
'น้ำหวาน'ให้เวลา'ศิลปะ'บ่มเพาะธุรกิจ
ขอเวลานอก : 'น้ำหวาน' ธนัญญา ให้เวลา 'ศิลปะ' บ่มเพาะธุรกิจ : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง / ภาพ อนันต์ จันทรสูตร์
ถ้าเป็นเมื่อก่อนใครเรียนศิลปะ แล้วหวังออกมาจับพู่กันตวัดทำเงิน เชื่อขนมกินได้ว่าต้องถูกมองในแง่ไม่สู้ดีนัก เพราะคำว่า "ศิลปินไส้แห้ง" จะประทับบนหน้าผากตั้งแต่เริ่มคิด มาสมัยนี้ที่หลายอาชีพเปิดกว้างมากขึ้น และอาชีพศิลปินก็ร่ำรวยเงินล้านกับเขาได้เหมือนกัน จึงได้เห็นคนรุ่นใหม่มุ่งมั่นร่ำเรียนวาดเขียน และแววไปได้สวยซะด้วย เหมือนอย่างที่ "น้ำหวาน" ธนัญญา ธนากิจอำนวย กำลังสนุกมือกับกิจกรรมนี้ ไม่น้อยไปกว่าบทบาทการสานต่อธุรกิจของครอบครัว
วันนี้ทายาทคนกลางในจำนวน 3 คน ของ อาป๊าปิยะ และ อาม้ามยุรฉัตร ธนากิจอำนวย เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ไทย "AIIZ (เอทูแซด)" ที่คุ้นเคยกันดี หอบอุปกรณ์เสกงานศิลป์ไม่ว่าจะเป็น สี พู่กัน เฟรมขนาดต่างๆ ออกจากบ้านย่านถนนวิทยุแต่เช้าก่อนจะมุ่งหน้าขึ้น 34 โครงการคอนโดมิเนียมเดอะเมท ถนนสาทร หลังจากก่อนหน้านี้ประมาณ 3 เดือนก่อนเจ้าตัวเพิ่งหิ้วใบปริญญาด้านศิลปะ จากนิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองลุงแซม กลับมาให้คนที่บ้านได้ชื่นชมทั้งความสำเร็จ และผลงานภาพวาดสวยๆ ที่ติดมือมาด้วยชุดใหญ่
"จริงๆ น้ำหวานชอบศิลปะตั้งแต่แรก สนใจงานแนวเรียลลิซึมผสมคอนเทมโพลารี่ เพราะมีความเป็นยุคเก่าและใหม่ชวนมอง แต่กว่าจะลุยเต็มตัวด้านนี้เคยเรียนนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ฯ ที่จุฬาฯ อยู่ 1 ปี แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่จึงคุยกับคุณแม่ว่าอยากเปลี่ยนไปเรียนศิลปะ ท่านก็ไม่ว่าอะไร แค่มีข้อแม้ว่าถ้าอยากเรียนต้องไปติดต่อที่เรียนเอง ซึ่งน้ำหวานก็ประสานเองทุกอย่างจนที่โน่น ( นิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ ) ตอบรับ ที่คุณแม่ไม่ได้สนับสนุนมากเพราะท่านอาบน้ำร้อนมาก่อน รู้ว่าเรียนศิลปะแล้วคงหางานลำบาก แต่เพราะลูกชอบจึงไม่อยากบังคับ" ศิลปศาสตร์บัณฑิตหมาดๆ วัย 24 ปี เท้าความ
ซึ่งการขวนขวายของสาวคนนี้ก็ไม่เสียทั้งแรงและมันสมอง เธอกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าศิลป์สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับองค์ความรู้ด้านอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะธุรกิจเสื้อผ้าของทางบ้าน และโดยไม่ต้องรอให้ใครมาชี้ชวนจบปริญญาปุ๊บเจ้าตัวก็เติมเต็มความรู้ด้วยการเข้าฝึกงานด้านแฟชั่นอีก 6 เดือนกับแบรนด์ "Fiplip Lim" หวังปูทางเข้าสู่ถนนสายธุรกิจเสื้อผ้าที่ชั่วโมงนี้คุณพ่อจับมาชิมลางให้เรียนรู้ทั้งด้านการตลาด โฆษณา การวิเคราะห์สินค้า และอื่นๆ อีกจิปาถะ
