ข่าว

'หมอ-ตำรวจ'ช่วยน้ำท่วมอยุธยา

'หมอ-ตำรวจ'ช่วยน้ำท่วมอยุธยา

22 ต.ค. 2554

'หมอ-ตำรวจ'ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัย...อยุธยา : สารพันตำรวจ โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

            พลันที่ใบพัดหมุนของเจ้าแมลงปอยักษ์ "เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ รุ่น 412" ขยับปีกมุ่งหน้าสู่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา...ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างดินแดนเมืองมรดกโลกกลายเป็นเวิ้งทะเลน้ำจืดที่กว้างไกลสุดตา ก่อนจะร่อนจอดบนสายเอเชีย กม.35 ใต้ต่างระดับบางปะหัน  พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ เปลี่ยนขึ้นรถยีเอ็มซีของหทาร ซึ่งมาช่วยลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเครื่องมือแพทย์ ลุยระดับน้ำที่สูงร่วมเมตรไปยังจุดแจกของชั่วคราว ซึ่งมีชาวบ้านมารอรับสิ่งของอยู่จำนวนมาก เพื่อสมทบกับทีมคณะแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจที่เดินทางมาล่วงหน้า

            "เข้าแถวให้เป็นระเบียบนะครับ ได้รับของทุกคน" เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยุธยาถือโทรโข่งประชาสัมพันธ์กับชาวบ้านที่อพยพออกมาบนถนนได้ออกมาเข้าแถวรับถุงยังชีพ
 
             "วันนี้มีทีมแพทย์และพยาบาลรวมถึงยาที่มารักษาพวกท่านด้วย...หากใครต้องการพบแพทย์ก็เชิญได้เลยครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกผ่านโทรโข่ง เมื่อแจกถุงยังชีพไปสักพัก ซึ่งชาวบ้านให้ความสนใจมายืนต่อคิวรอรับการตรวจอาการป่วยไข้กันเนืองแน่น

             "นอกจากอาหารแล้วที่จำเป็น เรื่องการรักษาโรคก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โรคที่มาจากน้ำท่วมขังและบางคนเป็นโรคที่ไม่รู้ตัว หรือเป็นโรคสำคัญที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลเราก็จะตรวจให้ ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่นี่จะเป็นโรคน้ำกัดเท้า แผลผื่นคัน บางรายก็เป็นโรคปอดอักเสบ" พล.ต.ต.จิระศักดิ์ ปาณินท์ นพ.สบ.6 โรงพยาบาลตำรวจ เผยถึงผลการตรวจ

            นอกจากทีมแพทย์โรงพยาบาลตำรวจจะตั้งโต๊ะคอยตรวจรักษาชาวบ้านอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแล้ว แพทย์บางส่วนได้ลงเรือไปตรวจรักษาชาวบ้านที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านที่กำลังถูกน้ำท่วมด้วย...ตลอดเส้นทางเรือเหนือระดับน้ำที่สูงกว่า 3 เมตร มองเห็นโรงพักบางปะหันเหลือแค่เพียงชั้นสอง แต่ก็มองเห็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกันอย่างคึกคัก ก่อนผ่านเข้าไปบริเวณชุมชนหลังโรงพัก เพื่อไปยังจุดแจกของที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ "ศาลาวัดนาค" เป็นจุดที่ชาวบ้านหมู่ 7 อ.บางปะหัน อพยพมาอยู่ที่ศาลาวัดแห่งนี้ประมาณ 70 ครอบครัว พร้อมทั้งสัตว์เลี้ยงนับสิบตัวที่อพยพออกมาด้วย โดยศาลาแห่งนี้มีความสูง 4 เมตร ขณะที่ระดับน้ำอยู่ที่ 3 เมตรกว่า กุฏิวัดหลายหลังจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้พระสงฆ์ต้องย้ายไปพักในอาคารโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาที่ศาลาแห่งนี้ แต่ก็ยังมีชาวบ้านที่ยังห่วงบ้านเรือนไม่ยอมอพยพมากอีกจำนวนมาก

            สำหรับการเดินทางมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับ มูลนิธิบางกอกเชฟ ยังมอบเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ให้แก่ สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา 2 ลำ สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา 1 ลำ และสภ.ดอนพุด จ.สระบุรี อีก 1 ลำ  เพื่อนำไปช่วยในการขนย้ายชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้าน พร้อมทั้งนำถุงยังชีพเข้าไปแจก รวมถึงการออกตรวจดูแลความเรียบร้อยของทรัพย์สินในช่วงที่ชาวบ้านอพยพออกมาแล้วด้วย

             "ตอนนี้มีประชาชนที่เดือดร้อนอีกเยอะ ต้องมีการเร่งช่วยเหลือเต็มที่ ตอนนี้ 9 จังหวัดที่รับผิดชอบโดนไปแล้ว 8 จังหวัดตอนนี้เหลือเพียงจังหวัดเดียวคือ สมุทรปราการ ที่ยังไม่แน่ แต่ต้องเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่" พล.ต.ต.คำรณวิทย์ บอกหลังมอบเรือให้แก่ 3 โรงพัก เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนและคอยดูแลทรัพย์สินของผู้ประสบภัยในครั้งนี้