
วันนี้ที่พญาครุฑผงาด
เปิดโลกวันอาทิตย์ : วันนี้ที่พญาครุฑผงาดในตลาดการบินโลก
อินโดนีเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของไทย หนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน จากจำนวนประชากร 240 ล้านคน ที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก
อินโดนีเซียในทุกวันนี้ ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาอย่างโชกโชนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีเสถียรภาพทางการเมืองค่อนข้างมาก ปัจจุบันรัฐบาลภายใต้การนำของ นายซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ประธานาธิบดี สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคง และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ จีดีพีของอินโดนีเซียอยู่ในอัตราระหว่าง 4.6-6.1% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับขนาดของประเทศและจำนวนประชากรเช่นนี้
การเติบโตของประเทศอินโดนีเซียเกิดจากการขยายตัวของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่นักลงทุนนำเงินเข้ามาลงทุนในกิจการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ทรัพยากรน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ และสัตว์น้ำที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่อันกว้างใหญ่จากตอนใต้ของแหลมมลายู จรดตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย
ด้วยปัจจัยด้านเสถียรภาพทางการเมือง และการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้บรรยากาศการทำธุรกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวในอินโดนีเซียมีอนาคตสดใส สร้างรายได้ให้แก่ประเทศอย่างมากมาย ปัจจุบัน (ปี 2553) อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 13 ของโลก แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงของประเทศทำให้นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า อินโดนีเซียในปี 2563 จะก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ 9 และอันดับ 5 ในปี 2573
ความตื่นตัวทางด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวในอินโดนีเซีย ส่งผลให้ความต้องการการเดินทางภายในประเทศ และ ต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนมีศักยภาพที่จะใช้เงินเพื่อการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการการเดินทางทางอากาศที่มีความสะดวก รวดเร็ว กว่าการเดินทางระหว่างเกาะต่างๆ ด้วยเรือโดยสาร ที่ต้องเสียเวลานับวันกว่าจะไปถึงจุดหมาย
อินโดนีเซีย มี สายการบิน การูดา อินโดนีเซีย เป็นสายการบินแห่งชาติ ดำเนินการในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจ ที่น่าเป็นที่จับตามองในวันนี้และอนาคตถึงความก้าวหน้าของสายการบินแห่งนี้ ที่ได้ประกาศเป้าหมายว่า จะเป็นสายการบินระดับ 5 ดาว (จากการจัดอันดับของศูนย์การเดินทางทางอากาศแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือ "คาปา") ให้ได้ภายในปี 2557 หรือ อีก 3 ปีข้างหน้านี้เอง
ปัจจุบัน การูดา อินโดนีเซีย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสายการบินระดับ 4 ดาว และในปี 2553 ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นสายการบินที่ให้บริการดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในส่วนของการบริการภาคพื้นดิน บนเครื่องบิน อาหาร ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่า โดยมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สิงคโปร์ แอร์ไลน์ การบินไทย และคาเธ่ย์ แปซิฟิก ติดอันดับรองๆ ลงมา ตามลำดับ
ความมุ่งหวังของการูดา อินโดนีเซีย มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างมาก เพราะเมื่อศึกษาถึงสถานะของสายการบินแห่งนี้ในอดีตที่ผ่านมา กับสถานะในปัจจุบัน จะเห็นความแตกต่างกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
