ข่าว

ระดมตร.จัดจราจรไม่ให้รถจอดขวาง

ระดมตร.จัดจราจรไม่ให้รถจอดขวาง

23 ต.ค. 2554

"ภาณุ"จัดกำลังตร.จัดการจราจรไม่ให้รถจอดขวางการจราจร ทางหลวงระบุ 17 เส้นทางน้ำท่วมขังไม่สามารถสัญจรได้ แนะเส้นทางเลี่ยงไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 23 ต.ค. 2554 พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติด้านการดูแลปัญหาการจราจรและประชาชนในพื้นที่ กทม.หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมว่า ในส่วนของงานจราจร ตำรวจนครบาลได้จัดกำลังอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความสะดวกกรณีรถบรรทุกวัสดุ อิฐ หิน ดิน ทราย เพื่อนำไปทำคันกั้นน้ำ , รถขนสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือขนย้ายทรัพย์สินของประชาชนที่เดือดร้อน รวมทั้งจัดที่จอดรถให้ประชาชน และดูแลไม่ให้มีการจอดกีดขวางการจราจรตามสถานที่ต่างๆ

          พล.ต.ต.ภาณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนนำรถไปจอดบนพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่น สะพานข้ามแยก ทางต่างระดับ ทางด่วน ว่า ที่จริงแล้วการจอดรถตามที่ต่างๆเหล่านี้ถือว่า มีความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 แต่เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินที่ประสบปัญหาอุทกภัย ทางตำรวจจึงผ่อนผันให้มีการจอดได้ในบางจุด ที่ไม่เป็นการกีดขวางความสะดวกและความปลอดภัยในด้านการจราจร โดยต้องไม่นำรถยนต์มาจอดทางขึ้นลงทางด่วนพิเศษ ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ทุกเส้นทาง รวมถึงสะพานกลับรถและสะพานต่าง ๆ เนื่องจากเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ กีดขวางทางจราจรในการลำเลียงผู้ป่วย และลำเลียงความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ

          พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบรถที่นำไปจอดตามที่ห้ามจอดขณะนี้พบว่ามีการจอดซ้อนคันเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบทำให้การจราจรติดขัด จึงขอให้ผู้ที่นำรถไปจอดในลักษณะดังกล่าวเคลื่อนย้ายรถของตนโดยด่วน โดยนำไปจอดในที่เหมาะสม เช่น บ้านญาติ บ้านเพื่อน จังหวัดใกล้เคียง นอกเขตพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง รวมทั้งผู้ที่นำรถไปจอดแล้วไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายกรุณาไปดูแลรักษารถของตนอย่างสม่ำเสมอพร้อมติดชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ไว้ที่กระจกหน้ารถด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกับเจ้าของรถได้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน
         
          “ตอนนี้การดูแลรถประชาชนที่นำมาจอดค่อนข้างยาก เพราะรถที่นำมาจอดไม่ค่อยเป็นระเบียบ ไม่สามารถระบุเจ้าของรถยนต์ได้ ปัญหาเรื่องการงัดแงะขโมยรถเราก็เป็นห่วงจึงส่งสายตรวจ 191 ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตรวจเป็นระยะ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานโจรกรรมรถเหล่านี้ เพราะนอกจากจะเสี่ยงถูกโจรกรรมแล้วยังเสี่ยงอุบัติเหตุด้วย แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามอะลุ้มอล่วยยกรถเฉพาะคันที่กีดขวางจริงๆ เท่านั้นเพราะเห็นว่าเป็นภาวะจำเป็นแต่รถใน กทม.มี 4 ล้านกว่าคัน แต่ที่จอดรถที่มีการจัดไว้รองรับได้แค่ 70,000คันเท่านั้น จึงควรหาที่อื่นที่ปลอดภัยและห่างน้ำเช่นต่างจังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบเพื่อนำรถไปจอดบ้าง”พล.ต.ต.ภาณุ กล่าว



17เส้นทางไม่สามารถสัญจรได้ 



          กองบังคับการตำรวจทางหลวง สรุปเส้นทางหลวงแผ่นดินที่มีน้ำท่วมขัง รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ มีจำนวน 17 เส้นทาง ซึ่งมีระดับน้ำเฉลี่ย 30-150 เซนติเมตร ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงกิโลเมตรที่ 28-33 , 41-48 , 54-78 , 83-84 และ 290-290 , ทางหลวงหมายเลข 9 ช่วงกิโลเมตรที่     0-4 , 45-50 , 51-52 และ 62-81  , ทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงกิโลเมตรที่ 4-5 , ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 0-51 , ทางหลวงหมายเลข 117 ช่วงกิโลเมตรที่ 4-10 , ทางหลวงหมายเลข 122 กิโลเมตรที่ 0-7 , ทางหลวงหมายเลข 225 ช่วงกิโลเมตรที่ 1-36 , ทางหลวงหมายเลข 311 ช่วงกิโลเมตรที่ 8-19 และ 159-166 , ทางหลวงหมายเลข 305 ช่วงกิโลเมตรที่ 0-8 , ทางหลวงหมายเลข 309 กิโลเมตรที่ 0-20 , ทางหลวงหมายเลข 329 ช่วงกิโลเมตรที่ 32-43 , ทางหลวงหมายเลข 333 ช่วงกิโลเมตรที่1-14 , ทางหลวงหมายเลข 340 ช่วงกิโลเมตรที่ 25-31 , ทางหลวงหมายเลข 345 ช่วงกิโลเมตรที่ 2-10 , ทางหลวงหมายเลข 346 ช่วงกิโลเมตรที่ 0-19 และ 20-29 , ทางหลวงหมายเลข 347 ช่วงกิโลเมตรที่ 21-50 และ ทางหลวงหมายเลข 352 ช่วงกิโลเมตรที่ 25-27

          ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจทางหลวง แนะเส้นทางเลี่ยงไปภาคเหนือ 2 เส้นทาง คือ จากกรุงเทพมหานคร ใช้ถนนวงแหวนตะวันออก (กาญจนาภิเษก) ลงต่างระดับธัญบุรี เลี้ยวขวาถนนรังสิต-นครนายก ถึงแยกบ้านนา ใช้เส้นทางถนนสุวรรณศร ถึงแยกหินกอง ลงถนนพหลโยธิน                 ไปจังหวัดสระบุรี และไปจังหวัดลพบุรี ผ่านวงเวียนสมเด็จพระนารายณ์ ไปอำเภอโคกสำโรง สามแยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายมุ่มหน้าไปสี่แยกตากฟ้า แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นทางหลวงหมายเลข 11 หรือใช้เส้นทาง                    วงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางบัวทอง-ตลิ่งชัน-สาย 338 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี-สาย 4 นครชัยศรี-นครปฐม แล้วใช้เส้นทางสาย 321 นครปฐม-กำแพงแสน

          สำหรับเส้นทางเลี่ยงไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก)-สี่แยกบ้านนา - ต่างระดับแก่งคอย กิโลเมตรที่ 10-11 - ถนนมิตรภาพ - อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

 

เส้นกทม.ท่วมสูงหลายจุดแนะเลี่ยง


          พ.ต.ต.บรรณรต หวลจิตต์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กล่าวว่า เส้นทางจราจรไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้เส้นทางหลวงสาย 304 จากอำเภอกบินทร์บุรี   มุ่งหน้าอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าวจำนวนมาก ประกอบกับทางอุทยานแห่งชาติทับลาน เส้นทางแคบ ทำให้การจราจรติดขัด ระยะทางยาวประมาณ 10 กิโลเมตร สำหรับรถเล็ก แนะนำให้ใช้เส้นทางจังหวัดปราจีนบุรี ขึ้นเขาใหญ่ และออกอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้ เฉพาะช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ส่วนผู้ที่ใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ แนะนำให้ใช้เส้นทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 บุรีรัมย์-นางรอง แล้วใช้เส้นทางโนนดินแดง-วัฒนานคร จากนั้นใช้ทางหลวง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 304 นครราชสีมา-                ปักธงชัย-กบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา เข้ากรุงเทพมหานคร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 218 บุรีรัมย์-นางรอง แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 24 นางรอง-ปักธงชัย จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 304 นครราชสีมา-ปักธงชัย-กบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา เข้ากรุงเทพมหานคร

 
            ส่วนในกรุงเทพมหานคร ศูนย์วิทยาประชาราษฎร์ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า  เส้นทางการจราจรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ พื้นที่สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ที่ถนนสระประภา-แยกประชาอุทิศ ถึงศรีสมาน ทั้งขาเข้าและขาออก น้ำท่วมสูง 30-40 เซนติเมตร , ถนนนาวงค์พัฒนา ตลอดสาย ต่อเนื่องแยกวัดพุทธ ติดกับถนนสรงประภา น้ำสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร รถเล็กผ่านไม่ได้ , ถนนเทิดราชัน จากแยกวัดสันติ ถึงหมู่บ้านคอนเนค น้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร , ถนนบูรพา ตลอดสาย จนถึงวัดไผ่เขียว (วัดเวฬุ) น้ำท่วมสูงประมาณ 60 เซนติเมตร และถนนพหลโยธิน และออกช่องด้านหน้าอนุสรณ์สถาน ถึงสะพานเจ็ดชั่วโครต น้ำสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ด้านขาเข้า   ถึงหน้าตลาดลำลูกกา   น้ำท่วมสูง 20-30 เซนติเมตร   

    ส่วนพื้นที่สถานีตำรวจ    นครบาลทุ่งสองห้อง ที่หมู่บ้านเมืองทอง 1 เลยหมู่บ้านเกษตรนิเวศน์ ซอยแจ้งวัฒนะ 14 รถยนต์  ไม่สามารถเข้าออกได้ , ปากซอยชินเขต 1 ถึงซอย 1/10 และถนนเลียบคลองประปา ระดับน้ำสูงเท่าฟุตบาท รถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ , ถนนแจ้งวัฒนะขาเข้าและขาออก ตั้งแต่คลองประปาถึงศูนย์ราชการ  ระดับน้ำเท่าฟุตบาท , หมู่บ้านชวนชื่น บางเขน และการเคหะทุ่งสองห้อง น้ำสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความห่วงใยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน จึงขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวในระยะนี้