
'กรณ์'จี้'ปู'กู้คลองประปาด่วนหวั่นวิกฤติ
กรณ์ เตรียมยื่นหนังสือด่วนถึง ยิ่งลักษณ์ จี้กู้คลองประปา ก่อนเกิดวิกฤติกลางกรุง หวั่นปล่อยบริหารเองยิ่งเละทั้งประเทศ ระอา ใช้ พ.ร.บ.บรรเทาสาธารณะภัย กลบ ภาพลักษณ์ ทั้งที่ ตปท. รู้ทันหมดแล้ว
21ต.ค.2554 นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงที่รัฐบาลมีปัญหาในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา โดยความจำเป็นเร่งด่วน นอกเหนือจากการดูแลปัญหาน้ำท่วมแล้วยังต้องปกป้องคลองประปา ซึ่งหากได้รับผลกระทบก็จะทำให้คนกรุงเทพฯเดือดร้อนมหาศาล และขณะนี้ถือว่าปัญหาเข้าขั้นวิกฤติแล้ว โดยเฉพาะกรณีโรงผลิตน้ำประปาบางเขน ภายใน 7 วันนี้ คือ ว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายต่อน้ำท่วม อันจะส่งผลให้กำลังผลิตน้ำประชาชนลดลงทันที แต่รัฐบาลกลับไม่ให้ความสำคัญที่จะแก้ปัญหา ไม่มีใครมาดูสภาพปัญหาที่แท้จริง ซึ่งทางพรรคจะทำหนังสืออย่างเป็นทางการชี้ให้รัฐบาลเห็นปัญหาพร้อมข้อเสนอแนะเพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 ต.ค.2554
“น่าเสียดายเพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยสะท้อนปัญหาผ่านนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทยตั้งแต่ปัญหาพึ่งเริ่มต้น ถ้ารัฐบาลใส่ใจและตระหนักถึงความสำคัญ ก็จะไม่ลุกลามเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ อยากให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่า คลองประปาไม่ใช่ช่องทางระบายน้ำ แต่เป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตน้ำประปา คนกรุงเทพฯก็มีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ ดังนั้นจึงต้องเร่งปิดช่องบริเวณไซฟ่อนด่วนเพื่อไม่ให้น้ำจากคลองเชียงรากไหลเข้ามาอีก หวังว่าในครั้งนี้ที่พรรคเห็นปัญหาและจะแจ้งไปยังนายกฯจะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล ในการเข้ามาแก้ปัญหานี้เร่งด่วนก่อนคนกรุงเทพจะต้องอยู่ในสภาพไม่มีน้ำกินน้ำใช้” นายกรณ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.บรรเทาสาธารณะภัย ม. 31 โดยไม่ยอมประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรหยุดอ้างเรื่องผลกระทบต่อนักลงทุนได้แล้ว เพราะขณะนี้บุตรชายตนที่เรียนอยู่ในต่างประเทศ โทรศัพท์มาเล่าว่า อาจารย์ให้ทำรายงานเปรียบเทียบปัญหาอุทกภัยในประเทศไทยกับอเมริกา แสดงว่าชาวโลกเขารับรู้ปัญหาทั้งหมด สิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศชาติได้รับความเชื่อมั่น คือ การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพของรัฐบาล ไม่ใช่การบิดเบือนข้อเท็จจริง และศปภ.ต้องยอมรับความจริงว่า ขณะนี้ประชาชนไม่ให้ความเชื่อมั่นในเรื่อวการสื่อสารของศปภ. การบิดเบือนข้อเท็จจริงจะยิ่งซ้ำเติมปัญหามากขึ้น
ขณะที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีควบคุมคนของตัวเองโดยหยิบยกกรณี นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กรณีที่นำชาวบ้านไปทลายคันดินกั้นน้ำเมื่อคืนวันที่ 20 ต.ค. รวมถึงการปล่อยให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง มาแสดงบทบาทจนกลายเป็นเรื่องการเมือง เกิดปัญหาการประสานงานระหว่าง ศปภ. กับกทม. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. สามารถประสานงานราบรื่นมาตลอด แต่เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ปรากฏตัวก็ทำให้เกิดอุปสรรค ในการติดต่อระหว่างกัน เชื่อว่าเป็นเพราะคุณหญิงสุดารัตน์ต้องการจะลงสมัครผู้ว่ากทม.ในปีหน้า จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน แทนการหมกมุ่นกับการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
“อภิรักษ์”นำทีม“ส.ส.กทม.”ดูสภาพปัญหาเลียบคลองประปาพบมี“รอยรั่วซึม”
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30 น. นายกรณ์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพปัญหา บริเวณเลียบคลองประปาพบว่า มีรอยรั่วซึมจากบริเวณคันกั้นน้ำ (เบอรริเรอร์) ตลอดแนวทางให้น้ำไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านประชาชน จนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพออุดรอยรั่วดังกล่าว ทำให้นายอภิรักษ์แจ้งทีมงานส.ก. ส.ข. ให้รีบโพสต์ข้อความ ขออาสาสมัครจากประชาชนเพื่อช่วยตักทรายและวางแนวกระสอบทรายอุดรอยรั่วต่างๆ
จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังการประปานครหลวง ( กปน.) บางเขน เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำและสอบถามถึงปัญหาการทำงานของการประปา โดนมีนายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการประปานครหลวง และผู้บริหารให้ข้อมูล ที่ทำให้น้ำจากคลองเชียงรากไหลเข้าคลองประปาว่า เกิดจากการมีรอยแตกเกิดขึ้นบริเวณไซฟ่อนคลองรังสิต ทำให้น้ำไหลเข้าในช่องทางดังกล่าวสู่คลองประปา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปิดช่อง แต่ไม่สามารถประสบความสำเร็จเนื่องจากน้ำไหลแรง นอกจากนี้ยังมีปัญหาชาวบ้านไม่เข้าใจ การทำงานของการประปา ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาคุณภาพน้ำในคลองประปาเพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำให้คนกรุงเทพฯใช้ ทำให้เกิดความขัดแย้งจากประชาชน 2 ฟากบ่อยครั้ง และไม่สามารถแก้ปัญหาการระบายน้ำออกจากคลองประปา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยืนยันว่ามีการวัดตรวจสอบคุณภาพน้ำ ยังสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบมาผลิตน้ำประปากับคนกรุงเทพได้ไม่มีปัญหา สิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยคือไม่ควรคิดถึงแต่การแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ต้องประชาสัมพันธ์กับประชาชน เกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องรักษาคลองประปาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำชี้แจงของผู้บริหารการประปา ทำให้เห็นถึงความอึดอัดต่อการทำงานของศปภ. ถึงขนาดนายมานิตย์ พงษ์เฉลิมพร ผอ.ฝ่ายโรงงานผลิตระบุว่า ศปภ.ไม่มีความรู้เรื่องนี้ไม่มีการจัดบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำ มาช่วยแก้ปัญหาทำให้การบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ และขณะนี้กลายเป็นว่าการประปาถูกชาวบ้านตำหนิ ว่าเป็นคนทำให้น้ำท่วม ทั้งที่หน้าที่ของเราคือรักษาคลองประปาไว้ ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็นของศปภ. จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจในส่วนนี้ด้วยว่าหากคลองประปาเสียหาย ผลกระทบก็จะเกิดกับคนกรุงเทพฯทั้งหมด
"ความจริงกรมชลประทานมีหน้าที่ในการจัดหาน้ำดิบให้การประปา ส่วนการประปามีหน้าที่ผลิตน้ำที่มีคุณภาพให้ประชาชนใช้ ถามว่าทำไมในวันที่น้ำเต็มเขื่อนถึงไม่มีการบริหารจัดการพร่องน้ำ จนทำให้ปัญหาลุกลามมาขนาดนี้ เราทำงานเต็มที่จนแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วต้องเจอประชาชนโทรมาต่อว่าตลอดเวลาว่าทำน้ำท่วม ทั้งที่การดูแลเรื่องน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของเรา และเราได้ทำอย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาคลองประปาเอาไว้” ผู้บริหารการประปา กล่าว
ผู้บริหารการประปา กล่าวต่อว่า หากพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลสิ่งที่ต้องเตรียมแผนล่วงหน้า คือ การรวมน้ำจากแหล่งน้ำดิบสำรองอื่นๆ ที่นอกเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำแม่กลอง ขณะที่ผู้บริหารบางคนเสนอว่าควรจะมีองค์กรอิสระเช่นเดียวกับกสทช.มาดูแลการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
จากนั้น ผู้ว่าการประปานครหลวง ( กปน.) ได้นำคณะไปดูขั้นตอนการผลิตน้ำประปา เพื่อยืนยันถึงคุณภาพน้ำว่าไม่มีปัญหา และได้ชี้ให้เห็นว่าโรงผลิตน้ำบางเขน กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการจมน้ำด้วยเช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นวันละ 5 ซ.ม. หากยังไม่สามารถปิดรูรั่ว บริเวณไซฟ่อนคลองรังสิตได้ น้ำก็จะเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ หากเลย 80 ซ.ม. ก็มีโอกาสล้นทะลัก เข้าท่วมโรงผลิตน้ำประปาก็จะกระทบต่อการผลิตโดยทันที ทำให้ปริฒาณน้ำที่หล่อเลี้ยงคนกรุงเทพหายไป 70 เปอร์เซนต์ ส่วน 30 เปอร์เซนต์ ที่ผลิตที่โรงผลิตประปาหมาสวัสดิ์ก็ไม่มีแรงดันมากพอที่จะแจกจ่ายเข้ามาหล่อเลี้ยงในกรุงเทพฯชั้นใน
“เรื่องนี้เป็นภาวะวิกฤตที่ศปภ. ยังไม่เคยส่งคนมาดูปัญหาหน้างานแม้แต่ครั้งเดียว นายชูชาติ (หาญสวัสดิ์ รมช .มหาดไทย) เคยเดินทางมา แต่ก็ทำแค่นำน้ำประปาที่บรรจุขวดไปแจกชาวบ้านเท่านั้น ขณะนี้ระดับน้ำในแต่ละวันสูงขึ้นประมาณ5-10 ซ.ม.และปลายเดือนนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงอีก จึงถือเป็นช่วงอันตรายที่ต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ ไม่เช่นนั้นคนกรุงเทพฯจะเหลือน้ำใช้คนละ5 ลิตร ต่อวันเท่านั้น แต่ปัญหาคือโรงผลิตที่คลองมหาสวัสดิ์ไม่มีแรงน้ำมากพอ ส่งน้ำเข้ามาในเมือง ยกเว้นฝั่งธนบุรี ผมพูดได้เลยว่า ถ้าโรงผลิตนี้อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ เพราะคนกรุงเทพฯจะได้รับผลกระทบมหาศาล ภาคอุตสาหกรรม โรงพยาบาลก็จะได้รับผลกระทบด้วย” นายมานิตย์ กล่าว



