ข่าว

คาด6นิคมจมน้ำเสียหาย3แสนล้าน

คาด6นิคมจมน้ำเสียหาย3แสนล้าน

24 ต.ค. 2554

ยูเอ็นห่วงโลกขาดแคลนอาหาร หลังแหล่งผลิตรายใหญ่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เจอปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หอการค้าไทยชี้ 6 นิคมจมน้ำเสียหาย 3 แสนล้าน ด้านธุรกิจโรงแรมโอด แขกเข้าพักลดลง 40-50% ทำท่องเที่ยวสูญ 5 หมื่นล้าน ขณะที่นายกฯ ถกมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมเรีย

              องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ออกรายงานเมื่อวันศุกร์ (20 ต.ค.) แสดงความกังวลว่า พื้นที่บางส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก หลังนาข้าวและพื้นที่เพาะปลูกพืชชนิดอื่นจำนวนมากจมอยู่ใต้กระแสน้ำเพราะอุทกภัยครั้งใหญ่

            รายงานระบุว่า พื้นที่เพาะปลูกข้าวราว 12.5% ของไทยได้รับความเสียหาย ตามด้วย 12% ในกัมพูชา, 7.5% ในลาว, 6% ในฟิลิปปินส์ และ 0.4% ในเวียดนาม

            ขณะเดียวกัน จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐระบุว่า ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก จะสามารถส่งออกข้าวคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 31% ของปริมาณการค้าข้าวทั้งหมดในโลก 34.2 ล้านตันในปีนี้ และเวียดนามจะยังเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 ส่วนฟิลิปปินส์ยังคงเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ข้าวไทยเสียหาย6ล้านตัน


            นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า อาจมีผลผลิตข้าวเปลือกเสียหายจากน้ำท่วม 6 ล้านตัน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมข้าวที่เก็บในโกดังที่จมน้ำ
           
            สำนักงานอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ก็คาดการณ์ว่า จะสูญเสียข้าวสารเกือบ 6 แสนตัน จากน้ำท่วมที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นพัดกระหน่ำหลายลูก
           
            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ราคาจำหน่ายข้าวเปลือกล่วงหน้าในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรในนครชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนดส่งมอบในเดือนมกราคม 2555 ที่ซื้อขายเมื่อวันศุกร์ (20 ต.ค.) ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% ปิดที่ระดับ 16.715 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 100 ปอนด์ ขณะที่ข้าวขาว 100% เกรดบี ของไทยในตลาดเอเชีย ปรับราคาสูงขึ้น 1% ที่ระดับ 625 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน ในการซื้อขายเมื่อวันพุธ (19 ต.ค.) ทำให้ราคาข้าวขาว 100% เกรดบี ของไทยปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 13% ในปีนี้
   
            มีการประเมินว่า ราคาจำหน่ายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดชิคาโกจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 17% ในปีนี้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับแหล่งผลิต ขณะที่ดัชนีราคาอาหาร 55 ประเภทของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เคยพุ่งทำสถิติสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์

           
6นิคมจมเสียหาย3แสนล.


            นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบความเสียหายจากเหตุอุทกภัยล่าสุดว่า รวมเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครแล้ว เป็นความเสียหายจากการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและการค้า ไม่นับรวมความเสียหายจากทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่าเสียหายแล้ว 2.8-3 แสนล้านบาท กระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 2.7-3% จะทำให้จีดีพีปีนี้เติบโตเหลือ 1-2% ต่ำกว่าที่ศูนย์พยากรณ์ฯ คาดการณ์ไว้ว่า ทั้งปีจะโต 4.4% ทั้งนี้เมื่อนับรวมความเสียหายจากทรัพสินที่เสียหายจากน้ำท่วม จะคิดเป็นมูลค่า 5 แสนล้านบาท มีผลกระทบต่อจีดีพีทั้งปีมากขึ้น

            "หากมองในกรณีเลวร้ายที่สุด โดยหากมีน้ำท่วมเข้าไปในเขตเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายสูงถึง 3.5-4% และจะทำให้จีดีพีปีนี้โตเหลือ 0-0.5% ซึ่งการประเมินดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์น้ำท่วมสามารถคลี่คลายได้โดยเร็วภายในเดือนพฤศจิกายน และฟื้นตัวได้ในเดือนธันวาคม" นายธนวรรธน์กล่าว


ท่องเที่ยวอ่วมสูญ5หมื่นล.


            ขณะที่อุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างการท่องเที่ยวก็เริ่มมีสัญญาณลบเช่นกัน นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า แม้จะยังไม่เกิดน้ำท่วมในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง แต่คาดว่าความเสียหายทางโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้จะอยู่ราว 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางลดลงราว 20% หรือไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน จากเดิมที่คาดว่าจะเข้ามาอีก 5 ล้านคน โอกาสสูญเสียรายได้กลุ่มนี้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่ 4 หมื่นบาทต่อหัวทริป
           
            นอกจากนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยคาดว่าจะลดลงประมาณ 30% คิดเป็นการสูญเสียรายได้วันละ 350 ล้านบาท หรือรวมเป็นเม็ดเงินอย่างน้อย 1 หมื่นล้านบาท สำหรับ 3 เดือนสุดท้าย เหตุผลหลักมาจากสองปัจจัย คือ การคมนาคมขนส่งไม่สะดวก โดยเฉพาะทางบก และคนในกรุงเทพมหานครเริ่มได้รับผลกระทบ ทั้งยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำ ทำให้ไม่มีบรรยากาศด้านท่องเที่ยว
           
            "สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของชาวต่างชาติมาก เพราะส่วนใหญ่ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 75% เดินทางผ่านเข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งหากกรุงเทพฯ ส่อจะมีปัญหาน้ำท่วมอีกเป็นเดือนก็จะมีผลต่อชาวต่างชาติทันที" นายกงกฤช กล่าว
   
            ประธานฝ่ายนโยบายของสทท.ระบุด้วยว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องการให้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานในทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด เพื่อนายจ้างจะได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง หากต้องการช่วยเหลือเฉพาะหน้ากับลูกจ้าง และวางแผนการจ้างงาน เพื่อรอให้ถึงช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลดได้ ในส่วนของท่องเที่ยวขณะนี้ยังไม่มีการเลิกจ้าง เพราะเป็นภาคที่ฟื้นตัวได้เร็ว คือราว 1 เดือนหลังจากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นทุกแห่งยังต้องคงกำลังแรงงานเพื่อรอช่วงฟื้นตัว


โรงแรมโอดแขกพักลด40-50%

            ด้าน นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า อัตราเข้าพักโรงแรมในกรุงเทพฯ ขณะนี้อยู่ที่ 60-70% น้อยกว่าช่วงเหตุการณ์ปกติ ซึ่งจะอยู่ราว 75-80% โรงแรมบางแห่งเริ่มได้รับผลกระทบจากการที่ชาวต่างชาติชะลอการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ทำให้อัตราเข้าพักเหลือ 40-50% คาดว่าจากนี้ไปอีก 1 เดือน จะมีผลต่อการเดินทางเข้ามาของต่างชาติแน่นอน เพราะมีการรายงานข่าวว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ 4-6 สัปดาห์ ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนจุดหมายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
   
            ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ปรากฏว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยที่ภูเก็ต และเกาะสมุย มีอัตราเข้าพักเดือนตุลาคมประมาณ 70% ส่วนพัทยา 70-80% แต่เชียงใหม่ ที่มีการเลื่อนเปิดงานราชพฤกษ์ไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคมแล้ว มีอัตราเข้าพักต่ำอยู่ที่ 40-50%
   
            อย่างไรก็ตาม สมาคมประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น และจะยืนยันในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมว่า จะไม่ลดราคาให้แก่เอเย่นต์ต่างประเทศในการเจรจาต่อรองซื้อขายห้องพักสำหรับปีหน้า เนื่องจากโรงแรมไทยไม่ได้ขึ้นราคามา 3 ปีแล้ว และหากวิกฤติน้ำท่วมปีนี้ผ่านพ้นได้ ปีหน้าก็มีแนวโน้มเป็นปีการท่องเที่ยวสดใสสำหรับประเทศไทยอยู่


พณ.ยันสินค้าไม่ขาดแคลน


            นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรม กล่าวว่า หลังจากมีการหารือกับนายกฯ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีความมั่นใจมากขึ้น เชื่อมั่นว่าหลังน้ำลดทุกโรงงานอุตสาหกรรมต้องเร่งบูรณะซ่อมแซมความเสียหาย จึงต้องการกำลังสนับสนุนในรูปแบบศูนย์เดียวเบ็ดเสร็จที่มีนายกฯ เป็นประธาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อติดขัด เพราะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับ 20-30 หน่วยงาน ในส่วนของเงินทุนในการฟื้นฟูนั้น เชื่อมั่นว่ามีเพียงพอ แต่นักลงทุนต่างชาติมีความกังวลในแผนระยะสั้นและระยะยาวในเรื่องการผันน้ำ ซึ่งต้องจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ
   
            นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า รัฐบาลได้นำข้าวในสต็อกออกมาจำหน่ายแล้ว ขอให้ประชาชนอุ่นใจว่า ไม่มีปัญหาสินค้าขาดแคลน จึงไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหาร และจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกำหนดรายการสินค้าควบคุม โดยเฉพาะทราย กระสอบทราย เรือ และน้ำดื่มบรรจุขวด เพื่อให้สามารถดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนได้ทันที นอกจากนี้จะมอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดสินค้าธงฟ้าเข้าไปจำหน่ายในพื้นที่ที่รถยนต์สามารถเข้าถึง พร้อมทั้งกระจายสินค้าให้ห้างค้าปลีก โดยจะเริ่มจัดส่งสินค้าลอตแรกในวันนี้ (23 ต.ค.) เวลา 21.00 น. และเชื่อว่าสินค้าจะกระจายถึงห้างค้าปลีกครบถ้วนภายใน 48-72 ชั่วโมง


เล็งงบสปส.พันล.ช่วยคนงาน

            นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานประธานคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า มีแนวคิดจะจัดหางบมาช่วยเหลือแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งตามกฎหมายประกันสังคม สปส.สามารถนำเงินกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่กว่า 8.3 แสนล้านบาท มาใช้ในการบริหารจัดการได้ 10% จากเงินกองทุนทั้งหมดหรือคิดเป็นกรอบวงเงินอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ จะเสนอให้นำงบบริหารจัดการของสปส.มาช่วยเหลือแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 6 แสนคน
   
            "งบส่วนนี้จะจัดไว้ช่วยเหลือคนละ 2,000 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นแรงงานที่เป็นผู้ประกันตนและอยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเพียงแนวคิดของผมเท่านั้น จะได้รับอนุมัติหรือไม่เป็นอำนาจการตัดสินใจของบอร์ดประกันสังคม" ปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุ
   
            นายประพันธ์ มนทการติวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กล่าวว่า ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสรับสั่งให้โรงเรียนจิตรลดา สายอาชีพ ประสานมายังกระทรวงแรงงานให้เร่งจัดทำสุขาลอยน้ำ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการดำเนินการนั้น กพร.ได้รับสนองพระราชดำรัส โดยได้สั่งการให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 4 จ.ราชบุรี สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 8 จ.นครสวรรค์ และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 2 จ.สุพรรณบุรี รวมถึงศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สถาบัน เร่งดำเนินการจัดสร้างสุขาลอยน้ำ ทั้งนี้ วันที่ 25 ตุลาคมนี้ กพร.ส่งมอบสุขาลอยน้ำชุดแรกให้แก่โรงเรียนจิตรลดา สายอาชีพ 65 หลัง นอกจากนี้ กพร.ได้จัดทำอาหารกล่องเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันละ 1 หมื่นกล่องด้วย 


สำรอง1แสนอุ้มคนตกงาน

            นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า กกจ.เตรียมช่วยเหลือแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมและอาจจะถูกเลิกจ้าง โดยจัดตำแหน่งรองรับไว้ 100,671 อัตรา ในตำแหน่งงานต่างๆ เช่น พนักงานฝ่ายผลิต ช่างสาขาต่างๆ พนักงานขับรถ แยกเป็นตำแหน่งงานในประเทศ 85,671 อัตรา ในจำนวนนี้เป็นตำแหน่งงานที่เริ่มงานได้ในทันที 24,916 อัตรา อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ และตำแหน่งงานในต่างประเทศ 1.5 หมื่นอัตรา ในตำแหน่งงานด้านเกษตรและฝ่ายผลิต แยกเป็นประเทศต่างๆ เช่น เกาหลี ไต้หวัน ตะวันออกกลาง 1 หมื่นอัตรา และอิสราเอล 5,000 อัตรา