ข่าว

เฝ้าระวัง'เขียวไข่กา'24ชม.หวั่นน้ำทะลัก

เฝ้าระวัง'เขียวไข่กา'24ชม.หวั่นน้ำทะลัก

23 ต.ค. 2554

หลังจากควบคุมน้ำทะลักท่วมชุมชนเขียวไข่กาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังเขียวไข่กา 24 ชั่วโมง หวั่นน้ำทะลักอีก ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเปิดโรงเรียนข้างถนนแห่งแรกของจังหวัด นำเอาเด็กที่บ้านถูกน้ำท่วมมาเรียน ทอ.ขนย้ายผู้ป่วยไปรพ.มหาราช

           เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 22 ต.ค.2554  เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่เขตดุสิต รวมทั้งชาวบ้านในระแวกใกล้เคียงสี่แยกบางกระบือ แขวงและเขตดุสิต  กทม. ได้ช่วยกันทำแนวกระสอบทรายที่กรุงเทพมหานครและทหารให้รถบรรทุกหกล้อสิบกว่าคันขนมาส่งให้เพื่อทำแนวกั้นเสริมเป็นชั้นที่สอง หลังจากกำแพงโรงเรียนราชินีบนที่ติดกับด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดรูรั่วประมาณ 1 เมตรเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าท่วมโรงเรียนราชินีบน และชุมชนเขียวไข่กาโดยมีระดับน้ำช่วงใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาท่วมสูงถึงลำคอไล่ลงมาถึงหน้าขาในช่วงใกล้กับสี่แยกบางกระบือ


           ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประสานการไฟฟ้าเพื่อตัดไฟฟ้าในพื้นที่ และได้เร่งทำแนวกระสอบทรายสะกัดกั้นที่สี่แยกบางกระบือช่วงหัวถนนเขียวไข่กาเพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้ามายังชั้นในซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แต่ก็มีน้ำบางส่วนที่ซึมไปยังซอยสามเสน 23 ที่อยู่ข้างกันทำให้มีน้ำท่วมระดับตาตุ่มแต่ก็สามารถระบายลงท่อระบายน้ำได้ ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 คนนั้นก็มีส่วนหนึ่งย้ายออกจากพื้นที่แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมออกเจ้าหน้าที่จึงเปิดบริเวณชั้นสองของโรงเรียนราชินีบนให้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวพร้อมกับส่งเสบียงอาหารเข้าไปให้

          
           ส่วนรูรั่วที่กำแพงโรงเรียนนั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปซ่อมแซมได้เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน อีกทั้งยังต้องรอระดับลดลงเสียก่อนซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าไปซ่อมแซมได้ในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากมีการเสริมแนวกระสอบทรายเพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านใกล้เคียงแล้วโดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมสถานกาณ์ได้แล้วจึงเปิดการจราจรบริเวณสี่แยกบางกระบือให้รถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติ


เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเขียวไข่กา24ชั่วโมงหวั่นน้ำทะลัก


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีข่าวจากทางการว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นอีกในเวลา 03.00 น. จนชาวบ้านผวาต้องอพยพออกจากชุมชนจำนวนมาก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่เขตดุสิต รวมทั้งชาวบ้านในระแวกใกล้เคียงได้ช่วยกันทำแนวกระสอบทรายกั้นเสริมกั้นถึงสองชั้นที่บริเวณแยกบางกระบือเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นท่วมเข้ารไปที่ถนนสามเสน โดยเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง


           นายสุเทพ ชูชาติ อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่เทศกิจสำนักงานเขตดุสิต กล่าวว่า มีการสนธิกำลังจากหลายฝ่ายเพื่อนำกระสอบทรายมาทำผนังกั้นสูงกว่า 1.30 เมตรที่บริเวณแยกบางกระบือเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ทะลักเข้ามาถึงถนนสามเสน และชาสวบ้านก็มีการอพยพออกมาแล้วบางส่วน อีกบางส่วนก็ยังอยู่ในบ้าน ซึ่งทางการก็มีการตัดไฟเพื่อความปลอดภัย และแอจกจ่ายเทียน เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านในเวลากลางคืนหากว่าจะเดินทางกลับเข้าบ้านโดยจะมีเรือจำนวน 3 ลำเข้าไปส่งถึงที่


