
ผู้ว่าฯกปน.ยันคุมคุณภาพน้ำประปาได้
ผู้ว่าการประปานครหลวงเผยปิดท่อไซฟอนรังสิตได้แล้ว ยันจะควบคุมคุณภาพน้ำให้ดีที่สุด หลังจากผู้ว่าฯกทม.วอนสกัดน้ำเหนือเข้าคลองประปา ชาวบ้านพิมลราช เมืองนนฯ โวยอบต.เลือกแจกของ ไม่แจกปชช.ที่เช่าบ้าน ก่อนเอากลับเกลี้ยง
เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2554 นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง เปิดเผยว่า จากการเร่งดำเนินการปิดท่อลอด (ไซฟอน) รังสิต ในคลองประปาเพื่อลดปริมาณน้ำจากเจ้าพระยาเข้าคลองประปานั้น กปน.ได้ดำเนินสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เวลา 00.30 น. วันที่ 23 ต.ค.ซึ่งเป็นความพยายามของการทำงานที่ยากมากเนื่องจากต้องสู้กับแรงน้ำมหาศาลที่ไหลเข้ามา
แต่อย่างไรก็ตามด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายไม่เฉพาะ กปน. ยังมีหน่วยงานด้านวิศวกรรมจากภาครัฐและเอกชนมาร่วมให้คำแนะนำพร้อมนำอุปกรณ์มาช่วย จึงทำให้งานประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ขณะนี้น้ำในคลองประปาเริ่มลดลงแล้ว 10 เซนติเมตร และเชื่อว่าจะค่อยๆ ลดลงกลับเข้าปกติในไม่ช้า ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาน้ำไหลล้นจากคลองประปาไปท่วมพื้นโดยรอบอีก ส่วนพื้นที่ภายนอกที่ถูกน้ำท่วม ทาง กทม.และอำเภอปากเกร็ดจะเร่งสูบทิ้ง เพื่อลดระดับน้ำต่อไป
จะควบคุมคุณภาพน้ำให้ดีที่สุด
นายเจริญ ได้กล่าวอีกว่าน้ำที่ไหลเข้ามาในคลองประปาจนเอ่อล้นออกมานั้นไม่ใช่เป็นน้ำของ กปน. แต่เป็นน้ำที่หลากท่วมมาจากคลองบางหลวงเชียงราก ที่มีปริมาณมากเกินแนวคันกั้นน้ำที่ กปน.ได้เตรียมไว้ แต่ขณะนี้ได้แก้ไขจนสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในสภาวะปกติได้แล้ว แม้ว่าขณะนี้ กปน. ต้องใช้น้ำที่ด้อยคุณภาพลงในการผลิตน้ำแทนน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพน้ำที่ผลิตได้ไม่ดีเท่ายามปกติ แต่ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในความจำเป็นและเหตสุดวิสัยดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเห็นว่าน้ำคุณภาพน้ำประปาในขณะนี้ มีสี กลิ่น บ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ในระหว่างนี้ กปน. จะได้พยายามปรับวิธีการผลิตน้ำให้ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาได้เพิ่มการใช้ด่างทับทิม ถ่านกัมมันต์เพื่อดูด กลิ่น สี และสารปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำ พร้อมกับเพิ่มออกซิเจน และคลอลีนในน้ำให้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่า น้ำประปายังคงความสะอาด ปลอดภัย
ผู้ว่าฯกทม.วอนกปน.สกัดน้ำเหนือเข้าคลองประปา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าการ พร้อมด้วยผู้บริหารและคณะเจ้าหน้าที่กทม.ได้ลงพื้นที่และตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนบ้านเรือนได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำในคลองประปาเอ่อล้นท่วมบริเวณชุมชนเฉลี่ยประมาณ 30-60 ซม.
โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารจากพล.ร.1 พล.ปตอ.1และพล.ราบ11 ได้สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือใช้รถยีเอ็มซีเข้าขนย้ายผู้ประสบภัยมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 และ 2 ซึ่งรองรับประชาชนได้ประมาณ 1,000 คน ซึ่งในระหว่างที่ผู้ว่ากทม.ได้แจกถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่มาลงทะเบียนมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่เช่าบ้านในชุมชนย่านนั้น รวมถึงคนที่ไม่ได้มาลงทะเบียนกับศูนย์ช่วยเหลือ ได้ตระโกนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการช่วยเหลือ เพราะไม่ได้รับถุงยังชีพทั้งๆที่เป็นผู้เดือดร้อนเช่นกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าไปไกล่เกลี่ยโดยยืนยันว่าจะได้รับความช่วยเหลือทุกคน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่าสาเหตุที่ชุมชนเคหะทุ่งสองห้องน้ำท่วมเนื่องจากปริมาณน้ำเหนือได้ไหลทะลักเข้าสู่คลองประปาและล้นจนไหลเข้าพื้นที่เขตดอนเมือง หลักสี่ และชุนชน ซึ่งกทม.ไม่ได้รับผิดชอบคลองประปาแต่รับผิดชอบพื้นที่กทม.และน้ำที่เข้ามาก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตามกทม.จะพยามระบายน้ำออกไปยังคลองต่าง ๆ แต่ก็เอาไม่อยู่ เนื่องจากปริมาณน้ำมีมาก ในขณะที่การประปานครหลวง(กปน.)ก็พยายามจะแก้ไขปัญหาโดยการปิดประตูระบายน้ำของคลองประปาที่มีอยู่ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถทำได้หมด และไม่สามารถสกัดกั้นน้ำไม่ให้เข้าพื้นที่ได้ และที่จะให้กทม.สูบน้ำออกไปทางคลองตาอูฐก็ขอชี้แจงว่า กทม.ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก เครื่องสูบน้ำถูกน้ำท่วม หากเดินเครื่องอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดอันตรายแก่ประชาชนถูกไฟดูดได้ จึงทำได้เพียงเร่งรัดให้การประปานครหลวงสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าพื้นที่ชุมชนเพิ่มเติมเท่านั้น และหากทำได้ตามนี้กทม.ก็จะสามารถสูบน้ำออกจากชุมชนได้ทันที โดยจะผันน้ำออกไปสู่คลองต่าง ๆ
“ผมไม่อยากโทษใคร หรือกล่าวหาใคร บอกได้ว่าต้นตอคือธรรมชาติที่ปีนี้มีปริมาณน้ำมาก ถ้าจะโทษใครก็ขอให้โทษผมคนเดียว อย่าไปโทษเจ้าหน้าที่กทม.หรือการประปาผมขอรับผิดชอบคนเดียวและยืนยันว่าจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด จะไม่ให้ใครเดือดร้อนไปกว่านี้ ตอนนี้สถานการณ์หนักที่สุดของพื้นที่ริมคลองประปาได้ผ่านไปแล้ว ส่วนวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การสูบน้ำลงคลองเปรมประชากร” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว
“ชาวบ้านพิมลราช"โวยอบต.เลือกแจกของ
ผู้สื่อข่าวสรายงานว่าที่หมู่บ้านบัวทอง 4 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ภายหลังที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกอบต.พิมลราช ได้นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหมู่บ้าน โดยให้ประชาชน ลุยน้ำออกมารับสิ่งของช่วยเหลือที่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส เอ็กซ์เพรส ภายในหมู่บ้าน และเมื่อประชาชนเดินลุยน้ำประมาณเอว ไปถึงบริเวณดังกล่าว ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ได้รับสิ่งของช่วยเหลือ เนื่องจากอบต.ให้เหตุผลว่าไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน ขณะที่ชาวบ้านยอมรับว่าไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน แต่เป็นผู้เช่าบ้านและอาศัยอยู่จริง ซึ่งมีจำนวนมาก แม้ชาวบ้านจะพยายามชี้แจงว่าขณะนี้มีความเดือดร้อนเรื่องความเป็นอยู่ โดยเฉพาะขาดอาหารและน้ำดื่ม ไม่มีร้านค้าเปิดให้บริการ เพราะน้ำท่วมสูง ซึ่งสุดท้ายแล้วนายกฯอบต.ก็ไม่แจกสิ่งของช่วยเหลือให้ประชาชนเป็นผู้เช่าบ้าน ทั้งที่ยังมีสิ่งของอีกจำนวนมาก ก่อนที่จะนำสิ่งของกลับออกไปทันที
ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับบ้าน
