
6-8เดือนจะจบหรือ
ถ้ามีคนลุกขึ้นมาถามว่าสถานการณ์บ้านเมืองเราในตอนนี้ มีใครตอบได้ไหมว่า นับจากนี้ 6-8 เดือน บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร
ตอบได้ไหมว่าเสื้อแดงจะเลิกรา เสื้อเหลืองจะไม่กลับมาอีก
ทักษิณชินวัตร จะยอมรามือทิ้งเงิน 7 หมื่นกว่าล้าน ไปเฉยๆ อย่างนั้นหรือ
ที่สำคัญแดงในเสื้อแดง ที่แรงมาตั้งแต่เดือนตุลา ประเภท "สู้ไม่จบ รบไม่เลิก" วางแผนแทรกซึมขยายฐานเพื่อไปทุกกลุ่มชนโดยเฉพาะนักศึกษา โดยผ่านกระบวนการทุกรูปแบบ ทั้งบนดินใต้ดิน และไซเบอร์
รบครั้งล่าสุดเรียกร้องประชาธิปไตย แต่กลับใช้ อนาธิปไตย เผาบ้านชิงเอาเมือง จนเกิดกรณีพิเศษ ทหารดันเอากะรัฐบาล อนาธิปไตย ก็เลยพ่ายยับ
หนนี้คงกะว่าปึ้กเมื่อไหร่ก็ค่อยโผล่พรึ่บเมื่อนั้น
แต่กระบวนการนี้ไม่ใช่กระบวนการที่นั่งเฝ้านอนรอได้ เพราะต่างก็รู้ดีว่า ผู้สนับสนุนงบประมาณสำหรับการสู้รบรายใหญ่นั้น มีเวลาจำกัด
การชุมนุมแบบกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเหมือนมีกองไฟ ที่นั่นที่นี่ เพื่อรอวันเวลารวมพลกลายเป็นไฟป่า โหมเข้าหาเมืองหลวง ก็เกิดขึ้นเป็นระยะๆ
เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเหมือนเมื่อครั้งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
6-8 เดือน ไม่มีใครรับประกันได้ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลจะมากพอที่จะทำให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ ในเมื่อ 6-8 เดือนนี้ ยังเป็นช่วงที่การเมืองบ้านเรายังไม่เป็นที่ไว้วางใจ
อภิสิทธิ์นับ 6-8 เดือน แต่ทักษิณ อาจจะนับเพียงแค่ 2-3 เดือน !
ขณะที่บรรดานักการเมืองที่ถูกสั่งเว้นวรรคก็อ่านขาดว่าการเมืองไม่มีความแน่นอน แต่ความแน่นนอนจะเกิดขึ้นสำหรับตนเอง หากว่า ใช้การเมืองที่มีอยู่ในวันนี้ถอดโซ่ตรวนออกจากตัวเองได้ เพื่อหวนกลับมาสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าในวันข้างหน้า จะมีทักษิณ ในเมืองไทยหรือไม่ก็ตาม
ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่อภิสิทธิ์ จะฝ่าไปให้ถึงจุดหมายในระยะเวลาเพียง 6-8 เดือน
แต่นั่นคือวิธีการที่ดีสำหรับการหลีกเลี่ยงที่จะเดินไปให้ถึงจุดแตกหัก ที่ใครก็มองเห็นว่า เริ่มเมื่อไหร่ ก็นับถอยหลังได้เลย ไม่ในวันนี้ ก็พรุ่งนี้
การกำหนดกรอบวัน-เวลาที่ค่อนข้างแน่ชัดพร้อมเงื่อนไขในการบรรลุเป้าหมาย นับเป็นวิธีที่ชาญฉลาด
แต่คงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนยาวนานตราบใดที่บ้านเมืองยังมีคนที่อยากให้คนไทยฆ่ากันเองอยู่แบบนี้