           ขณะที่ นายสุรวิทย์ ศิริวิทยารัตน์ เจ้าหน้าที่ อปพร.กล่าวว่า สาเหตุเกิดจากน้ำทะลักใต้กำแพงโรงเรียนราชินีบนเข้ามาขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังพยายามอุดรอยรั่วอยู่ แต่ยังอุดไม่ได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหนาที่ก็ได้ทำพนังกั้นน้ำขึ้นมาถึง 2 ชั้น และมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้มีใครเอากระสอบทรายออก ส่วนที่มีข่าวออกไปว่าน้ำเจ้าพระยาจะหนุนสูงขึ้นมาในเวลาตี 3 นั้นระดับน้ำลดต่ำลงด้วยซ้ำไปสูงประมาณ 2.60 เมตรเท่านั้นจากที่สูง 3.45 เมตรในช่วง 4 โมงเย็นวันที่ 22 ตค.ที่ผ่านมา แต่คาดว่าระดับน้ำจะสูงในเวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ซึ่งก็ยังต้องเฝ้าระวังตลอด

 

โรงเรียนข้างถนนสอนเด็กที่ถูกน้ำท่วม


           จังหวัดลพบุรีได้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมมานานกว่า1ดือนแลวหลังจากที่หูช้างของประตูน้ำบางโฉมศรีพังลงทำให้มวลน้ำเข้าท่วมใน3อำเภอของจังหวัดลพบุรี ตั้งแต่อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอเมืองลพบุรี ทำให้มีชาวบ้านจำนวนกว่า7หมื่นครอบครัวประชาชนจำนวนกว่า2แสนคนได้รับความเดือร้อน และขณะนี้ทางจังหวัดได้ทำการอพยพชาวบ้านมาอยู่ในจุดพักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมจุดต่างของ3อำเภอแล้วกว่า3หมื่นคน โรงเรียนถูกปิดอย่างไม่มีกำหนด


           หลังจากที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เห็นโรงเรียนถูกน้ำท่วมจึงกังวนว่าเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนอาจได้รับอันตรายจากน้ำท่วมสูงของจังหวัดลพบุรี จึงหาทางรวมเด็กให้อยู่เป็นกลุ่มและหาผู้ดุแลซึ่งทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชจังหวัดลพบุรีและเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดลพบุรีจึงมีการทำแผนด้วยการจัดตั้งโรงเรียนข้างถนนขึ้น เพื่อร่วมเด็กเข้ามาอยู่รวมกันและจ้างชาวบ้าน หรือปราชชาวบ้าน อาสาสมัครต่างๆมาสอนหนังสือให้กับเด็กๆที่อยู่ตามจุดอพยพริมถนน หรืออีกส่วนหนึ่งหากเด็กเดินทางมาไม่ได้ก็จะให้อาสามนัครเดินทางไปสอนถึงบ้าน โดยมีค่าใช้จ่ายให้กับเด็กนักเรียนวันละ30บาทเป็นค่าขนมซึ่งถ้ามาเรียนที่จุดของจังหวัดจัดก็จะมีข้าวให้กิน


           นายฉัตรชัย กล่าวว่าสำหรับโรงเรียนข้างถนนแห่งแรกบริเวณริมถนนสายสระบุรี-ลพบุรี ถนนบายพาสหมู่ที่7 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี นั้นได้มันักเรียนลงชื่อมาเรียนแล้วจำนวน 90คน และทุกวันจะมีนักเรียนมาเข้าเรียนจำนวน70-80คนทุกวัน ทางจังหวัดจัดอาหาร นม ขนมมาเลี้ยงดูอย่างดีทุกวันเฉลี่ยค่าหัวของเด็กวันละ30บาทเพื่อเป็นการจูงใจให้มาเรียน


