ข่าว

คิด ‘ลบ’

คิด ‘ลบ’

23 ต.ค. 2554

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : คิด ‘ลบ’ โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

     ไม่ได้นั่งนับว่า กี่วันกี่เดือนมาแล้วที่หน้าหนังสือพิมพ์ รวมทั้งสื่อทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ถูกจองให้เป็นพื้นที่ข่าว “น้ำท่วม” แต่ถึงแม้ไม่ได้นับ ความรู้สึกของผู้คนตอนนี้คงเหมือนๆ กันนั่นคือ มันช่างเป็นเวลาที่แสนยาวนาน

     และไม่ใช่เพียงผู้ประสบภัยที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วเท่านั้น ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับความอัตขัตขัดสน ความยากลำบาก เพราะนาทีนี้คนที่ยังไม่เผชิญหน้ากับน้ำแม้แต่เศษเสี้ยว อย่างเช่นพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพมหานคร กลับกลายเป็นใช้ชีวิตแบบน้ำท่วมมิดหัวไปเสียแล้ว

     ด้วยความวิตกกังวลที่เข้าครอบงำจนชีวิตเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ทั้งการกักตุนกวาดซื้อของกินของใช้จนเกลี้ยงห้างสรรพสินค้า การนำรถยนต์ไปจอดในที่ปลอดภัยจากน้ำ (สำหรับตัวเอง แต่ไม่ปลอดภัยสำหรับคนอื่น) ตามสะพานข้ามแยก ทางด่วน ทางยกระดับ การทะเลาะเบาะแว้ง ความขัดแย้งของชาวบ้านกับชาวบ้าน ทั้งหลายสะท้อนความเป็นมนุษย์ที่มีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดอย่างแท้จริง จนลืมคำว่า กฎเกณฑ์ วินัย ความมีน้ำใจและความเอื้ออาทร ที่เป็นคุณสมบัติด้านสว่างของมนุษย์

     แต่ไม่ใช่ว่า ด้านมืดจะครอบงำเสียทั้งหมด เพราะในหลายครั้งหลายหนที่เราได้เห็นการช่วยเหลือกันและกันจากคนแปลกหน้า ได้เห็นการร่วมแรงร่วมใจอย่างแข็งขัน ได้เห็นการเสียสละของผู้นำชุมชน ได้เห็นความสามัคคีในวิถีที่แตกต่างจากคนเมืองหลวง

     “สึนามิน้ำจืด” ครั้งนี้ อาจจะกลายเป็นน้ำล้างเมือง ที่ล้างใจ นำมาซึ่งจุดเริ่มต้นใหม่

     แต่นาทีนี้ที่เคยคิดเคยหวังว่า ยังเหลือ “แสงสว่าง” หรือ “มุมบวก” ในความมืด กลายเป็นต้องคิดใหม่ ให้คำนวณสถานการณ์ในขั้นเลวร้ายที่สุดไว้ก่อน นึกถึงตอนเรียนคณะบัญชีที่ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยวันแรก ก็ได้รับคำสั่งสอนให้จำฝังหัวว่า “นักบัญชีต้องใช้หลักความระมัดระวังหรือ Conservative” ไว้ก่อน

     ถ้ารู้ว่า มี “ค่าใช้จ่าย” รออยู่ในอนาคต แม้ว่า “ค่าใช้จ่าย” นั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ในทางบัญชี ก็ให้รับรู้ค่าใช้จ่ายนั้นไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นเรื่องของ “รายได้” นักบัญชีจะไม่ยอมรับรู้รายได้นั้นจนกว่าจะได้รับเข้ามาจริงๆ

     คิดให้ “ลบ” ตามหลักความระมัดระวังทางบัญชี ก็คือ ความไม่ประมาท

     ดังนั้น ในสถานการณ์ที่ “น้ำ” ถาโถมเข้าโจมตี หลักการคิดเรื่อง “เงิน” ก็คงไม่แตกต่างจากหลักคิดเรื่องการเตรียมตัวเรื่องน้ำ ถ้าเราคิดไว้ เลวร้ายที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ คือ น้ำท่วมไม่เกิน 2 เมตร การเตรียมคันกั้น การเตรียมกระสอบทราย ก็จะถูกตั้งวางตามนั้น และหากเลวร้ายที่สุด คือ น้ำท่วมไม่เกิน 3 เดือน การจัดเตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรคและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ก็จะถูกจัดเตรียมไว้ภายในระยะเวลานั้น

     เช่นเดียวกันกับการเตรียมความพร้อมเรื่องเงินๆ ทองๆ ในกรณีที่น้ำท่วมเลวร้ายที่สุด แน่นอนว่า ธุรกรรมทางการเงินจะถูกปิดประตูสนิท อย่าว่าแต่น้ำท่วม 2 เมตรเลย แค่ครึ่งเมตร ตู้ ATM ที่อำนวยความสะดวกสบายทางการเงินให้มนุษย์ก็คงไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ หลายคนจึงต้องเตรียม “เงินสด” สำรองติดตัวไว้ อย่างน้อยให้เพียงพอกับการใช้จ่ายในช่วงเวลาที่ไม่สามารถเบิกถอนเงินสดได้

     ส่วนโลกของการลงทุนที่ซับซ้อนมากกว่าการเตรียมสำรองไว้ใช้จ่ายในห้วงเวลานี้ ก็คงต้อง “คิดลบ” ไว้ก่อนเช่นกัน

     ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนของ ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน จำกัด คงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่น่าสนใจ เพราะเขามองว่า วิกฤตน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น และเริ่มไหลล้นเข้ากรุงเทพฯ ในขณะนี้ พร้อมๆ กับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความแปรปรวนอยู่ตลอด ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนของประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดหุ้นมีการผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งผู้ลงทุนต้องให้ความสนใจ ใส่ใจ และระมัดระวังมากขึ้น

     “การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวัน 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้กล่าวถึงข้อมูลเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปีนี้ว่ายังขยายตัวได้ แต่เริ่มมีสัญญาณของการแผ่วลงของการส่งออก ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจต่างประเทศที่อ่อนแอลง และยังมีการประเมินว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นมีผลรุนแรงและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนหยุดชะงัก ซึ่งจะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก โดยเริ่มมีการประเมินว่าผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมจะกระทบอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ให้ลดลงประมาณ 1% หรืออาจมากกว่านั้นหากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมที่ไหลเข้ากรุงเทพได้”

     ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ ก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจไปด้วยเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อายุ 10 ปี ได้ลดลงจาก 3.9% ในช่วงปลายเดือนกันยายน เหลือเพียง 3.48%ในขณะนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอัตราผลตอบแทนในระยะยาวได้มีการปรับตัวลงค่อนข้างมาก ขณะที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ในระยะสั้นมีการปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย

     ดังนั้น การลงทุนในภาวะแห่งความผันผวนเช่นนี้ ดร.ศุภกรจึงแนะนำว่า นักลงทุนอาจเลือกการลงทุนระยะสั้นๆ ที่มีระดับความเสี่ยงไม่สูงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนที่มีเงื่อนไขของการ คุ้มครองเงินต้น” เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน ในขณะที่ยังวางใจกับความปลอดภัยของเงินต้นได้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้

     วันนี้ชวนให้ “คิดลบ” ทั้งการเตรียมตัวพร้อมรับมือกับน้ำ ชวนให้ “คิดลบ” ทั้งการเตรียมเงินสดสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และชวนให้ “คิดลบ” ทั้งการลงทุนที่เน้นความปลอดภัยไว้ก่อนด้วยการดูแล “เงินต้น” ให้มั่นคง

     ถึงผู้หญิงส่วนใหญ่จะเชื่อไปแล้วว่า “คิดบวก” จะทำให้สวยมากขึ้น แต่บางทีชีวิตก็ต้องการการ “คิดลบ” บ้างแค่ชั่วครั้งชั่วคราว เข้าทำนองว่า ถึงจะ “สวย”น้อยลง แต่ขอปลอดภัยมากขึ้น!  
 

------------------------------

(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : คิด ‘ลบ’  โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])