ข่าว

'สุขุมพันธุ์'เผยน้ำเหนือบุกกรุงแล้ว

'สุขุมพันธุ์'เผยน้ำเหนือบุกกรุงแล้ว

21 ต.ค. 2554

“สุขุมพันธุ์” ส่งสัญญาณน้ำเหนือบุกกรุงแล้ว บี้ ศปภ.เร่งอุดจุดแตกคลองประปา คนดอนเมืองผวาแห่หนีตายเข้าศูนย์อพยพกว่า 1,360 ชีวิต ปชป.อุ้ม“สุขุมพันธ์”จวก“รบ.”เชื่อกุนซืออยากเปลี่ยนตัว“ผู้ว่ากทม.”

          ที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณลัย 2 เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 21 ต.ค. 54ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการรกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลว่า สถานการณ์ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเตือนจากน้ำเหนือที่จะน้ำเข้ามาถึง กทม.แล้ว โดยสัญญาณเตือนที่ 1 คือ น้ำทุ่ง โดยประตูระบายน้ำคลองสองมีระดับน้ำด้านในอยู่ที่ 1.20 ม.รทก. ขณะที่ระดับน้ำภายนอกอยู่ที่ 2.09 ม.รทก. แม้จะมีการเปิดประตูให้กว้างขึ้นจาก 1.20 เมตร เป็น 1.30 เมตร แต่ระดับน้ำกลับสูงขึ้นอีก 4 ซม. แสดงสัญญาณชัดเจนว่าน้ำเหนือมาแล้ว

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สัญญาณเตือนที่ 2 คือ ที่ถนนพหลโยธินตัดคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง น้ำได้เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 15 ซม. ทำให้คันกั้นน้ำที่ กทม.ไปสร้างไว้ไม่สามารถกั้นได้ โดยน้ำเริ่มเอ่อเข้าท่วมถนน ทาง กทม.จึงประสานไปยัง ศปภ. แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่มีการปฏิบัติการใดๆ กทม.จึงจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่และกระสอบทรายเข้าไปเสริม เพราะถือเป็นด่านสำคัญ หากน้ำทะลักเข้ามาได้จะท่วมถนนวิภาวดีและเข้าสู่ดอนเมือง ซึ่งจะเกิดปัญหาหนัก

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันน้ำในคลองประปาได้เกิดการรั่วซึมตลอดเวลา โดยคันกั้นน้ำแบริเออร์ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ประชาชนเขตดอนเมืองเดือดร้อนกันมาก และมีการอพยพเข้าไปในศูนย์พักพิงภายในโรงเรียน 2 แห่ง จำนวนมากถึง 1,360 คนในวันเดียว และคาดว่าจะมีผู้อพยพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดศปภ.ควรเร่งการแก้ไข โดยเฉพาะคันกั้นน้ำในคลองประปาที่เสียหาย ซึ่งอยู่นอกเหนือการดูแลของ กทม. เพื่อป้องกันน้ำเข้าซึมในเขตดอนเมือง หลักสี่มากกว่านี้

           “กทม.ไม่เคยเลี่ยงความรับผิดชอบ ผมยืดอกรับผิดชอบหลายเรื่องแล้ว แต่พื้นที่คลองประปาที่เกิดปัญหาอยู่ไกลมาก และ กทม.ก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบประปา ดังนั้นขอความกรุณาให้มีการแก้ไขปัญหาตรงนี้ และขอความร่วมมือกับประชาชนอย่าปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงว่า กทม.ระบายน้ำเข้าคลองประปา ซึ่งความจริงแล้วเราทำไม่ได้ ถ้าหากรักชาติก็ไม่ควรทำอย่างนี้ เพราะมันก่อให้เกิดความสับสน ชั่วโมงนี้ทุกคนต้องช่วยกัน” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว


ปชป.อุ้ม“สุขุมพันธ์”จวก“รบ.”เชื่อกุนซืออยากเปลี่ยนตัว“ผู้ว่ากทม.” 


           นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ รัฐบาลไม่ควรเล่นเกมการเมืองกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เพราะ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ตั้งใจป้องกันไม่ให้น้ำท่วม กทม.อย่างเต็มความสามรถ เท่าที่ศักยภาพกทม.จะทำได้ แต่ดูเหมือนว่า กุนซือของรัฐบาลต้องการให้น้ำท่วมกทม.เพื่อที่จะถือโอกาสเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯ ซึ่งตนยังมีความเสียดายที่รัฐบาลรู้สึกตัวช้าในการที่พึ่งประกาศ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ซึ่งกฎหมายนี้ได้ให้อำนาจรัฐบาลในการป้องกันอย่างเต็มที่และเป็นกฏหมายที่ออกในสมัยพล.อ.สุรยุทธ์ จุรานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ เช่นเดียวกับพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯต้องการที่จะแก้ไขให้ตนเองมีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้ายผบ.ทบ. เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ออกมาในสมัยพล.อ.สุรยุทธ์ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจริง แล้วรัฐบาลนำพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ออกมาใช้ทำไม

           นายวัชระ กล่าวต่อว่า อยากฝากรัฐบาลรักษาคลองประปาของการประปานครหลวง อย่าเล่นเกมการเมือง ให้น้ำทะลักเข้ามาในคลองนี้ เพราะจะส่งผลต่อประชาชนในเขตกทม.นับสิบล้านคน ถ้าหากน้ำประปาเสียก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยสรุปแล้วตนเห็นว่ารัฐบาลกำลังเล่นเกมการเมืองกับผู้ว่ากทม. ซึ่งไม่ควรที่จะทำในลักษณะเช่นนี้

           ส่วนกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งงดการประชุมสภาฯสัปดาห์หน้านั้น  นายวัชระ กล่าวว่า  เป็นการทำตามตามใบสั่งของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการปิดปากพรรคฝ่ายค้าน ไม่ให้พูดถึงความคิดของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ  และจากประวัติศาสตร์เมื่อปี 2540 เป็นต้นมาไม่เคยมีประธานฯสั่งงดการประชุม เพราะปัญหาอุทกภัยเลยแม้แต่วันเดียว ซึ่งจะมีเป็นครั้งแรกในสมัยนี้ เพื่อสนองต่อใบสั่งรัฐบาลอย่างเต็มที่ การกระทำของประธานสภาฯเช่นนี้ ไม่มีศักดิ์ศรีของการเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติสมควรที่จะลาออกไปได้แล้ว เพราะการทำงานของส.ส.นั้น ไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งหน่วยราชการใดๆทั้งสิ้น  เมื่อสภาเป็นที่แก้ไขปัญหาของประชาชนการปิด 2 สองสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงเท่ากับเป็นการทำลายกระบวนการประชาธิปไตย  ไม่ให้ฝ่ายนิติตรวจสอบฝ่ายบริหาร


จี้“สมศักดิ์”เรียกประชุมสภาระดมช่วย


           นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์  เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฯเรียกประชุมสภาฯเพื่อหารือในภาพรวมของการแก้ไขปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ว่า ร่วม 2 สัปดาห์แล้วที่ประธานสภาประกาศงดการประชุมฯ  ซึ่งเข้าใจดีว่าในเบื้องต้นที่เกิดปัญหาวิกฤตน้ำท่วม โดยเฉพาะในต่างจังหวัดในวงกว้างทั้งภาคเหนือและภาคกลาง ส.ส.ต่างจังหวัดต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน แต่เหตุการณ์น้ำท่วมก็ยังคงอยู่ ประธานสภาน่าจะใช้โอกาสนี้เปิดประชุม  เพื่อใช้กลไกทางสภาให้เป็นประโยชน์ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ส.ส.หรือผู้ที่มีประสบการณ์ตรงในการแก้ไขปัญหาน้ำ และบริหารจัดการน้ำได้แบ่งปันประสบการณ์  ซึ่งต้องเข้าใจว่าปัญหาน้ำในแต่ละพื้นที่ จะแตกกันจึงเป็นเรื่องสำคัญในการระดมความคิด ความรู้ในการเยียวยาแก้ไขและฟื้นฟู

           “แต่นี่ประธานสภากลับรับลูกของรัฐบาลเพียง เพราะว่ากลัวฝ่ายค้านจะถล่มเรื่องความไม่เอาไหนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จึงประกาศเลื่อนการประชุมสภา ทั้งที่ถือเป็นหน้าที่ของ ส.ส.โดยตรง จึงไม่เข้าใจประธานสภาว่ามัวไปทำอะไรอยู่ ทั้งที่ความเชื่อมั่นของคนในชาติที่สะท้อนต่อ ศปภ.ของรัฐบาลตกต่ำเรี่ยดินอยู่ที่ 3.36 จาก10 คะแนน แทนที่จะใช้เวทีสภาเพื่อกอบกู้วิกฤตให้เป็นโอกาส แต่กลับงอมืองอเท้าไม่แสดงภาวะผู้นำ ไม่ใช้สภาทำงานทั้งที่มักจะอ้างว่า ส.ส.เป็นตัวแทนที่มาจากประชาชน”  นายโกวิทย์  กล่าว 

