
น้ำท่วมเพิ่มความขัดแย้ง
น้ำท่วมเพิ่มความขัดแย้ง : มองมุมยุทธศาสตร์ โดย เรือรบ เมืองมั่น www.facebook.com/ruarobjoemuangman
ความโกลาหลและหวาดวิตกของคนกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมที่กำลังจ่อคอหอยไม่ได้ทำให้ความปรองดองปรากฏขึ้นจริงอย่างที่หลายคนหวังหรือสร้างภาพ ความร่วมมือร่วมใจของฝ่ายต่างๆ ยังไปคนละทาง เช่นเดียวกับความคิดในใจของประชาชน ความขัดแย้งที่ยังไม่บานปลายเป็นรูปธรรมก็เพราะความอดกลั้นใจเย็นของคนไทย แต่ไม่ทราบว่าจะอีกนานเพียงไร แต่ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือการปล่อยให้ชาวบ้านแต่ละจุดเจรจากันเองนั้นไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
ภาพที่เห็นว่าประชาชนหลากถิ่นฐานมาชุมนุมกันช่วยก่อกระสอบทราย ทำคันดิน แพ็กของ แจกจ่ายอาหารในที่ต่างๆ บริจาคเงินและโลหิตจำนวนมากนั้นเป็นส่วนยอดที่ดี มีผลทางจิตวิทยา ในยามที่วารีก้อนยักษ์กำลังถล่มไทย แต่ความพยายามเช่นนี้น่าจะส่งผลสำเร็จไม่มากนัก เพราะสามัคคีในใจไม่เกิด ในระดับประชาชนนั้นเห็นได้ชัดว่าศูนย์หลักที่ฝ่ายที่นิยมเพื่อไทยจะไปช่วยคือที่ ศปภ. แต่ฝ่ายนิยมรัฐบาลเดิมจะไปช่อง 3 หรือไทยพีบีเอส ทั้งสองฝ่ายกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นต้นเหตุกักน้ำเขื่อนและบริหารไม่เป็น ขณะที่ฝ่ายเชียร์ยิ่งลักษณ์จะยกย่องความขยันขันแข็งของเธอ แต่ฝ่ายรักประชาธิปัตย์จะชื่นชมทหารและผู้ว่ากรุงเทพฯ อย่างมาก ในระดับยุทธศาสตร์ยิ่งเห็นการไม่ประสานงานทางความคิดของรัฐบาลกับ กทม. ดูได้จากการทำข่าวของสื่อในมือแบบช่องใครช่องมัน ที่น่าห่วงที่สุดคือความเดือดร้อนตรงของชาวบ้านที่ขัดแย้งกันเป็นจุดๆ บริเวณคันกั้นน้ำ ปลุกเร้าความรู้สึกในความไม่เท่าเทียมกันของคนน้ำท่วมไปแล้วกับคนกลัวน้ำจะท่วมหนักหน่วงยิ่งขึ้น
สถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้การแก้ปัญหาโดยวิธีใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือปล่อยให้ชาวบ้านเจรจากันเองนั้นล้วนมีข้อเสีย เพราะชาวกรุงเทพฯ หัวแข็งยิ่งกว่าต่างจังหวัด ที่ไหนที่ลัทธิบริโภคนิยมสูง อาการห่วงใยวัตถุมากกว่าชีวิตก็จะสูงตามไปด้วย ถ้าถึงขั้นวิกฤติจริงๆ อาจดื้อแพ่งกับทางการ ทำให้แผนยุทธการในการแก้ปัญหาโดยรวมเสียหายล่าช้า หากมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อำนาจสูงสุดอยู่ที่เจ้าหน้าที่ที่ถือคำสั่งการเหนือกว่าความต้องการของประชาชน ใครจะประกันได้ว่าจะไม่เกิดเหตุแบบราชประสงค์ปีกลาย แต่ครั้นที่จะมัวรอเจรจาขอให้ชาวบ้านทำตามทางการ ก็อาจไม่ทันกาล ปัญหาจะยุ่งเหยิงขึ้น
ทางออกที่ดีที่สุดคือทุกฝ่ายน่าจะเป็นการยอมรับความจริงว่าแทบจะป้องกันกรุงเทพฯ ไม่ได้แล้ว ด้วยข้อเท็จจริงของมวลน้ำ ฝน การระบาย และการพยายามปิดกั้นเบี่ยงเบนน้ำ ล้วนแต่ทำให้น้ำมีโอกาสถล่มกรุงก้อนโตขึ้น รุนแรงขึ้น และเดือดร้อนมากขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือเลิกพูดแต่ด้านดี บอกสถานการณ์ด้านร้ายให้ประชาชนเตรียมใจล่วงหน้า ค่อยๆ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ไปอยู่ศูนย์ที่จัดตั้ง ไม่ต้องกลัวประชาชนแตกตื่น ถ้าประกาศไปแล้วน้ำไม่ท่วมก็ไม่เสียหายอะไร แต่ก็ยังดีกว่าชิลชิลแล้วแก้ปัญหากะทันหันซึ่งประชาชนต้องแตกตื่นหนักกว่า อีกทั้งถ้าช่วยไม่ได้ก็ไม่รอดเสียงด่าอยู่ดี