ตั้งแต่ปี 2538-2548 การูดา อินโดนีเซีย อยู่ภายใต้ภาวะผันผวนทางการเมือง เศรษฐกิจตกต่ำ จากความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้มีหนี้สินรวมกันในช่วง 1 ทศวรรษ ถึง 5 ล้านล้านรูเปียะห์ แต่เมื่อคณะผู้บริหารชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ปี 2548 สถานะทางธุรกิจของสายการบินแห่งชาติอินโดนีเซียก็เริ่มดีขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนโยบายการปฏิรูปธุรกิจ การเน้นสร้างรายได้ให้แก่องค์กร การลงทุนซื้อเครื่องบินใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้น (กินน้ำมันน้อยลง) และการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ
รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ในปี 2552 ที่ทำให้ธุรกิจของการูดา อินโดนีเซีย สามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างปลอดจากภาระหนี้สิน
การพัฒนาของการูดา อินโดนีเซีย เกิดขึ้นในช่วงที่ นายเออร์มิสยา ซาตาร์ อดีตผู้บริหารธนาคาร เข้านั่งเก้าอี้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ซีอีโอการูดา อินโดนีเซีย ได้ประกาศแผนการเดินหน้าตามโครงการ "ควอนตัม ลีฟ" ขั้นที่สอง เพื่อต่อยอดโครงการพัฒนาคุณภาพบริการ และการสร้างแบรนด์ของการูดา อินโดนีเซีย ให้เป็นสายการบินที่มีความแข็งแกร่งในด้านการบริการในระดับเอเชียแปซิฟิก ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลกต่อไป
แผนควอนตัม ลีฟ ขั้นที่สอง เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2553-2558 (ปีที่อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนเครื่องบินใหม่ในฝูงบินให้อยู่ในระดับ 154 ลำ ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้อายุเฉลี่ยของเครื่องบินในฝูงอยู่ที่ต่ำกว่า 5 ปี และตั้งเป้าหมายการให้บริการผู้โดยสาร 35.2 ล้านคนต่อปี ในช่วงสิ้นสุดแผนควอนตัม ลีฟ ขั้นที่สองนี้
นอกจากนั้น การูดา อินโดนีเซีย ต้องการนำเสนออัตลักษณ์ของ "ความเป็นอินโดนีเซีย" เพื่อสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้บริการได้รู้จักกับอินโดนีเซียมากขึ้น แม้จะยังไม่ได้เดินขึ้นเครื่องบินหรือเดินทางมาถึงดินแดนหมู่เกาะเครื่องเทศในอดีตแห่งนี้ โดยมีแผนการนำเสนอ สัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ภาพ เสียง รส กลิ่น และสัมผัส ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นการติดต่อกับ การูดา อินโดนีเซีย
นโยบายดังกล่าวเป็นการสร้างแบรนด์การูดา อินโดนีเซีย ให้มีความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักในตลาดโลก ลบภาพลักษณ์เก่าๆ ของสายการบินการูดา ที่ถูกมองว่าเป็นสายการบินคุณภาพต่ำ
การพัฒนาในส่วนของฝูงบิน ยังทำให้ การูดา อินโดนีเซีย สามารถเปิดเส้นทางบินไปยังยุโรปได้อีกครั้ง หลังจากถูกสายการบินห้ามนำเครื่องบินเข้าไปยังน่านฟ้ายุโรป เนื่องจากปัญหาด้านการบำรุงรักษาและอายุของเครื่องบิน
แม้ในอนาคต การูดา อินโดนีเซีย จะเน้นการเปิดเส้นทางบินภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็ให้ความสำคัญกับการเปิดเส้นทางบินไปยังตลาดสำคัญๆ ในเอเชีย และยุโรป เช่น ประเทศไทย เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ
สำหรับประเทศไทยนั้น การูดา อินโดนีเซีย จะเน้นการบริการในเส้นทางจาการ์ตา-กรุงเทพฯ และมีแนวโน้มว่า จะมีการเปิดเส้นทาง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ และต่อไปยังปลายทางในยุโรปบางแห่ง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาต่อไป
การูดา อินโดนีเซีย ที่เติบโตได้เช่นทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้บริหารที่มีฝีมือเพียงคนเดียว แต่ยังประกอบขึ้นจากความมั่นคงทางการเมือง การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และความสงบภายในประเทศ ที่เป็นปัจจัยประกอบแห่งความสำเร็จของ การูดา อินโดนีเซีย เช่นทุกวันนี้
----------------------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : วันนี้ที่พญาครุฑผงาดในตลาดการบินโลก)



