ข่าว

นนท์พบ2-3ศพติดน้ำท่วมรอเก็บกู้

นนท์พบ2-3ศพติดน้ำท่วมรอเก็บกู้

23 ต.ค. 2554

เจ้าหน้าที่เผยศพติดค้างซอยวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง 2-3 ศพ ต้องรอการเก็บกู้ แต่มีอุปสรรคขวางอื้อ ภาคปชช.ออกแถลงการณ์แนะรบ.เร่งแก้น้ำท่วม จี้ 5 ข้อ ขอข้อมูลที่จำเป็น ชัดเจน เข้าใจง่าย

        เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2554  ผู้สื่อข่าวจังหวัดนนทบุรีได้รับการเปิดจากนายเขมณัฏฐ์ เอี่ยมสมบัติ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูซึ่งลงทำงานในพื้นที่ประสบอุทกภัย เขต อ.บางบัวทอง ว่า ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตลอยน้ำอยู่กับน้ำที่ท่วมในซอยวัดลาดปลาดุก เขต อ.บางบัวทอง ประมาณ 2-3 ราย ซึ่งเป็นศพทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าเสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าดูดหรือเสียชีวิตจากการจมน้ำกันแน่

         ในวันเดียวกันนี้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจะเข้าไปดำเนินการเก็บกู้ศพดังกล่าวทั้งหมด หลังจากที่ปฏิบัติการเก็บกู้ศพเมื่อวานนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากประสบปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรือที่จะเข้าไปกู้ศพเกิดเครื่องยนต์เสีย ขาดผู้ชำนาญเส้นทางในพื้นที่ที่จะพาไปยังจุดที่พบศพ และยังต้องประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเจ้าของคดีไปร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุด้วย จึงทำให้เกิดความล่าช้าจนกระทั่งเวลาพลบค่ำลง ไม่เอื้ออำนวยการเก็บกู้ศพผู้เสียชีวิตที่ลอยน้ำอยู่ จึงต้องปรับเปลี่ยนแผนการเก็บกู้มาเป็นวันเดียวกันนี้แทน

         นายเขมณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่เข้าไปเก็บศพเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะนอกจากจะต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะแล้ว จำเป็นต้องมีคนชำนาญพื้นที่ติดเรือไปด้วย เพื่อคอยบอกเส้นทางให้เจ้าหน้าที่รู้ว่า จุดตรงไหนที่ถูกน้ำท่วมมีสายไฟฟ้าอยู่ใต้น้ำหรือไม่ เพราะหากใบพัดเรือไปถูกสายไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้รับแจ้งเหตุบุคคลสูญหายอีกหลายรายในเขตพื้นที่ อ.บางบัวทอง จึงจะต้องไปเข้าตรวจสอบตามบ้านพักอาศัยที่ถูกน้ำท่วมอีกครั้ง เพราะหากพบศพผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่การดำเนินการจะต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร


แรงงานพม่าหนีน้ำท่วมจากจังหวัดภาคกลางและกทม.นับพัน


         แรงงานพม่าจำนวนกว่า 1,000 คน ได้นำหนังสือเดินทางไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก เพื่อขอเดินทางกลับไปประเทศพม่า เพราะไม่มีงานทำ เนื่องจากสถานประกอบการหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดภาคกลางของประเทศไทย และกทม. ถูกน้ำท่วม ทำให้โรงงานต่างๆหยุดกิจการ โดยในช่วงเวลาที่ตกงาน จะใช้โอกาสนี้เดินทางกลับประเทศพม่า เพื่อไปเยี่ยมญาติ การเดินทางกลับของแรงงานพม่า จำนวนมากครั้งนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องทำงานหนัก

         นายซอหล่าย แรงงานพม่ารายหนึ่งกล่าวว่า ทำงานในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งในกทม. แต่เนื่องจากน้ำท่วมโรงงาน จึงต้องเดินทางกลับ เพราะไม่สามารถทำงานได้ และหากกลับพม่าไปแล้ว ถ้าน้ำลดก็จะกลับมาทำงานในประเทศไทยอีก


