ข่าว

คันกั้นบ้าน'ปลอดประสพ'แน่นหนา

คันกั้นบ้าน'ปลอดประสพ'แน่นหนา

21 ต.ค. 2554

"เมืองทอง" ยังไม่ท่วม บ้าน "ปลอดประสพ" วางกระสอบทรายกั้นแน่นหนา หวั่นน้ำเข้า “ศิริราช” เตรียมแผน 3 ระดับ รับมือน้ำท่วม รพ. พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันหากเข้าขั้นวิกฤติ ระดับน้ำสูง 2.5 เมตร ผู้การปากน้ำจัดประชุมตั้งศูนย์อพยพ

            21ต.ค.2554  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหมู่บ้านเมืองทองธานี ว่าขณะนี้ยังไม่มีน้ำท่วมขังเนื่องจากมีการนำแท่งปูนมาปิดกั้นซอย ที่จะออกไปยังถนนเลียบคลองประปา ขณะเดียวกันก็มีการกั้นน้ำจากคลองประปาด้วยคันดิน ทำให้น้ำไม่เข้าไป  ส่วนบริเวณใกล้เคียงมีน้ำท่วมขังแค่ถนนแจ้งวัฒนะ หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี  ร.1 พัน 2  รอ. จนถึงโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนา โดยมีระดับน้ำเท่าฟุตบาท ซึ่งรถเล็กยังคงผ่านไปได้  อย่างไรก็ตามบ้านต่างๆในหมู่บ้านเมืองทองธานี ต่างก็นำกระสอบทรายมากั้นป้องกันน้ำเข้าบ้าน ไม่เว้นแม้แต่บ้านของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่วางแนวกระสอบกั้นสูง 50 ซม. 

            สำหรับบรรยากาศที่แยกศรีสมาน ขณะนี้ได้มีการนำเต๊นท์มากางให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังมีรถแบคโฮของกรมชลประทาน 2 คัน ของเทศบาลนครปากเกร็ด 1 คัน และของเอกชน 1 คัน รวม 4 คัน ได้เร่งทำคันดิน ทั้งฝั่งเขตดอนเมืองและหลังเมืองทองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการตรวจสอบฝั่งดอนเมือง ได้ทำคันดินเป็นระยะทางยาวถึง ถ.แจ้งวัฒนะ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการเตรียมการเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเพียงทุ่งหญ้าและกำแพงของหมู่บ้านจัดสรร เท่านั้น

            ทั้งนี้แยกศรีสมานทางไปถนนประชาชื่นปากเกร็ดน้ำที่ท่วมถนนนั้น  ปรากฏว่าน้ำขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ทั้งจากที่อยู่บนถนนและฟุตบาธ ทำให้ตั้่งแต่แยกศรีสมานจนถึง สสวนสมเด็จศรีนครินทร์ มีน้ำท่วมถึงขอบฟุตบาทในฝั่งขาออก


“ศิริราช”เตรียมแผน3ระดับรับมือน้ำท่วม


            นพ.ธีระวัฒน์ กุลทนันทธ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ โรงพยาบาลศิริราชได้มีการจัดเตรียมแผนเพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง โดยได้มีการประชุมคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม เกี่ยวกับการดูแลและป้องกันน้ำท่วมบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีแผนปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วม รพ.ศิริราช 3 แผน คือ 1.แผนขั้นที่ 1 การเฝ้าระวัง ในระดับน้ำสูง 2.30 เมตร โดยให้มีการแจ้งเตือนให้ทราบสถานการณ์ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลศิริราช อาทิ เสียงตามสาย โทรทัศน์วงจรปิด ป้ายประชาสัมพันธ์ /เว็บไซต์ศิริราช รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน โทรศัพท์แจ้งผู้บริหาร และหน่วยงานในฝ่ายวิศวกรรมฯ ไปปฏิบัติงานตามแผนป้องกันที่วางไว้ พร้อมประสานไปยังสำนักงานเขตบางกอกน้อย ทหารเรือ นำกระสอบทราย มาวางกั้นแนวรั้วนอก โรงพยาบาลตลอดแนวถนนพรานนก งดการนำรถเข้าจอดในอาคารจอดรถชั้นใต้ดิน

            นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า แผนขั้นที่ 2 เริ่มปฏิบัติการ ในกรณีระดับน้ำสูง 2.40 เมตร ซึ่งนอกจากการแจ้งเตือนสถานการณ์ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและสื่อมวลชน เช่นเดียวกับแผนการเฝ้าระวังแล้ว ให้นำกระสอบทรายวางปิดประตูเข้า- ออกโรงพยาบาลด้านถนนพรานนก คือ ประตู 8, 9, 10 และประตูฝั่งด้านถนนอรุณอมรินทร์ ช่องตึกสลาก ฝ่ายเภสัชกรรม ทางเข้าเซเว่น อีเลฟเว่น และให้ปิดข้างประตูนิติเวช พร้อมกันนี้ให้ ระบายรถตกค้างออกจากอาคารจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารต่าง ๆ และห้ามรถเข้า - ออก นอกจากนี้ให้ปิดการจราจรทางขึ้น-ลง อาคารจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือ 1 ช่องจราจร ประกอบด้วยอาคารเฉลิมพระเกียรติ อาคารสยามินทร์ฝั่งเฉลิมพระเกียรติ และอาคาร 100 ปีสมเด็จพระศรีนครินทร์ นอกจากนี้ให้มีการสำรวจและให้ความช่วยเหลือ ป้องกันหน่วยงาน อาคารที่เป็นจุดเสี่ยง

            ส่วนแผนขั้นที่ 3 เป็นแผนปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ระดับน้ำสูง 2.50 เมตร ให้ประกาศแผนน้ำท่วม รพ.ศิริราช โดยจะมีการวางกระสอบทรายปิดประตู 1 ซึ่งเป็นทางเข้าอาคารอุบัติเหตุ และให้มีการตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันน้ำท่วม ณ ห้องประชุมคณะฯ ตึกอำนวยการ ชั้น 2 นอกจากนี้ขอให้หัวหน้างาน ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานป้องกันน้ำท่วมตามจุดต่าง ๆ รายงาน สถานการณ์ให้ศูนย์อำนวยการทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางแก้ไข

            นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า โรงพยาบาลศิริราชขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมแล้ว เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมยังอาคารต่างๆ ในโรงพยาบาล ซึ่งได้มีการจัดเตรียมวางกระสอบทรายกั้นน้ำแล้วรอบอาคารต่างๆ ทั้งนี้ยอมรับว่า ในหลายอาคารมีเครื่องมือแพทย์หลายชิ้นที่มีราคาแพงมาก และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ อย่างเครื่องเอ็กซเรย์เอ็มอาร์ไอ จำเป็นที่ต้องวางมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันให้รัดกุม นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังได้ประสานกับทาง กทม. กรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย การไฟฟ้า ในการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ส่วนด้านยาและเวชภัณฑ์ ออกซิเจน ได้มีการจัดเตรียมไว้เช่นกัน อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามียา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม แต่ยังไม่เป็นปัญหาเพราะที่ผ่านมาได้มีการสต็อกไว้บางส่วนแล้ว

            “ขณะนี้ทางโรงพยาบาลศิริราชได้เปิดให้บริการผู้ป่วยตามปกติ ซึ่งผู้ป่วยยังสามารถเดินทางมารับบริการได้ เพียงแต่ในส่วนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับผ่าตัด ในกรณีที่ไม่เร่งด่วนและสามารถรอได้ ทางโรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องเลื่อนนัดผู้ป่วยกลุ่มนี้ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะผ่านไป” คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าว และว่า สำหรับในส่วนบุคลากรของโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมการดูแลและได้หอพักไว้เพื่อรองรับ


ผู้การปากน้ำจัดประชุมตั้งศูนย์อพยพ


            เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุรปราการ ได้เรียกประชุมหัวหน้าสถานี้สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ทุกสถานีทั่งจังหวัดเข้าประชุมหารือวางแนวทางป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสพจากน้ำท่วมโดยได้มีการจัดเตรียมแผนช่วยเหลือผู้ประสพภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ และจัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสพภัย และจุดอพยพสำหรับประชาชนจำนวน 49 แห่ง โดยมี พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ โดยจัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ออกตรวจตราสภาพน้ำตามคลองต่าง ๆ ที่จะมีการระบายน้ำลงมาจากกรุงเทพมหานคร และเฝ้าระวังระดับน้ำตามประตูระบยน้ำต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

            ในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้6จำนวน 4 แห่ง รองรับประชาชนได้ 8 พันคน ในเขตพื้นที่ สภ.พระประแดง จัดสถานที่อพยพเอาไว้จำนวน 16 แห่ง รองรับประชาชนได้จำนวน 16,000 คน เขต สภ.บางแก้ว จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 2 แห่ง รองรบประชาชนได้ จำนวน 700 คน เขต สภ.บางบ่อ จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 1 แห่ง รองรับประชาชนได้จำนวน 1 พันคน เขต สภ.พระสมุทรเจดีย์ จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 1 แห่งรองรับประชาชนได้จำนวน 1 พันคน เขต สภ.บางเสาธง จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 1 แห่งรองรับประชาชนได้ 5 พันคน เขต สภ.สำโรงเหนือ จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 3 แห่งรองรับประชาชนได้ 3 พันคน เขต สภ.สำโรงใต้ จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 1 แห่งรองรับประชาชนได้ 100 คน เขต

            สภ.บางพลี จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 2 แห่งรองรับประชาชนได้ 25,000 คน เขต สภ.บางปู จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 4 แห่งรองรับประชาชนได้ 4 พันคน เขต สภ.คลองด่านจัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 4 แห่งรองรับประชาชนได้จำนวน 4 พันคน เขต สภ.บางพลีน้อย จัดตั้งศูนย์อพยพเอไว้จำนวน 4 แห่งรองรับประชาชนได้จำนวน 1,400 คน เขต สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 4 แห่งรองรับประชาชนได้จำนวน 280 คน และ สภ.เปร็ง จัดตั้งศูนย์อพยพเอาไว้ 2 แห่ง รองรับประชาชนได้จำนวน 3 พันคน พร้อมทั้งจัดสถานที่เอาไว้ให้ประชาชนที่ประสพภัยน้ำท่วมนำรถยนต์ขึ้นมาจอด บนสะพานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างสะพานภูมิพล1 และ ภูมิพล 2 กับการทางพิเศษด่วนกาญจนาภิเษก ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จรอการเปิดให้ให้บริการ

            พร้อมจัดตั้งชุดปฎิบัติการอพยพผู้ประสพภัยจำนวน 19 ชุด กำลังพล 167 นาย จัดตั้งชุดปฎิบัติการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 24 ชุด กำลังพล 219 นาย และจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว สถานีละ 2 ชุด ไว้คอยระงับเหตุ ป้องกันอาชญากรรม จัดเตรียมเรือพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 15 ลำ เรือท้องแบน 50 ลำ เรือสปีดโบท 1 ลำ ประจำการอยู่ที่ สภ.บางพลี เรือสกูตเตอร์ 1 ลำ ประจำการณ์ที่ สภ.บางปู รถยนต์จำนวน 34 คัน รถบรรทุก 30 คัน และอุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

            นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมสถานที่ให้ครอบครัวข้าราชการตำรวจในสังกัด ภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย เอาไว้ที่ บางพลีคอมเพลกซ์ จำนวน 100 ห้อง ในเขตอำเภอบางเสาธง และประสานท่าอากาศยานสถวรรณภูมิขอใช้สำนักงานโครงการซึ่งเป็นสำนักงานเดิมของตำวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นอาครชั้นเดียวอยู่ทางด้านทิศใต้ ของสนามบินสถวรรณภูมิใกล้บางกอกแอร์เวย์ ซึ่งสามารถรองรับได้อีกประมาณ 100 ครอบครัว