           นายโกวิทย์ กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนเหล่านี้หายไปไหนหมด มีแต่ชาวบ้านถามหา การรวมตัวของส.ส.ในการทำหน้าที่จะเป็นการสะท้อนไม่ให้ชาวบ้านว้าเหว่ ในยามที่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นที่พึ่ง สินค้าราคาแพง มีแต่ผู้คนแตกตื่น กักตุนสินค้า พ่อค้าเอาเปรียบ ระบบการช่วยเหลือของรัฐพิกลพิการ ชาวบ้านต่างคนต่างหาทางเอาตัวรอดกันเอง ทั้งนี้ตนเข้าใจว่า มีส.ส.และผู้ใจบุญจำนวนมากทั้งที่บริจาคสิ่งของและทำอาหาร ไปช่วยผู้ปนระสบภัย 

           “อยากถามว่าสภาฯทำอะไร ทำไม่ไม่เปิดประชุม วันนี้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลน้อยลงแล้ว ยังมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุน เศรษฐกิจของนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงการฟื้นฟูในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และต้องเยียวยาช่วยเหลือคนตกงานอีกเป็นล้านคน  คนว่างงานจากโรงงานต้องปิด ทำไมประธานสภาฯกลับนิ่งเฉย  ปิดปากส.ส.ไม่ให้มีการะดมความคิดช่วยเหลือ ถือเป็นความใจแคบที่เลวที่สุด และตนไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นในแผ่นดิน ในยุคนี้ ที่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องลอยคอช่วยเหลือกันเองแต่สภากลับอ้างว่า น้ำท่วม ส.ส.ต่างจังหวัดมาประชุมไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน อยากถามว่า แล้วที่ตั้งเลขาฯ ผู้ช่วยส.ส.ทีมงานส.ส. หัวคะแนน เขาทำกันไม่ได้หรือ ทั้งที่ในข้อเท็จจริงหากจะช่วยเหลือชาวบ้าน ก็ต้องแบ่งหน้าที่กันทำ ส.ส.ก็ต้องมาทำงาน ไม่ใช่สิ้นเดือนมาแบมือรับเงินเดือนจากภาษีขิองประชาชน  ตนไม่ได้ตำหนิส.ส.เพราะคิดว่าส่วนใหญ่คงสาละวนในการช่วยชาวบ้าน แต่ประธานสภาต้องแสดงภาวะผู้นำองค์กร ไม่ใช่ทำตัวอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้ ถ้าเช่นนั้น ก็อย่าเป็นเสียดีกว่า เปิดทางให้คนอื่นที่มีภาวะผู้นำมาทำหน้าที่แทนจะเหมาะสมกว่า” นายโกวิทย์ กล่าว


องค์กรวิชาชีพสื่อเปิดศูนย์เฉพาะกิจช่วยนักข่าวเหยื่อน้ำท่วม


           นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคกลางได้ไหลเข้ามาท่วมในจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานีและนนทบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตบ้านพักอาศัยของประชาชนที่เข้ามาทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร สถานการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนงที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวและข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนในภาวะเร่งด่วนเช่นนี้

           “ดังนั้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมและชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการสนับสนุนของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ (SEAPA) จึงได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจประสานงานช่วยเหลือสื่อมวลชนผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปสภ.ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งในระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าว โดยความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพสื่อทุกองค์กร”นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯกล่าว

           นายชวรงค์กล่าวด้วยว่า ในการบริหารจัดการกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือดังกล่าว จะมีผู้แทนจากองค์กรวิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยมาร่วมกันพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีๆไปตามความจำเป็นเร่งด่วน นอกจากนี้ ในระยะยาว องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนต่างๆ จะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนเพิ่มเติมช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนให้ทั่วถึงต่อไป

           “องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทุกองค์กร ขอแสดงความชื่นชมในความเสียสละและให้กำลังเพื่อนสื่อมวลชนทุกคนทุกแขนง ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวสถานการณ์อุทกภัยเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนและให้เกิดความมั่นใจว่าการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง ทั้งๆที่หลายคน ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง แต่ไม่สามารถละทิ้งหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ดีและมีความรับผิดชอบได้”

           สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โทร.02-668-9422 หรือสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โทร 02-243-8479 หรือทาง Email: [email protected] <mailto:[email protected]> ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป

           อนึ่ง สถาบันอิศรา และผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนทุกระดับทุกรุ่น ร่วมกับองค์กรวิชาชีพต่างๆ จะจัดกิจกรรมอาสาปั้นลูกจุลินทรีย์บอลหรือ EM Ball เพื่อใช้ในการกำจัดน้ำเสียอันเนื่องมาจากน้ำท่วมขัง โดยการสนับสนุนจากบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. เวลา 16.00 -18.00 น. ณ อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ถนนสามเสน