ข่าว

เร่งรับมือน้ำเอ่อท่วมฉะเชิงเทรา

เร่งรับมือน้ำเอ่อท่วมฉะเชิงเทรา

21 ต.ค. 2554

กรมชลประทานแจ้งจังหวัดฉะเชิงเทราเตรียมรับมวลน้ำเหนือ ที่ผลักดันจากคลองระพีพัฒน์ผันเข้าพื้นที่ ทั้งระบบสูบน้ำของชลประทานลงคลองแสนแสบ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และส่วนหนึ่งที่ไหลบ่าจากทุ่งรังสิต ปทุมธานี ตามแผนการบริหารจัดการน้ำของ ศปภ. ไปทางทิศตะวันออกผ่าน

           21ต.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ที่นายกวีพัฒน์ มั่นเจริญ ประธานชมรมร่มบินบูรพา พาผู้สื่อข่าวขึ้นบินดูทิศทางการไหลของน้ำที่จะมีการระบายเข้าพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราก่อนลงแม่น้ำบางปะกง ทั้งจากระบบชลประทาน และที่ไหลบ่าท่วมทุ่ง พบว่า มีน้ำระบายจากคลองต่างๆ คือคลองแปด รังสิต คลอง 13 คลองหกวาล่าง ไปคลองหกวา เข้าคลอง 14 คลอง 15 คลอง 16 คลอง 17 รวมทั้งคลองแสนแสบ คลองบางขนาก เข้าคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองนครเนื่องเขต และคลองประเวศบุรีรมย์ ผ่านประตูระบายน้ำไหลสู่แม่น้ำบางปะกง โดยสภาพน้ำในแต่ละคลองค่อนข้างสูง คลองหกว่าล่าง มีการใช้เครื่องจักรกลทำทำนบกั้นน้ำทั้งสองฝั่งคลองสูงประมาณ 1 เมตรตลอดแนว ส่วนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สภาพน้ำในคลองล้นตลิ่งทำให้พื้นที่ระกว่างคลองน้ำไหลเอ่อท้นท่วมไร่นา โดยเฉพาะคลอง 14 กับคลอง 15 มีระดับน้ำบนทุ่งนาสูง 80 - 1.20 เมตร สภาพเป็นผืนน้ำเดียวกัน ทุ่งนากว่า 20,000 ไร่ จมอยู่ใต้น้ำ ต้นข้าว บ่อกุ้ง บ่อปลา ได้รับความเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ทีอยู่อาศัย วัด มัสยิด เส้นทางคมนาคมยังถูกน้ำท่วม รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้

           ขณะเดียวกันนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ลงสำรวจพื้นที่สภาพน้ำท่วมและการระบายน้ำที่คลองบางไทรหรือคลอง 20 พบว่า ระดับน้ำนอกคันดินมีระดับสูงกว่าในคลองประมาณ 1.20 เมตร เครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า 20 ตัว กำลังเร่งสูบน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกง ส่วนที่ประตูระบายน้ำบางขนาก ยังมีการตั้งเครื่องสูบขนาดใหญ่ระบายน้ำจากคลองแสนแสบออกสู่แม่น้ำบางปะกง โดยที่น้ำในคลองมีระดับต่ำกว่าด้านนอกประมาณ 1.50 เมตร แต่สภาพน้ำยังท่วมขังในพื้นที่เทศบาลตำบลบางขนาก วัดปากคลองบางขนาก แต่มีระดับลดลงประมาณ 20 ซม.

           ขณะที่คณะของนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำในคลอง 15 ตำบลบึงน้ำรักษ์ ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากกรมชลประทานว่า ขณะนี้ ศปภ.ได้ดำเนินการตามแผนป้องกันน้ำท่วมชั้นในกรุงเทพมหานคร โดยจะระบายน้ำไปทางทิศตะวันออก ผ่านพื้นที่จังวัดฉะเชิงเทรา ออกสู่แม่น้ำบางปะกงและออกทะเลอ่าวไทย โดยจะเริ่มระบายในช่วงเย็นวันนี้ จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เตรียมแผนรองรับมวลน้ำเหนือ ที่จะมาจากคลองระพีพัฒน์ เข้าคอลแงแสนแสบ กทม. และมวลน้ำอีกส่วนหนึ่งจากทุ่งรังสิต จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงสั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอที่มีพื้นที่ติดคลองสายใหญ่และแม่น้ำบางปะกง เช่น อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ที่มีเขตติดต่อกับอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เขตหนองจอก กทม. รวมทั้งอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น อำเภอคลองเขื่อน อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง เตรียมรับมือ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากคูคลองสาขาเพื่อเป็นการพร่องน้ำออกแม่น้ำบางปะกง เตรียมแผนประชาสัมพันธ์อพยพราษฎรที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยง

           นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ กล่าวว่า มวลน้ำที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มาจากหลายทิศทั้งจากแม่น้ำบางปะกง จากกรุงเทพ จากปทุมธานี แม้ขณะนี้ยังไม่มากนัก แต่น้ำได้ไหลเอ่อล้นขึ้นท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้ว และหากได้รับการระบายน้ำมาอีก ก็จะทำให้น้ำสูงขึ้นกว่าปกติ ในวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม นี้จะชัดเจนว่า มากน้อยเพียงใด ขอให้ประชาชนสังเกตระดับความสูง หากระดับสูงเพิ่ม 1.5 ซม.หมายถึงระดับน้ำจะท่วมประมาณ 1.50 เมตรและจะกระทบถึงเขตอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ด้วย จึงขอเตือนประชาชนให้ขนย้ายสิ่งของมีค่าไปไว้ในที่ปลอดภัย


นครสวรรค์น้ำเริ่มลดลงแล้ว


           นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมนางอมรรัตน์ มีแดง นายกเหล่ากาชาดนครสวรรค์ ได้ขึ้นรถสูงของทหาร ไปแจกข้าวกล่องและน้ำดื่มให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ตามถนนสายต่างๆของตัวเมืองนครสวรรค์ และจนถึงขณะนี้จากการตั้งเครื่องสูบน้ำทั้งสิ้นกว่า 700 เครื่อง เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณศูนย์ราชการและตัวตลาดปากน้ำโพ ขณะนี้น้ำลดลงไปประมาณ 1 เมตรแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าระดับน้ำน่าจะลดลงไปมาก ทางจังหวัดได้มีแผนฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังน้ำลดอย่างเต็มที่

           คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยคณะอาจารย์ และนิสิต มอบสวมลอยน้ำที่ออกแบบและผลิตโดยนักศึกษา จำนวน 3 หลัง แพจวดน้ำ 3 หลัง เรือ 1 ลำ แพยาง 3 แพ รองเท้าบูต 100 คู่ เสื้อผ้า น้ำดื่ม และถุงยังชีพ 100 ชุด มอบให้กับจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านศูนย์กลางรับและกระจายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย จังหวัดนครสวรรค์ ณ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม นครสวรรค์ โดย ผู้อำนวยการโรงเรียน นวมินทราชูทิศ มัชฌิม นายสมชาย ตาฬุมาศสวัสดิ์ เป็นผู้รับมอบ

           สรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดนครสวรรค์ ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ทั้งจังหวัด 15 อำเภอ  พื้นที่ประสบภัย : พื้นที่น้ำหลากเนื่องจากฝนตกหนัก มี 5 อำเภอ อ.ตากฟ้า, อ.แม่เปิน, อ.ไพศาลี, อ.ชุมตาบง, อ.แม่วงก์ พื้นที่น้ำท่วมขัง 10 อำเภอ 79 ตำบล 628 หมู่บ้าน 75 ชุมชน ผู้ประสบภัย 111,952 ครัวเรือน 352,752 คน  การจัดสถานที่รองรับการอพยพผู้ประสบภัย 11 แห่ง มีผู้อพยพ รวม 2,582 ครัวเรือน 8,908 คน

           โรงเรียนนครสวรรค์ จำนวนผู้อพยพ 180 ครัวเรือน 542 คน  วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จำนวนผู้อพยพ 382 ครัวเรือน 1,563 คน  โรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์(เขากบ) จำนวนผู้อพยพ 185 ครัวเรือน 513 คน  วัดคีรีวงศ์ จำนวนผู้อพยพ 324 ครัวเรือน 1,128 คน  สนามกีฬากลาง จำนวนผู้อพยพ 581 ครัวเรือน 2,148 คน  วัดพระบางมงคล จำนวนผู้อพยพ 136 ครัวเรือน 296 คน  โรงเรียนเทคโนโลยีภาคเหนือ จำนวนผู้อพยพ 117 ครัวเรือน 523 คน  โรงเรียนประชานุเคราะห์ จำนวนผู้อพยพ 230 ครัวเรือน 580 คน  โรงเรียนเทศบาลวัดช่องคีรี ศรีสิทธิวราราม จำนวนผู้อพยพ 90 ครัวเรือน 318 คน  โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม จำนวนผู้อพยพ 130 ครัวเรือน 540 คน ◊ โรงเรียนเทศบาลวัดวรานาถบรรพต จำนวนผู้อพยพ 177 ครัวเรือน 640 คน เสียชีวิตรวม 39 ราย
          