ว่าแล้วสาวหัวใจศิลปะก็สำแดงฝีมือการตะวัดพู่กันให้ได้เชยชมอย่างใกล้ชิด แต่ก็แอบถ่อมตัวว่าเวลามีน้อยคงไม่สวยงามอย่างที่คาดหวัง เธอเลือกเฟรมผ้าใบขนาด 30x40 ซม.แล้วเปิดแม็กกาซีนเลือกภาพหน้าคนเป็นแบบก่อนจะบีบสีหลอดเล็กๆ ที่ดูจากสภาพแล้วน่าจะใช้มาอย่างโชกโชนลงบนกระดาษไข หยดลินซีนออยล์ผสมเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อสีอ่อนลง และกันไม่ให้แห้งไว ใช้ปลายพู่กันแตะแล้วค่อยๆ วาดอย่างใจเย็น ซึ่งถ้ามีเวลาเธอบอกว่าจะร่างแบบด้วยดินสอก่อนเพื่อความแม่นยำ
"ชอบวาดรูปคน เพราะรู้สึกว่าแต่ละคนมีสีหน้าและอารมณ์ต่างกัน ต้องดึงคาแร็กเตอร์เขาออกมา ผิดกับภาพทิวทัศน์ที่ตั้งอยู่เฉยๆ แรกๆ วาดยากไม่สวยเลย แต่อาศัยความพยายามจนตอนนี้ได้ในระดับหนึ่ง ที่ต่างประเทศเขาสอนให้เราเรียนรู้อย่างอิสระ ให้ไปทัศนศึกษา ไปพิพิธภัณฑ์ วาดจากสถานที่จริง โชคดีนิวยอร์กเป็นเมืองศิลปะด้วยมีงานให้ดูเยอะ ถ้าทำไม่ได้อาจารย์ก็จะคอยให้คำปรึกษา ซึ่งการไม่ตีกรอบความคิดทำให้เราโตขึ้น ผิดถูกไม่เป็นไรขอให้ได้เรียนรู้" ว่าที่เจ้าของแบรนด์เอทูแซดคนต่อไป บอกอย่างอารมณ์ดีขณะเก็บรายละเอียดผลงานชิ้นล่าสุด
แต้มสีพลางคุยพลาง กินเวลาราวชั่วโมงเศษ ภาพสีน้ำมันใบหน้าคนแนวเหมือนจริงบนผ้าใบก็สำเร็จ น้ำหวานวางพู่กันก่อนจะตอบคำถามที่มักได้รับยินบ่อยๆ ว่าศิลปะให้อะไรนอกจากคาวามอิ่มเอมหัวใจในสีสันที่เห็นเบื้องหน้า
"ได้บริหารความคิดค่ะ เพราะเราต้องจดจ่ออยู่กับงานที่ทำ ไม่ใช่แค่น้ำหวานที่คิดแบบนี้เพราะทุกคนที่บ้านก็ชอบศิลปะเหมือนกัน จึงนำเรื่องศิลปะมาโยงกับเรื่องธุรกิจ คิดว่าถ้าเรามีความุ่งมั่น ทำจริง เชื่อมั่นใจตัวเอง ทุกอย่างก็สำเร็จได้ในแนวทางของเรา อย่างตอนนี้น้ำหวานประยุกต์ศิลปะเข้ากับแฟชั่น แล้วศิลปะก็เป็นงานอดิเรกได้ เพื่อนๆ หลายคนเก่งมากจบแล้วทำงานศิลปะเป็นอาชีพก็ประสบความสำเร็จมากมาย" สาวอารมณ์ดี ย้ำชัด
ผลงานหลายสิบชิ้นที่เก็บสะสม เธอบอกไม่คิดขายทอดตลาด แต่หากมีใครสนใจจับจองก็ไม่ว่า เพียงแค่ตั้งราคาไว้ให้ตกใจเล่นเท่านั้น เอาเป็นว่าหนุ่มๆ คนไหนอยากครอบครองก็ติดต่อขอจีบ(ผลงาน) ได้จ้า....
--------------------------
(ขอเวลานอก : 'น้ำหวาน' ธนัญญา ให้เวลา 'ศิลปะ' บ่มเพาะธุรกิจ : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง /ภาพ อนันต์ จันทรสูตร์)



