
แฉทหารถูกโจรจี้ขณะช่วยน้ำท่วม
ทบ. ส่ง 9 กองร้อย ช่วย กทม. แก้ปัญหาน้ำท่วม แฉทหารถูกโจรจี้ "ยุทธศักดิ์" ห่วงยกเลิกประชุมร่วม "รมว.กห. อาเซียน" ที่อินโดฯ มทภ.1เผยกองทัพเตรียมยานพาหนะไว้ช่วยกทม.ด้วย เจ๊เกียวทุ่ม5แสนต่อเรือ50ลำช่วยอีกแรง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ต.ค.2554 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงถึงผลความคืบหน้าในการช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมว่า กองทัพบกยังคงระดมกำลังทหารพร้อมเครื่องมือหนักของทหารช่างในการเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยงรอบนอก กทม.อย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยอพยพคนและสิ่งของ การแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์อย่างเร่งด่วน
ขณะนี้กองทัพบกได้เสริมกำลังกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วอีก 9 กองร้อย จากกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 6 กองร้อย และศูนย์การทหารราบ 3กองร้อย เข้ามาในพื้นที่กทม.โดยกำลังส่วนนี้สามารถเข้าช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ฉุกเฉินทันทีตลอด 24 ชม.
ส่วนการป้องกันกทม. ขณะนี้กองทัพบกได้ส่งทหารช่างพร้อมรถโกยตักเร่งสร้างแนวคันดินกั้นน้ำตั้งแต่คลอง 1 ถึงคลอง 7 ระยะทาง 21 กม. และตั้งแต่คลอง 8 ถึงคลองหกวายาว 11 กม. โดยจะเร่งงานให้เร็วที่สุด รวมทั้งได้ใช้กำลังทหารช่วยบรรจุกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำตามแนวคลองหกวา เขตสายไหมตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนบริเวณหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้ใช้ทหาร 400 นายเข้าเสริมความมั่นคงตามแนวกระสอบทรรายอย่างต่อเนื่อง
“กองทัพบกยังได้ใช้กำลังพลจากองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.2 รอ.) จำนวน 1,200 คนได้เข้าสนับสนุน ศปภ.ในการบรรจุกระสอบทรายทำแนวกั้น เสริมคันดิน บริเวณคลองรังสิตถึงคลอง 7 เพื่อป้องกันน้ำท่วมตลอด 24 ชม. ซึ่งถือเป็นงานเร่งด่วน เพื่อเป็นการเร่งเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำที่จะเป็นปราการสำคัญในการป้องกันน้ำที่จะไหลเข้าสู่กทม.ภายใน 48 ชม.ทั้งนี้กองทัพบกขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ ที่เจ้าหน้าที่กำลังใช้เครื่องมือหนักในการปฏิบัติงานโดยให้ความร่วมมือในทุกด้านเพื่องานแล้วเสร็จโดยเร็ว และสามารถใช้พนังกั้นน้ำป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ชั้นในของกทม.”รองโฆษกกองทัพบก กล่าว
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนการกู้นิคมอุตสาหกรรมต่างๆที่ถูกน้ำท่วม กองทัพบกร่วมกับผู้ประกอบการเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการซ่อมคันกั้นน้ำที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า รวมถึงการลาดตระเวนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร การซ่อมแซมอุดท่อระบายน้ำ และสูบน้ำออกที่คลังน้ำมันบางจาก อ.บางปะอินเพื่อป้องกันคลังน้ำมันอย่างเต็มที่ ทั้งนี้การเสริมคันกั้นน้ำที่โรงงานบินิ แบร์จะช่วยรักษาพื้นที่ลดความเสียหายในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี นอกจากนี้ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังได้ส่งกำลังทหารเข้าช่วยเสริมความแข็งแรงของแนวกั้นน้ำเพื่อป้องกันอย่างเต็มที่ นอก จากนี้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้ส่งนักศึกษาวิชาทหารจากสถานศึกษาในกทม.จำนวน 200 นายไปช่วยบรรจุถุงยังชีพที่ศปภ.ดอนเมือง และอีก 200 นายไปร่วมบรรจุกระสอบทรายที่วัดราชบพิตรฯ เพื่อป้องกันวัดไม่ได้เกิดความเสียหาย
“เนื่องจากความเสียหายเป็นบริเวณกว้างอาจทำให้ความช่วยเหลือทำได้ไม่ทั่วถึง กองทัพบกก็จะพิจารณาความช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วน และ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย และขอความกรุณาในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ขอให้แจ้งข้อมูลและความต้องการในการช่วยเหลือจริง อย่าได้แจ้งข้อมุลเกินกว่าเหตุ และอยากขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใจ และ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ดูแลอย่าให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติม เพราะ พบว่ามีทหารจาก นปอ.ที่เข้าไปช่วย ก็ถูกมิจฉาชีพจี้ แต่ปรากฏว่าไม่มีทรัพย์สิน หรือสิ่งมีค่าใดๆ”รองโฆษกทบ.กล่าว