พ.ต.ท.จิรวุฒิ ขวัญคุ้ม สว.ส.ทล.1 กก.3 (บางปะกง) กล่าวว่า ประชาชนเริ่มหันมาใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้ากลับบ้านในภาคอีสาน ผ่านฉะเชิงเทรา เป็นจำนวนมากกว่าปกติถึง 5 เท่าตัว ส่วนใหญ่ใช้เส้นทาง ถนนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ลงที่บางปะกงเข้าฉะเชิงเทรา ตามถนนหมายเลข 314 ซึ่งอีกส่วนหนึ่งใช้ทางหลวง 314 (สุวินทวงศ์) ไปทาง อ.พนมสารคาม มุ่งหน้าไปทางกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งการเลี่ยงมาใช้เส้นทางผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา ก็สามารถเดินทางไปทั้งทางภาคเหนือ ภาคอีสานเหนือ-อีสานใต้ได้ หากจะไปภาคเหนือ เมื่อขับรถถึงสามแยกหนองเค็ด อ.พนมสารคาม เลี้ยวซ้ายไปจ.ปราจีนบุรี - ไป จ.นครนายก ผ่าน อ.บ้านนา อ.แก่งคอย สระบุรี ไปอ.พุแค อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ไปอ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ หากจะไปทางภาคอีสานใต้ เลี้ยวขวาถนนสายฉะเชิงเทรา(เขาหินซ้อน)-สระแก้ว - อรัญประเทศ ไปบ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มุ่งหน้า อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไป จ.สุรินทร์- ศีรษะเกส -ยะโสธร -อุบลราชธานี แต่หากจะไปทางภาคอีสานตอนเหนือ ใช้เส้นทางพนมสารคาม -กบินทร์บุรี ตรงไปวังน้ำเขียว ปักธงชัย นครราชสีมา มุ่งหน้าจังหวัดภาคอีสานได้หลายจังหวัด
พ.ต.ท.จิรวุฒิ ขวัญคุ้ม บอกด้วยว่า ส.ทล.1 กก.3 มีสถานีย่อย 5 แห่งคือ สถานีพระประแดง สถานีบางพลี สถานีบางปู สถานีสุวินทวงศ์ และสถานีพนมสารคาม กำลังตำรวจทั้งสิ้น 78 นาย รถยนต์สายตรวจ 15 คัน รถกู้ภัยทางหลวงพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะนี้ได้จัดรถสายตรวจวิทยุคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตามเส้นทางต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง หากต้องการความช่วยเหลือหรือเส้นทางการเดินรถสามารติดต่อได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1193 สถานีตำรวจทางหลวงบางปะกง หมายเลข 038-531221 หรือ โทรศัพท์มือถือ 084-5297766 จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือแนะนำเส้นทางได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน
พ่อเมืองปากน้ำโพแจกเงินช่วยน้ำท่วม
เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ศูนย์อพยพโรงเรียนนครสวรรค์ นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีแจกเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มีนายวินัย สิทธิมณฑล รองผวจ.นครสวรรค์ พันเอกศิรวิชญ์ นาคทอง รอง ผอ.กอ.รมน.นครสวรรค์ และนายกเหล่ากาชาดนครสวรรค์ ร่วมมอบเงินให้แต่ละครัวเรือน จำนวน 500 บาท รวมทั้งสิ้น 159 ครัวเรือน โดยมีนายสุธน บัววัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ในฐานะผอ.ศูนย์อพยพฯกล่าวรายงาน
ส่วนสถานการณ์น้ำนายชัยโรจน์แจ้งว่า กำลังเร่งสูบน้ำระบายออกจากตัวเมืองและศูนย์ราชการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเครื่องสูบน้ำกว่า 700 เครื่อง มีทั้งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงใต้ดิน เครื่องสูบน้ำที่ใช้ในการทำนา และเครื่องสูบน้ำของกรมชลประทาน โดยในขณะนี้น้ำในแม่น้ำมีระดับสูงกว่าน้ำในตลาดปากน้ำโพประมาณ 1 เมตร และนายชัยโรจน์ได้ขอร้องให้ทุกคนช่วยกันดูแลคันกั้นน้ำ เพราะหากคันกั้นน้ำพังน้ำก็จะท่วมอีก
ส่วนการจราจร นายชัยโรจน์บอกว่า สามารถเปิดการจราจรบนถนนพหลโยธินได้แล้ว แต่ยังต้องวิ่งสวนทางกัน เนื่องจากอีก 1 เส้นทางยังต้องใช้เป็นคันกั้นน้ำและไว้ให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน อาจไม่สะดวกนักในการสัญจร ส่วนถนนสายอื่นๆ ก็เริ่มใช้ได้บ้างแล้ว สำหรับงานที่จะต้องทำต่อไปคือการกู้ถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก กู้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ตอนบ้านกลางแดด-บ้านหนองตะโก เพื่อให้สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ เพื่อแก้ปัญหาความแออัดทางการจราจร
ด้านการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย จะประชุมแต่งตั้งคณะทำงานให้เข้าไปช่วยเหลือดูแล อาจมีช่างไฟฟ้า หรือช่างเครื่องยนต์ให้ แต่เจ้าของต้องออกค่าอะหลั่ยเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย



