
ยอดผู้ป่วยจากน้ำท่วมพุ่งกว่า7แสน
'วิทยา'เผยยอดผู้ป่วยจากน้ำท่วมพุ่งกว่า 7 แสน 2 หมื่นราย เพิ่มหน่วยแพทย์ที่จ.นนทบุรี 2 จุด
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกจังหวัดดำเนินการตามแผนที่วางไว้ตามสถานการณ์ของน้ำท่วม โดยเฉพาะที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสถานการณ์อยู่ในขั้นน่าห่วง ปริมาณน้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน 1 แห่งคือที่ร้านคาร์แครโปรแวกซ์แอนด์วอช ที่บริเวณแยกบางพลู อ.บางบัวทอง มีเตียงสนาม6 เตียง มีแพทย์ตรวจ 4 คนและพยาบาล 8 คนและเจ้าหน้าที่อื่นๆอีกรวมกว่า 15 คน จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว และโรงพยาบาลบางบัวทอง มีรถพยาบาลประจำ 1 คัน ในรอบ 24 ชั่วโมง มีผู้เจ็บป่วย 200 กว่าราย มีอาการรุนแรง ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลปากเกร็ด 4 ราย
ทั้งนี้ ในวันนี้จะเพิ่มจุดตรวจรักษาเช่นเดียวกับแผนกผู้ป่วยนอกที่อ.บางใหญ่อีก 1 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เนื่องจากโรงพยาบาลบางใหญ่ น้ำท่วมทางเข้าโรงพยาบาลสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ทางโรงพยาบาลยังให้บริการตรวจรักษาตามปกติ และได้ทำสะพานไม้ให้ประชาชนเดินเข้า-ออก นอกจากนี้ยังได้ระดมทีมแพทย์จากจังหวัดต่างๆที่น้ำไม่ท่วมมาช่วยจังหวัดน้ำท่วม ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาขาดแพทย์พยาบาลดูแลในภาวะน้ำท่วมนี้
นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับผลการให้บริการทางการแพทย์ หน่วยแพทย์เคลื่อนออกปฎิบัติการทุกจังหวัดที่ประสบภัย วันละไม่ต่ำกว่า 200 ทีม ยอดผู้ป่วยจนถึงวันนี้ มีทั้งหมด 720,128 ราย โรคที่เป็นปัญหาอันดับ1 ขณะนี้คือโรคน้ำกัดเท้า ได้เร่งให้โรงพยาบาลต่างๆและองค์การเภสัชกรรมผลิตครีมรักษาอย่างเต็มที่ โดยได้แจกจ่ายยาสามัญประจำบ้าน เพื่อให้ประชาชนดูแลเบื้องต้นเมื่อเจ็บป่วยรวมเกือบ 2 ล้านชุด ส่วนการดูแลสุขภาพจิตพบผู้ประสบภัยใน37 จังหวัด มีอาการเครียด 97,520 ราย ในจำนวนนี้เครียดสูง 4,202 ราย พบผู้ที่มีอาการซึมเศร้า 5,882 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 807 ราย และมีผู้ที่ต้องติดตามดูแลใกล้ชิดเนื่องจากเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายรวม 1,237 ราย
ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าจากการเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมที่อ.บางบัวทอง พบว่ายังมีประชาชนทยอยเดินทางออกจากบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ ระดับน้ำท่วมยังสูงและไหลแรง มีอันตราย เนื่องจากประชาชนที่อยู่ในย่านนี้ ส่วนใหญ่อยู่บ้านจัดสรร และไม่มีประสบการณ์การใช้เรือ จึงขอให้ระมัดระวัง ซึ่งขณะนี้จำนวนผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมร้อยละ 88 เกิดจากจมน้ำ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ขอให้ระมัดระวังอย่างใกล้ชิด และอยู่ในสายตาตลอดอย่าปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว ไม่ควรให้เด็กเล่นน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โดยใช้รถจีเอ็มซี ตระเวณบริการที่หมู่บ้านจัดสรรที่รถเข้าไม่ถึง เช่นหมู่บ้านชลลดา หมู่บ้านบัวทองธานี หมู่บ้านชัยพฤกษ์ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้สภาพการจราจรบนท้องถนนเส้นน้ำท่วมติดขัดมาก จึงได้เตรียมการเปิดโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ที่ห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เพื่อเป็นจุดรับดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ คาดว่าจะเริ่มในวันพรุ่งนี้
“วิทยา”แนะผู้ประสบภัยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ให้แจ้งปัญหาสุขภาพให้เจ้าหน้าที่รู้ด้วย
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ที่ศูนย์พักพิงที่เร่งจัดตั้งขึ้นใหม่หลายแห่งในจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี พบว่าในสถานการณ์ที่มีการอพยพผู้ประสบภัยอย่างฉุกเฉิน ก่อให้เกิดความเสี่ยงอันตรายในผู้ป่วยหลายกลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่นโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้นผู้ป่วยเองหรือญาติ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปให้การช่วยเหลือได้รับทราบเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของตัวเอง เพื่อที่จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และลดความเสี่ยงอันตรายจากโรคเรื้อรังกำเริบ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยคัดกรองผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่อยู่ในศูนย์พักพิงหรือที่จุดอพยพ เพื่อให้การดูแลอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
ด้านนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ในสภาวะฉุกเฉินน้ำท่วม ผู้ประสบอุทกภัยที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับยาเป็นประจำ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไตวาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการล้างไตหรือฟอกเลือดเป็นระยะๆ รวมทั้งผู้ป่วยโรคติดต่ออื่นเช่น วัณโรค และ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก่อนอพยพออกจากบ้าน ขอให้เตรียมยาที่กินประจำ นำติดตัวไปด้วย และต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอาการกำเริบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประสบอุทกภัยที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังดังกล่าว หากต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงหรือสถานที่ให้ความช่วยเหลืออื่น ควรเตรียมยาที่ต้องกินเป็นประจำไปให้พร้อมสำหรับตัวเองไม่น้อยกว่า 2 สัดาห์ หากไม่มียาหรือยาไม่พอ ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลที่ไปรับการรักษาอยู่ประจำ หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายแพทย์พรเทพกล่าว