           สำหรับพื้นที่การเกษตรเสียหาย 903,400.50 ไร่ การฟื้นฟู อำเภอบรรพตพิสัย ร่วมกับส่วนราชการหน่วยงานในพื้นที่จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หลังน้ำลด ระหว่างวันที่ 18-21 ตค. 54 ผู้รับบริการ 371 ราย(วิทยาลัยการอาชีพ, ทัณฑสถานเปิดหนองน้ำขุ่น, สสอ., สภ.บรรพตพิสัย, รพ.ตำรวจ, สำนักทะเบียนอำเภอ)

           สืบเนื่องจากกรณีที่น้ำจากแม่น้ำปิงไหลทะลักเข้าท่วมตลาดปากน้ำโพ โดยคันกั้นน้ำพัง ทำให้น้ำจากตลาดปากน้ำโพไหลข้ามถนนพหลโยธินเข้าท่วมศูนย์ราชการ ต่อมานายชัยโรจน์มีแดง ผวจ.นครสวรรค์ ร่วมกับทางหลวงชนบท และทหารจาก มทบ.31 และกองทัพภาคที่ 3 นำเครื่องจักรกลเข้าทำคันดินบนถนนพหลโยธินขาล่อง และสามารถกั้นน้ำได้ จึงเปิดการจราจรบนถนนพหลโยธินได้เป็นบางช่วง และบางช่วงเวลายังต้องปิดการจราจรเพื่อให้เครื่องจักรกลได้ทำงาน โดยนายชัยโรจน์ ผวจ.ประกาศห้ามรถบรรทุกหกล้อ รถบรรทุกทุกชนิดวิ่งบนถนนพหลโยธินและข้ามสะพานเดชาติวงศ์ ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ทำให้มีรถยนต์จำนวนมากจอดติดตายเป็นเวลานานที่สามแยกเวียงดอย โดยมีรถที่วิ่งออกจากตัวตลาดปากน้ำโพ รถที่วิ่งเข้าตลาดปากน้ำโพและรถที่จะวิ่งล่องเข้ากรุงเทพ เจ้าหน้าที่จราจรต้องเร่งระบายรถตลอดเวลา ส่วนรถบรรทุกทุกชนิดต้องจอดรถรอเวลาเปิดถนนพหลโยธิน ที่เชิงเขาขาด โดยจอดชิดซ้ายอยู่ริมถนนยาวหลายกิโลเมตร

           จากสภาวะน้ำท่วมส่งผลให้มีขยะจำนวนมากบริเวณข้างถนนทางเข้าหมู่บ้านเอื้อาทร 1 หมู่บ้านเอื้อาทร 2 และหมู่บ้านดรีมแลนด์ ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีขยะกองใหญ่ ทั้งหมดเป็นขยะที่ถูกน้ำออกมาจาก 3 หมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมกระทันหัน โดยคันกั้นน้ำที่หน้าวัดหาดทรายงามพังลง จนประชาชนเก็บข้าวของหนีน้ำกันไม่ทัน หลังน้ำท่วมจึงมีขยะกองมากมาย มีตั้งแต่ ที่นอน โต๊ะ เตียง ตู้ ที่ชำรุด หนังสือ กระดาษเปียกน้ำ นอกจากนี้ยังมีเตาแก๊ส ขวดน้ำ ถุงพลาสติก ต้นไม้ กิ่งไม้ และอย่างอื่นอีกมากมาย ซึ่งขยะเหล่านี้ยังทะยอยถูกนำมาทิ้งเรื่อยๆ เพราะน้ำลดแล้ว ประชาชนต่างเข้าเก็บล้างบ้านเรือน จึงขนขยะออกมาทิ้ง แต่ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มากำจัดเพราะมีนักเก็บของเก่าออกมาค้นหา เก็บใส่ซาเล้งเพื่อนำไปแยกประเภทขาย

           หลังจากที่น้ำลดลง ประชาชนเร่งล้างบ้านเรือน รวมทั้งนำขยะที่เกิดจากความเสียหายจากน้ำท่วมมาทิ้งไว้ข้างถนนทางเข้าหมู่บ้านเอื้ออาทร 1 หมู่บ้านดรีมแลนด์ หมู่บ้านเอื้อาทร 2 โดยมีนายจำรูญ มิ่งทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1203/30 หมู่ 10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ นำซาเล้งมาเก็บขยะ นายจำรูญบอกว่าวันนี้เก็บได้แล้ว 4 เที่ยว แต่ยังขายไม่ได้ ต้องนำบางอย่างไปตาก ก่อนที่จะแยกประเภทนำไปขาย นับว่ามีรายได้ดี คิดแล้วประมาณเที่ยวละ 7-800 บาท แต่การเก็บขยะต้องระวังเพราะขยะเหล่านี้สกปรก แต่บางทีจะมีรายได้เพิ่มด้วยการช่วยเจ้าของบ้านขนขยะลงจากรถ เขาก็จะให้สตางค์