
หงส์ดีแค่เจ๊านอริช1-1
"หงส์แดง" ชวด 3 แต้มโดน "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" บุกแบ่งแต้ม 1-1 เคนนี ดัลกลิช รับไม่เด็ดขาด ขณะที่ "สาลิกาดง" ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใคร เปิดเซนต์ เจมส์ ปาร์ค เฉือน วีแกน 1-0 ขณะที่ "สิงห์ผยอง" เล่น 10 คนพ่าย เวสต์บรอมวิช คาบ้าน 1-2
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช โดยเกมนี้เจ้าถิ่นให้โอกาส เครก เบลลามี ลงมาเป็นตัวจริงแทนที่ ลูคัส เลวา ที่ติดโทษแบน แต่ให้ หลุยส์ ซัวเรซ เป็นกองหน้าเพียงคนเดียว ส่วนทีมเยือนยังจัด 4-4-2 มาสู้
เริ่มเกม หงส์แดง เดินหน้าบุกอย่างน่ากลัวนาทีที่ 2 ชาร์ลี อดัม เปิดลูกเตะมุมให้ มาร์ติน สเคอร์เทล โฉบโหม่งบอลไปชนคาน ก่อนที่อีก 9 นาทีต่อมา เบลลามี ทะลุถึงเส้นหลังก่อนผ่านให้ ซัวเรซ ยิงโล่งๆ บอลไปชนเสาไกลออกมาอีก
ทำให้แฟนบอลต้องรอจนถึงช่วงทดเวลาเจ็บของครึ่งแรกเจ้าถิ่นจึงขึ้นนำเมื่อกองหลังทีมเยือนสกัดบอลจาก ซัวเรซ มาเข้าทางให้ เบลลามี หลุดไปยิงเป็น 1-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้ประตูเพิ่มหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ และเป็น นอริช ที่ตามตีเสมอได้ แอนดี พิลคิงตัน เปิดบอลจากทางขวา แกรนท์ โฮลท์ โฉบโหม่งตัดหน้า โฆเซ เรนา เข้าไปเป็น 1-1 จากนั้นเจ้าถิ่นบุกอย่างหนัก แต่ก็พลาดในจังหวะสุดท้ายจบเกมจึงเสมอกันไป 1-1
หลังจบการแข่งขัน เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล มองว่าจากรูปเกมที่ออกมา ลูกทีมน่าจะเก็บ 3 แต้มได้ แต่การที่ไม่สามารถทำประตูได้ขาดทำให้ นอริช ยังมีกำลังใจ และตามตีเสมอได้ พร้อมทั้งชม จอห์น รัดดี นายทวารทีมเยือนที่เซฟจนแบ่งแต้มไปได้
"ผมคิดว่าจากความสมดุลของเกมแล้ว เราสมควรได้ 3 แต้ม เล่นได้ดีในจุดหนึ่ง สร้างโอกาสจะๆ ได้ มีการผ่านบอล และเคลื่อนที่ได้ดี แต่เมื่อนำแค่ลูกเดียวทำให้พวกเขายังมีกำลังใจ พวกเขาได้แต่ยัน แต่หากว่าเราไม่สามารถใช้โอกาสที่มีอยู่ได้ ก็มักจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ แม้ว่าเราจะกลับมา แต่ผู้รักษาประตูของพวกเขาก็เซฟได้อย่างมหัศจรรย์ทั้งจาก หลุยส์ และแอนดี ที่ได้โอกาสเหน่งๆ" ดัลกลิช กล่าว
ขณะที่ พอล แลมเบิร์ท กุนซือนอริช มองว่าช่วงครึ่งแรกลูกทีมเล่นได้ดีแม้จะถูกกดดันหนัก ก่อนที่ครึ่งหลังจะเพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ไม่เสียประตูเพิ่ม และทำประตูตีเสมอได้จนได้แต้มกลับบ้าน
"สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 3 เปิดเซนต์ เจมส์ ปาร์ค รับการมาเยือนของ วีแกน ทีมบ๊วยของตาราง ที่แพ้ติดต่อกันมาแล้ว 5 นัด แต่เกมในครึ่งแรกถือว่าเล่นได้สูสีกัน เป็น นิวคาสเซิล ที่มีโอกาสมากกว่าเล็กน้อย จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
ช่วงครึ่งหลัง นิวคาสเซิล เดินหน้าทำเกมรุกเต็มตัว ก่อนมาได้ประตูชัยนาทีที่ 81 เมื่อ โยฮัน มาร์กวูซ พักบอลในกรอบเขตโทษและไหลกลับหลังให้ โยฮัน คาบาย ยิงที่กรอบเขตโทษเข้าไปเป็นประตูชัยให้ นิวคาสเซิล ชนะ 1-0 มีเพิ่มเป็น 19 แต้มเท่ากับ เชลซี ทีมอันดับ 3
"สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า เล่นใน วิลล่า ปาร์ค ทำศึกดาร์บี้แมทช์ภาคกลางกับ เวสต์บรอมวิช เป็นเจ้าถิ่นที่เริ่มเกมได้ดีนาทีที่ 23 ได้ประตูออกนำก่อน เมื่อได้จุดโทษ และ ดาร์เรน เบนท์ รับหน้าที่สังหารเป็น 1-0 แต่นาทีที่ 35 วิลล่า ต้องเหลือ 10 คน คริส เฮิร์ด ไปเล่นนอกเกมใส่ มาร์ติน โอลส์สัน ทำให้เสียจุดโทษและโดนใบแดง แต่ คริส บรันท์ ยิงจุดโทษหลุดกรอบออกไป
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกทีมเยือนมาตีเสมอได้เป็น โอลส์สัน ที่โหม่งลูกเตะมุมเข้าไปเป็น 1-1 และครึ่งหลัง เวสต์บรอมวิช มาได้ประตูชัยนาทีที่ 57 เมื่อ พอล ชาร์เนอร์ ยิงบอลจากลูกเตะมุมเข้าไป ทำให้ เวสต์บรอมวิช พลิกกลับมาชนะ 2-1
ผลคู่อื่นๆ โบลตัน แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 0-2 จากประตูของ สเตฟาน เซสซิญอง นาทีที่ 82 กับ นิคลาส เบนด์เนอร์ นาทีที่ 90, วูล์ฟแฮมป์ตัน เสมอ สวอนซี 2-2 ทีมเยือนนำก่อน 2-0 จาก ดาเนียล เกรแฮม นาทีที่ 23 กับ โจ อัลเลน นาทีที่ 35 ก่อนที่เจ้าถิ่นตามตีเสมอจาก เควิน ดอยล์ นาทีที่ 84 กับ เจมี โอฮารา นาทีที่ 86
ด้านการแข่งขันฟุตบอลคาร์ลิง คัพ รอบ 4 คืนวันอังคารที่ 25 ตุลาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน อัลเดอร์ชอต ทีมระดับลีก ทู ในเวลา 02.45 น. โดย "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน จะส่งทีมชุดสำรองลงสนามเกือบเต็มทีมแน่นอน เพราะเพิ่งผ่านศึกหนักกับ แมนฯ ซิตี้ มาเมื่อวันอาทิตย์ จึงจะเป็นโอกาสของผู้เล่นสำรองอย่าง ไมเคิล โอเวน กับ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ที่ทำผลงานได้ดีในถ้วยนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริง
ส่วนโปรแกรมคู่อื่นๆ ในเวลาเดียวกัน อาร์เซนอล พบ โบลตัน, คาร์ดิฟฟ์ พบ เบิร์นลีย์ และ คริสตัล พาเลช พบ เซาแธมป์ตัน



