ข่าว

สพฉ.ยันขนผู้ป่วยออกนอกเมืองเพื่อปลอดภัย

สพฉ.ยันขนผู้ป่วยออกนอกเมืองเพื่อปลอดภัย

23 ต.ค. 2554

สพฉ. ประสานกองทัพอากาศ ลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทาง ซี- 130 ต่อเป็นวันที่สอง วางแผนส่งต่อรพ.ใน 9 เส้นทางปลอดภัย ชี้จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักเพื่อความปลอดภัย รพ.มหาราชเตรียมผู้ป่วยจากเมืองหลวง 51คน

          23 ต.ค.2554  นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลพื้นที่กรุงเทพฯ  ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อการรักษาผู้ป่วยหนัก และผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจว่า  การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินในวันที่ 23 ต.ค. ถือเป็นวันที่สองแล้ว โดยได้ประสานขอความร่วมมือให้กองทัพอากาศ นำเครื่องบิน C-130 เพื่อลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยลำเลียงผู้ป่วยหนักจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์รวม 25 ราย ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกำแพงแสน จ.นครปฐม
          
           “สำหรับผู้ป่วยหนักจะเดินทางไปพร้อมญาติผู้ป่วย ในจำนวนนี้มีเด็กแรกที่มีอาการซีดเหลือง โดยสาเหตุที่ สพฉ.จำเป็นและประเมินให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก่อน เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก และหากลำเลียงขณะเกิดน้ำท่วมสูงแล้วอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้” นพ.ชาตรีกล่าว

           สำหรับการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น ได้ส่งต่อไปตามแผนที่กระทรวงสาธารณสุขประเมินและสำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินแล้วทั้ง 9 เส้นทาง เช่น โรงพยาบาลในโซนภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พร้อมรับผู้ป่วยฉุกเฉินแล้วกว่า 1,040 เตียง อาทิ รพ.สมเด็จพระสังฆราช จ.สุพรรณบุรี รพ.มะการักษ์ จ.กาญจบุรี รพ.ดำเนินสะดวก รพ.โพธาราม รพ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี รพ.ประจวบคีรีขันธ์ รพ.ระยอง รพ.สระแก้ว รพ.มหาราช จ.นครราชสีมา รพ.บุรีรัมย์ รพ.ชัยภูมิ รพ.ขอนแก่น เป็นต้น

           นอกจากนี้ ในวันนี้ยังมีการลำเลียงผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ ทางรถยนต์เพิ่มเติมด้วย จาก รพ.ธรรมศาสตร์ ซึ่งจะใช้รถยีเอ็มซีของกรมแพทย์ทหารบกและรถพยาบาลกว่า 60 ราย ส่งไปรักษาต่อที่รพ.สุพรรณบุรี อย่างไรก็ตามผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่หมายเลข 1669 หรือโรงพยาบาลที่ต้องการย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ 085-259-1669 และ 087-500-1669  ตลอด 24 ชั่วโมง


ผู้ป่วย51คนจากกรุงเทพฯเตรียมย้ายรักษาต่อรพ.มหาราช


 
           ที่ห้องประชุมหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เมื่อเวลา 14.30น.  นพ.คำรณ  ไชยศิริ ผู้ตรวจราชการสาธารณสุข เขต 14 พร้อม นพ.ธีรพล  โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลและผู้บริหารสาธารณสุขนครราชสีมา เตรียมพร้อมสถานที่ บุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ถูกขนย้ายลำเลียงมาจากสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพ  ที่ประสบอุทกภัย

           นพ.คำรณ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้วางแผนรรองรับผู้ป่วย คือลดจำนวนผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลให้เหลือน้อยที่สุด โดยการส่งผู้ป่วยที่อาการไม่สาหัสไปยังโรงพยาบาลชุมชนในจ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมสถานที่ให้เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจากกรุงเทพ    นอกจากนี้สำรวจและวางแผนชะลอกำหนดการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่สามารถรอรับการผ่าตัดได้ เช่นผู้ป่วยโรคตา ,โรคหู คอ จมูก ,โรคกระดูก และข้อ โดยเลื่อนจากกำหนดเดิมประมาณ 1 -2 เดือน ซึ่งแพทย์จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย ทั้งนี้เตรียมเตียงผ่าตัดให้เพียงพอ

           พร้อมกับเตรียมการประสานขอกำลังบุคลากรแพทย์ พยาบาล เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์จากโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียงให้พร้อมในการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วยในภาวะวิกฤต  และประสานงานกับศูนย์ฝึกอบรมของสาธารณสุขในการจัดสถานที่พักให้ญาติ ผู้ป่วยเป็นการชั่วคราว พร้อมประสานไปยังมูลนิธิ องค์กรการกุศลในพื้นที่ จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภค บริโภค คอยบริการตามความเหมาะสมด้วย 
          
           “ส่วนปัญหา อุปสรรคคือการเดินทางลำเลียงผู้ป่วยมาจากกรุงเทพ  ซึ่งขณะนี้เส้นทางคมนาคมถูกน้ำท่วมขังไม่สามารถใช้การได้  โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จำเป็นต้องเดินทางด้วยรถพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถลำเลียงด้วยเครื่องบิน  ขณะนี้การแพทย์ฉุกเฉินพร้อมกับกองทัพอากาศกำลังดำเนินการหาทางแก้ไขอยู่   นอกจากนี้พบว่าโรงงานผลิตเวชภัณฑ์หลายแห่งในกรุงเทพ  ได้รับความเสียหายทำให้ต้องปิดทำการชั่วคราว  จึงกังวลว่า อาจทำให้เกิดความขาดแคลนเวชภัณฑ์และยา ได้ จึงประสานงานไปยังองค์การเภสัชกรรม เพื่อรวบรวมและจัดสรรเวชภัณฑ์ และยา ที่มีอยู่ให้เพียงพอต่อความต้องการ” นพ.คำรณกล่าว

           ด้าน นพ.ธีรพล กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราช จะรับช่วงต่อจากเครื่องบิน ซี -130 กองทัพอากาศ ที่ลำเลียงขนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 44 ราย  โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี  6 ราย และโรงพยาบาลปทุมธานี 1 ราย รวม 51 ราย แยกเป็นชาย 26 ราย หญิง 25 ราย ซึ่งเดินทางมาถึงสนามบินกองบิน 1 อ.เมือง นครราชสีมา เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา  แพทย์ได้คัดแยกผู้ป่วย เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยอายุรกรรม 15 ราย ผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก 8 รายและผู้ป่วยศัลยกรรม 28 ราย
 
           สำหรับแพทย์ที่มีอยู่ยืนยันว่าเพียงพอแน่นอน เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์น่าจะเพียงพอ ยกเว้นเครื่องช่วยหายใจที่ยังขาดแคลน จึงประสานงานให้โรงพยาบาลที่ส่งตัวผู้ป่วยมา นำเครื่องช่วยหายใจมาด้วย ส่วนหนึ่งเราจะนำมาจากโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่มาใช้ ล่าสุดได้รับการประสานจากโรงพยาบาลในพื้นที่ กรุงเทพประสงค์ส่งผู้ป่วยมาอีกประมาณ 40 ราย