ภาคปชช.แนะรบ.เร่งแก้น้ำท่วม5ข้อ


         นายยุคล สมปราง เครือข่ายภาคประชาชนจากชุมชนบึงบัว เขตลาดกระบัง พร้อมด้วย นายชาญ รูปสม เครือข่ายชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อหาทางออกในวิกฤติปัญหาน้ำท่วม โดยมีภาคประชาชนจากเขตพื้นที่ต่างๆ เข้าร่วม ทั้งนี้นายยุคล กล่าวว่า การรวมตัวในครั้งนี้เป็นการก่อตั้งจากภาคประชาชนในนาม “ศูนย์แก้ไขภัยพิบัติน้ำท่วมจากภาคประชาชน” ซึ่งต้องการสนับสนุนให้รัฐบาล กรุงเทพมหานคร และสื่อมวลชนทุกแขนง ได้ดำเนินการเพื่อจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วนและทำอย่างเต็มที่ จึงขอเรียกร้อง 5 ข้อ ได้แก่ 1.ขอสนับสนุนให้ “พาน้ำออกทะเล” โดยหลักการตามน้ำ ไม่ค้ำน้ำ เพราะเชื่อมั่นว่า เมืองไทยเป็นเมืองน้ำ เราเคารพน้ำเป็นพระแม่คงคา 2.ขอให้ภาครัฐและกรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในระดับเขต ระดับแขวง โดยมีผู้แทนจากรัฐบาล ข้าราชการระดับเขตของ กทม. และแกนนำชุมชน เพื่อให้มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็น การร่วมวางแผนปฏิบัติการ และร่วมลงมือทำ เพราะที่ผ่านมาภาครัฐดำเนินการโดยขาดการจัดตั้งร่วมกับประชาชน

         นายยุคล กล่าวว่า 3. ภาคประชาชนต้องการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นระยะๆ โดยออกประกาศให้ชัดเจน เข้าใจง่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ตื่นตะหนก เพราะที่ผ่านมาประชาชนได้รับข้อมูลไม่ชัดเจน โดยข้อมูลที่จำเป็น ได้แก่ น้ำมีปริมาณเท่าไหร่ที่ค้างในทุ่ง ในแม่น้ำ และในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขอให้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เข้าใจ และชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน นอกจากนี้ รัฐบาลต้องระบุว่าน้ำมีความเร็วในการไหลเท่าไหร่ จะมาถึงสถานที่ต่างๆ เมื่อไหร่ จะทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในแต่ละที่เท่าไหร่ เพื่อการเตรียมตัวรองรับ และแผนการชะลอการไหลของน้ำ การเบี่ยงทางน้ำ และศักยภาพของการชะลอการไหลของน้ำ จะสามารถรองรับได้แค่ไหน ที่สำคัญศักยภาพในการระบายออกทะเลได้กี่วันถึงจะหมด ยังเหลืออยู่เท่าไหร่ และจะเพิ่มกำลังการระบายออกได้อย่างไร เพื่อทำให้รู้ว่าจะต้องอยู่กับน้ำอีกนานเท่าไหร่

         4. ขอให้มีการวางแผนการอพยพไปยังศูนย์พักพิงในแต่ละเขตให้ละเอียดและชัดเจน มีการบริหารจัดการที่ดี มีความพร้อม เพราะที่ผ่านมาให้เวลาในการสื่อสารน้อยมาก โดยเฉพาะรูปแบบขั้นตอนการย้าย เช่น สถานที่ไปเป็นอย่างไร รับได้เท่าไหร่ ขณะนี้เต็มหรือยัง เพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล รวมทั้ง การให้ความรู้เรื่องการใช้ชีวิตในภาวะที่น้ำทรงตัว เช่น การปฏิบัติตัวขณะอยู่ในบ้าน อาศัยอยู่ในที่พักพิง การดูแลสุขภาพอนามัย อันตรายจากไฟฟ้า การดูแลจิตใจ และ 5.เมื่อถึงขั้นตอนการฟื้นฟูประเทศ จำเป็นต้องจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อฟื้นฟู โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ หวังว่ารัฐบาล กรุงเทพมหานคร และสื่อมวลชนทุกท่าน จะได้นำไปพิจารณาอย่างจริงจัง