
'ปราโมทย์'ชี้น้ำทะลักกทม.แค่กระฉอก
'ปราโมทย์' เผยน้ำทะลัก กทม. ชั้นใน เป็นแค่การกระฉอก ไม่รุนแรง อยู่ไม่นาน ยันรับมือได้ ลั่นต้องระบายน้ำสู้เต็มที่ ระบุ ให้น้ำเข้าเขตเศรษฐกิจไม่ได้
นายปราโมทย์ ไม้กลัด ที่ปรึกษาพิเศษผู้ว่าราชการ กทม. กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่บริเวณท่าน้ำต่างๆเนื่องจากน้ำหนุนสูง ในวันที่ 22 ต.ค.54 ว่า เป็นเรื่องน้ำขึ้นน้ำล ซึ่งเป็นลักษณะน้ำกระฉอกมีความเปลี่ยนแปลง แต่คืนวันที่ 22 ต.ค.54 จะเข้่าสู่ภาวะปกติ เพียงแต่ในช่วงระดับน้ำขึ้นสูงสุดแต่ละวันเราก็ต้องเฝ้าติดตามดูแล เหตุการณ์ในวันที่ 22 ต.ค.54 ไม่ใช่เหตุการณ์ประจำ เชื่อว่า วันท่ 23 ต.ค.54 จะอยู่ในภาวะปกติ
เมื่อถามถึงกรณีที่น้ำจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 28-30 ต.ค. ที่จะถึงนี้ นายปราโมทย์ กล่าวว่า จะอันตรายหรือไม่ ต้องติดตามระวัง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะระดับคั้นกั้นน้ำมีไว้เพียงพอ อาจจะกระฉอกเหมือนวันที่ 22 ต.ค.54 บ้าง ในบริเวณที่เป็นจุดอ่อน แต่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรงจนดูแลไม่ได้ และถ้าน้ำขึ้นสูงสุด ก็จะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเฝ้าระวัง คิดว่า ช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2.30 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่สะพานพุทธฯ
สำหรับ การป้องกัน กทม.ในตอนเหนือนั้น นายปราโมทย์ ระบุว่า เขาเพิ่งประชุมกับผู้ใหญ่ และ กทม. หลักการที่ต้องดูแล คือ น้ำที่ไหลเข้ามาปะทะคลองรังสิต และคลองหกวา ต้องผันไปทางตะวันออกและทิศใต้ โดยใช้คลองต่าง ๆ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
"ขณะนี้ น้ำจำนวนมากที่อยู่ทิศเหนือ เราต้องรักษาระดับน้ำให้ไม่สูงมาก เราต้องดึงออก ซึ่งเขาก็บอกว่า ทำแล้ว ตรงนี้ต้องดูแลให้ดีเพราะเป็นจุดอ่อน และจะต้องดูจนกว่าจะแน่ใจว่า จะควบคุมได้"
นอกจากนี้ เราก็ตกลงว่าน้ำส่วนหนึ่งจะผ่าน กทม. ชั้นใน แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมซึ่ง กทม. ก็ทำแล้ว เป็นกระบวนการที่ทำให้น้ำมีทางไป ซึ่งวันนี้ทุกฝ่ายกำลังทำให้ชัดเจน
เมื่อถามว่า เขตใดต้องเป็นผู้เสียสละในการระบายน้ำบ้าง นายปราโมทย์ กล่าวว่า มีนบุรี ลาดกระบัง แต่ไม่ใช่ผู้เสียสละ การระบายน้ำจะแผ่เป็นวงกว้าง เขาเป็นผู้ประสบภัย ซึ่งย่านนี้เป็นทางน้ำผ่านโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
"เราจะระบายน้ำออก ต้องอาศัยทางน้ำผ่าน มันไม่ให้ผ่านไม่ได้ และรัฐบาลก็ต้องไปเจรจากับผู้ได้รับผลกระทบ"
เมื่อถามว่า กทม. มีโอกาสรอดไหม นายปราโมทย์ตอบว่า "ผมไม่พูดว่า จะไม่รอด โดยหลักการที่ทำเราเชื่อว่า หากเราคงทนมั่นคงยืนระยะยาว กทม. จะปลอดภัย เราให้น้ำพังทลายเข้าเขตเศรษฐกิจไม่ได้ เราก็ต้องสู้กัน ให้ความมั่นใจได้ แต่จุดอ่อนเราก็มี ซึ่งเราก็ทำเต็มความสามารถ"
ผอ.เขตคลองเตย เตือนเาระวัง ยังไม่แจ้งปชช.ขนของขึ้นที่สูง
เวลา 19.00 น. นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ ผอ.เขตคลองเตย เปิดเผยถึงถึงกระแสข่าวในทวิตเตอร์ว่า มีการแจ้งเตือนประชาชนชน ในพื้นที่เขตคลองเตย ให้ขนของมีค่าขึ้นที่สูงว่า เธอไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันได้ว่า ในวันที่ 22 ต.ค.54 เขตไม่ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนแต่อย่างใด เนื่องจากการแจ้งเตือนทุกครั้ง จะต้องได้รับการประสานมาจากกทม.ส่วนกลาง ถึงจะแจ้งเตือนได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายอมรับว่า ทางเขตเคยแจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ ให้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหากประชาชนจะขนของมีค่าขึ้นสู่ที่สูง ก็สามารถทำได้ เพื่อรองรับสถานการณ์ ที่อาจจะมีน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ แต่หากใครมั่นใจว่าในพื้นที่ยังปลอดภัยจากน้ำท่วมก็ยังไม่จำเป็นต้องขนของขึ้นที่สูงก็ได้ ทางเขตได้ประชาสัมพันธ์ให้ปชช.รับทราบเท่านั้น
"ขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ปริมาณน้ำที่อยู่ในคลองในพื้นที่ทั้งสามแห่ง ประกอบด้วยคลองพระโขนง คลองหัวลำโพง และคลองบางจาก ยังอยู่ในระดับปริมาณน้ำที่ปกติ แต่ทางเขตคลองเตยก็จะเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป โดยหากกทม.ได้ประสานมายังเขตว่า มีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ทางเขตก็จะแจ้งไปยังประชาชนได้รับทราบทันที" นางวิภารัตน์ กล่าว
ทหารเร่งทำคันกั้นน้ำ 'สามเสน-พระราม7' พร้อมช่วยพื้นที่เสี่ยงชั้นใน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพก กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้กองทัพบกได้เร่งเดินหน้างานสร้างคันดินให้พร้อมรับมวลน้ำ ที่จะเข้าสู่พื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก ด้วยการระดมรถโกยตัก และทหารช่าง เข้าทำคันดินตั้งแต่รังสิตคลอง1-8และตั้งแต่คลอง 8-คลองหกวา ระยะทางรวม 32.1 กม. ซึ่งขณะนี้ สามารถสร้างคันกั้นน้ำได้แล้ว 15 กม.และจะเร่งทำอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ กรมการทหารช่างได้นำเรือเข้ากำจัดวัชพืชและผักตบที่กีดขวางทางน้ำในคลองรังสิตด้วย และได้ส่งกำลังทหาร เข้าช่วยก่อกระสอบทราย ทำคันกั้นน้ำป้องกันผิวการจราจร และชุมชนริมฝั่งน้ำ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มเอ่อล้นฝั่งในหลายจุด เช่นที่ เขตสามเสน สะพานพระราม 7
นอกจากนี้ ยังได้เข้าก่อแนวกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำ ขนย้ายสิ่งของในพื้นที่ เขตสายไหม บางพลัด พร้อมทั้งจัดกำลังพล ยานพาหนะเตรียมให้ความช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงเช่น เขตป้อมปราบฯ เขตห้วยขวาง เขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต เขตพระนคร
ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กองทัพบกยังคงกำลังทหารทหาร จากมณฑลทหารบก ที่ 11 และกองพลทหารราบที่ 9 ช่วยทางนิคมเตรียมรับสถานการณ์น้ำ ด้วยการวางแนวกั้นน้ำชั้นที่ 2 ด้วยแผ่นคอนกรีตและวงปูน การก่อกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ การทำแนวหินคลุกเป็นคันกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ส่งทหารเข้าสนับสนุน นิคมอุตสาหกรรมบางชัน เตรียมรับสถานการณ์น้ำเช่นกัน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่บริเวณหลักหก อ.เมือง กำลังทหาร 350 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์เข้าช่วยขนย้ายสิ่งของ ณ หมู่บ้านเมืองเอก และเสริมความแข็งแรงคันกั้นน้ำริมคลองรังสิต และต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.
นอกจากนี้ ในพื้นที่ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คันกั้นน้ำบริเวณคลองหก ที่ได้พังทลายลงยาวประมาณ 120 เมตร น้ำทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนนั้น กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) ได้เข้าช่วยเหลือประชาชน ทำการอพยพออกมายังพื้นที่ปลอดภัยโดยทันที
สำหรับพื้นที่รังสิต-ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง ทำการสูบน้ำออกจากคลองรังสิตเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเวลา ส่วนในพื้นที่คลอง1-7 กองทัพบกได้ส่งทหารเข้าเสริมแนวกระสอบทรายที่จัดทำขึ้นและเสริมด้วยแนวคันดินอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
สำหรับจ.นนทบุรี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่ โดยเฉลี่ยระดับน้ำสูง 2 - 2.5 เมตร ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ การให้ความช่วยเหลือไม่สามารถใช้รถยนต์ได้ต้องใช้เรือเท่านั้น กองทัพบกได้จัดกำลังพล 900 นาย เข้าช่วยเหลือโดยได้รับการสนับสนุนเรือจากหน่วยงานต่างๆ จำนวน 60 ลำ