           ผู้ว่าลพบุรีบอกต่อว่าในวันนี้เราได้รับความร่วมมือจากปราญชาวบ้านอย่างนายชาญชัย อิ่มพร้อม ซึ่งเป็นเจ้าของคณะลิเกมาร่วมให้ความรู้และสอนเด็กๆด้านการแสดงให้และมีครูศิริพรเป็นครู อาสาสมัครที่บ้านถูกน้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ก็มาเป็นผู้สอนหนังสือให้กับเด็กๆที่โรงเรียนข้างถนน ซึ่งถือว่าแม้โรงเรียนจะปิดแต่ทางนักเรียนก็มาเรียนหนังสือได้ตามริมถนน และอีกอย่างเด็กทุกคนก็จะปลอดภัยไม่ไปเล่นน้ำและอาจจะจมน้ำเสียชีวิตได้โรงเรียนข้างถนนถือเป็นการดูแลเด็กแทนผู้ปกครองได้ด้วย ซึ่งทางจังหวัดจะมีการขยายโรงเรียนข้างถนนไปจุดอื่นๆทั่วพื้นที่ที่น้ำท่วมของจังหวัดลพบุรีและขณะนี้มีนักเรียนที่ชอบกันแต่ละด้านเช่นด้านการอ่านหนังสือ และด้านการแสดงอย่างน้องสิรัญญา แตงไทยทองหรือน้องแป้งที่รักการแสดงสามารถร้องลิเกและร้องเพลงได้เป็นอย่างดีซึ่งถือเป็นผลผลิตจากโรงเรียนข้างถนนของจังหวัดลพบุรี


ทอ.ขนย้ายผู้ป่วยไปรพ.มหาราช


           ที่สนามบินกองบิน 1 นครราชสีมา เมื่อเวลา 23.30 น. เครื่องบิน ซี 130 กองทัพอากาศไทยได้ทำการขนย้ายผู้ป่วย จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจำนวน 58 ราย พร้อมญาติ ผู้ป่วย 40 คน มาที่ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โดยมีทีมหน่วยกู้ชีพนครราชสีมา ระดมบุคลากรทางการแพทย์ มาเตรียมลำเลียงไปรักษาต่อ เนื่องจากประเมินว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยน้ำท่วมขัง 


 เด็กเทคนิคอุบลฯต่อเรือ300ลำส่งช่วยน้ำท่วม



           นายชูวิทย์  พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย  และนายลิขิต  พลเหลา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ได้ร่วมตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของคณะครูครู นักศึกษาแผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ซึ่งกำลังทำงานต่อเรือเหล็ก  สำหรับนำไปมอบช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง  ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าว กระทรวงศึกาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา โดยให้สถานศึกษาอาชีวศึกษา รวม 2 แห่ง คือวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานีและวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์  ได้ดำเนินการต่อเรือเหล็ก โดยในส่วนของวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ได้รับผิดชอบการต่อเรือเหล็ก จำนวน 300 ลำ ซึ่งเรื่อเหล็กสามารถรองรับน้ำหนักการรขนส่งโดยสารได้ประมาณ300 กิโลกรัม  และมีความปลอดภัยสูง

          
           นายชูวิทย์  ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบและกำกับดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยด้านเรือ กล่าวว่า ผู้ประสบภัยมีความต้องการใช้เรือเป็นพาหนะจำนวนมาก ทั้งในการดำรงชีวิตประจำวันและการขนย้ายสิ่งของต่างๆ

          
           ด้านนายลิขิต  พลเหลา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี กล่าวว่า ทางวิทยาลัยฯ ได้รับมอบหมายให้ต่อเรือเป็นการเร่งด่วน เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการต่อเรือแล้วเสร็จและส่งมอบแล้ว 200 ลำ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 100 ลำ ซึ่งจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้  ทั้งนี้ เรือเหล็กนี้ มีต้นทุนประมาณ ลำละ 5,000 บาท มีราคาถูกกว่า และมีความคงทนกว่าเรือยางหรือเรือพลาสติก ที่แตกชำรุดได้ง่าย