากได้สลายพรรคคอมมิวนิสต์ไปเรียบร้อยแล้ว

 "นโยบาย 66/23 และ 66/25 ที่เคยเฟื่องฟูในยุค พ.ศ.ดังกล่าว จะเป็นแนวทางที่ฝ่าย “รัฐบาล-กองทัพ” อาจนำขึ้นมา "ปัดฝุ่น" เพื่อ “หยุด” ไม่ให้พรรคคอมมิวนิสต์ “ฟื้นคืนชีพ” ขึ้นมาสร้างความปั่นป่วนให้ประเทศชาติในยุคที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีบารมี “ทั้งกำลังเงิน-และกำลังคน” เป็นแกนนำในการสร้างความปั่นป่วนรอบใหม่นี้"

 ปัญญา ทิ้วสังวาลย์