ข่าว

คอป.ถกปรองดองอดีตผู้นำฟินแลนด์

คอป.ถกปรองดองอดีตผู้นำฟินแลนด์

21 ต.ค. 2554

คอป.แลกเปลี่ยนทัศนะ “มาร์ตติ อาห์ติซารี” อดีตปธน.ฟินแลนด์ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการเจรจาไกล่เกลี่ย และจัดการสถานการณ์หลังความขัดแย้ง เจ้าตัวชี้ 'กุญแจ' สู่ปรองดอง ทุกฝ่ายต้องหยุดเอาชนะคะคาน เสนอ คอป.เน้นบทบาทป้องกันความขัดแย้งเกิ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. โดย ดร.คณิต ณ นคร ประธาน คอป. และ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการ คอป. และประธานอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์การปรองดอง ได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อคืนวันที่ 18 ต.ค.2554 เหินฟ้าสู่ประเทศฟินแลนด์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายมาร์ตติ อาห์ติซารี (Martti Ahtisaari) อดีตประธานาธิบดีประเทศฟินแลนด์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2551 ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการไกล่เกลี่ยเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศและการจัดการสถานการณ์ภายหลังความขัดแย้ง

          ทั้งนี้ วันที่ 19 ต.ค. ดร.คณิต ดร.กิตติพงษ์ และคณะ ได้เข้าพบ นายอาห์ติซารี ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เพื่อหารือเรื่องการดำเนินงานของ คอป.และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการสร้างความปรองดองในประเทศต่างๆ พร้อมทั้งเชิญให้เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์

          บรรยากาศของการหารือเป็นไปอย่างดียิ่ง โดยนายอาห์ติซารีให้ความสนใจต่อการทำงานของ คอป.ในการสร้างความปรองดองในประเทศไทยเป็นอย่างมาก พร้อมให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ คอป.ในอนาคตหลายประการ

          โดยข้อเสนอของ คอป.สรุปได้ดังนี้

          ประการแรก นายอาห์ติซารีเห็นว่าการทำงานของ คอป.เพื่อสร้างความปรองดองอย่างยั่งยืนในสังคมไทย ควรเน้นที่การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก (preventive role) มากกว่าการมุ่งหาผู้รับผิดชอบจากเหตุการณ์ในอดีต โดย คอป.ต้องเป็นผู้สร้างกลไกและมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันมิให้ความขัดแย้งเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ คอป.ได้พยายามดำเนินการอยู่แล้ว แต่ต้องพยายามทำให้ชัดเจนขึ้น

          ประการที่สอง คอป.ต้องวางแผนด้านการสื่อสารต่อสาธารณะอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความเป็นกลางและเป็นอิสระของ คอป. โดย คอป.ควรสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งและเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา รวมทั้ง สร้างความเข้าใจว่าการปรองดองมิอาจเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนจากทุกฝ่าย

          ประการที่สาม นายอาห์ติซารีได้แสดงทัศนะว่าการสร้างความปรองดองในชาติจะมิอาจเกิดขึ้นได้ หากแต่ละฝ่ายยังมุ่งเน้นที่จะเอาชนะกันมากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ คอป.ต้องทำให้ทุกฝ่ายตระหนักว่า ชัยชนะที่แท้จริงควรเป็นของคนทั้งชาติที่สามารถก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่การปรองดองได้ในที่สุด หรือ Actually the winner is the whole nation. No group should win; every citizen must win.

          อย่างไรก็ดี นายอาห์ติซารี ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดการความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทั่วโลก เห็นว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศเป็นเรื่องเฉพาะที่ไม่สามารถนำประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ มาใช้ได้ทันที แต่กระนั้น คอป.ก็ควรศึกษาแนวทางและประสบการณ์การจัดการความขัดแย้งและความรุนแรงของประเทศอื่นๆ เพื่อนำแนวทางต่างๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในประเทศไทย เพราะปัญหาของสังคมไทยเป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยต้องแก้ไขด้วยตนเอง เนื่องจากไม่มีสูตรสำเร็จรูปในการจัดการความขัดแย้งที่จะนำไปใช้ได้กับทุกๆ สังคม

          ท้ายที่สุด นายอาร์ติซารีได้ตอบรับคำเชิญของ คอป.ในการเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อแสดงทัศนะที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความปรองดอง โดยคาดว่าจะเดินทางมาในช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้