
สุขุมพันธุ์ลั่น!พร้อมปกป้องศปภ.
"ผู้ว่าฯกทม." สั่งการดูแล 3 พื้นที่เป็นพิเศษ เขตพระราชฐาน ดอนเมือง นิคมลาดกระบัง-บางชัน ขอความร่วมมืออาสาร่วมกรอกกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำ ที่ กรุงเทพกรีฑา ร่มกล้า วันที่ 25 ต.ค.นี้
วันที่ 24 ต.ค.54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงว่า ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังปริมาณน้ำตลอดเวลา เพราะขณะนี้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงมากขึ้น ประกอบกับในช่วงนี้จะมีฝนตกลงมา ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำของกทม.มีความล่าช้าจากเดิม 2 เท่า นอกจากนี้ระดับน้้่ำในคลองต่างๆ ยังมีระดับสูงขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงระดับน้ำที่คลองประปาก็ยังไม่ลด ปริมาณน้ำได้ไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ดอนเมือง ถ.วิภาวดีฯ สายไหม แล้ว รวมถึงกทม.ฝั่งตะวันออก และตะวันตก ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งหากมีสถานการณ์ที่วิกฤติจริงๆ กทม.จะประกาศให้เตรียมตัวใน 24 ชม.
ผู้ว่ากฯกทม. กล่าวว่า วันนี้ตนได้สั่งการให้ดูแลเป็นพิเศษใน 3 พื้นที่ คือ 1.เขตพระราชฐาน ซึ่งอาจกลายเป็นพื้นที่เสียง จึงสั่งการให้ทบทวนตรวจสอบมาตรการป้องกันน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่รอบนอกใน 6 เขต ที่มีพื้นที่ติดกับเขตพระราชฐาน 2.กทม.จะเฝ้าระวังสนามบินดอนเมือง เพราะเป็นที่ตั้งของ ศปภ.จะต้องไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อศปภ.เป็นศูนย์ดำเนินการป้องกันแก้ไขน้ำท่วมทั้งประเทศ ดังนั้น กทม.ต้องดูแลให้ดีที่สุด ยืนยันกทม.ไม่ได้ดูแลเฉพาะกทม.เท่านั้น เพราะถ้ากทม.มีปัญหา ทั่วประเทศก็มีปัญหาไปด้วย เนื่องจาก กทม.เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และเป็นจุดศุนย์กลางของการบริหารประเทศ
และ 3.จะต้องดูแลนิคมอุตสาหกรรม ขณะนี้มี 2 นิคมคือ ลาดกระบัง และบางชัน ซึ่งตนจะไปพบกับผู้บิรหารทั้งสองแห่งในช่วง 1-2 วันนี้ โดยเบื้องต้นจะเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ รวมถึงความสูงด้วย ทั้งนี้ขอความร่วมมือกับประชาชนหรือผู้มีจิตอาสาเข้ามาบรรจุทรายเพื่อสร้างเป็นแนวคันกั้นน้ำที่ ถ.กรุงเทพกรีฑา ร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยเริ่มวันที่ 25 ต.ค.เป็นต้นไป โดยต้องการผู้มีจิตอาสาจำนวนมาก ซึ่งจะดำเนินการคล้ายกับที่ดำเนินการที่คลองหกวา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนเขตพระราชฐาน ทางสำนักราชเลขาฯ ไม่ได้สั่งให้ดำเนินการอะไรเป็นพิเศษ แต่ในส่วนกทม.ก็ต้องเฝ้าระมัดระวัง ซึ่งเที่ยงวันนี้ตนจะเดินทางไปหารือกับนายกฯที่ศปภ. เพื่อหาแนวทางป้องกันเขตพื้นที่ชั้นในและรอบเขตพระราชฐาน