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบวิกฤตอุทกภัยร้ายแรง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญขณะนี้พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องมีการเฝ้าระวัง ซึ่งพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และการบรรเทาความทุกข์ของประชาชน จึงต้องกำกับดูแลและควบคุมสั่งการในการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด
ดังนั้นรมว.กลาโหมจึงยกเลิกการเดินทางไปประชุมรมว.กลาโหมอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ณ เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคมนี้ โดยได้มอบหมายให้ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนเดินทางไปร่วมการประชุมแทน ทั้งนี้รมว.กลาโหม มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ จึงสั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ศูนย์ บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และดำรงการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อ เนื่อง เพื่อเคียงข้างพี่น้องประชาชนในการฝ่าฟันวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไป ด้วยกัน
มทภ.1เผยกองทัพเตรียมยานพาหนะไว้ช่วย
พล.ท.อุดมเดช สีตะบุตร แม่ทัพภาค 1 ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่นภายหลังลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพล และหารือกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ว่า กองทัพมีความพร้อมหากจุดใดของ กทม. อยากให้ทหารเข้ามาช่วยเหลือก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กทม. ต้องการอพยพประชาชน กองทัพก็ได้เตรียมยานพาหนะไว้พร้อมแล้ว ส่วนการสร้างแนวกระสอบทรายริมคลองสามวา คาดว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดภายใน 1 วัน เพราะขณะนี้แล้วเสร็จไปกว่า 90 % แต่หากเสร็จแล้ว กองทัพก็ยังจะให้กำลังพลอยู่ในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เปิดศูนย์ผู้ประสบภัยม.เกษตรบางเขน
ศปภ.มีเอกสารแจ้งว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวแก่ผูประสบภัย ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ สามารถรองรับได้ 500 คน โดยรับเฉพาะผู้มาลงทะเบียนที่ศูนย์ศปภ.ดอนเมืองเท่านั้น และจะเริ่มเปิดตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป หากมีสัตว์เลี้ยงสามารถติดต่อได้ที่ 02-942-8316 นอกจากนี้ยังเปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร. 086-062-7101 , 086-891-7919
"สธ."แนะใช้สมุนไพรรสฝาดช่วยลดอาการน้ำกัดเท้า
น.ส.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวง กล่าวว่า ในพื้นที่ประสบอุทกภัยมีผู้เป็นโรคกัดเท้าติดอันดับ1 โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานเกิดแผลติดเชื้อได้ แม้ทุกโรงพยาบาลจะมียาน้ำกัดเท้าแต่ก็ไม่เพียงพอ จึงแนะนำให้ประชาชนใช้สมุนไพรที่มีรสฝาด เช่น เปลือกมังคุด นำมาฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ทาบริเวณเป็นแผลวันละ 2 - 3 ครั้ง โดยสามารถลดการอักเสบและคันใช้ขมิ้นชัน ไพร หรือพญายอ ส่วนการรักษาเชื้อราที่ง่ามเท้า สามารถใช้สมุนไพร เช่นใบต้นกระเทียม ใบชุมเห็ดเทศ ใบทองพันช่าง หรือข่า ประมาณ1 กำมือ พอกหรือทาบริเวณแผลวันละ 3-4 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการโดนน้ำบ่อยๆ จะช่วยแผลสมานเร็วขึ้น
เจ๊เกียวทุ่ม5แสนต่อเรือ50ลำช่วยอีกแรง
ที่บริษัท อู่เชิดชัยอุตสาหกรรม จำกัด ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ช่างต่อเชื่อมต่อรถโดยสารของบริษัทกว่า 100 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานภายในบริษัทฯ ได้หยุดการทำงานในหน้าที่ปกติ หันมาเร่งช่วยกันต่อเรือท้องแบน สร้างขึ้นด้วยการต่อเชื่อมโครงเหล็กและใช้อลูมิเนียมผสมเหล็กมาห่อหุ้มโครงเหล็กรอบนอก มีความมั่นคงแข็งแรงและนำไปใช้งานในช่วงภาวะน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี เตรียมส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ที่กำลังประสบความเดือดร้อนขาดแคลนเรือในการสัญจรอย่างหนัก
การต่อเรือเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ เป็นแนวความคิดของทางเทศบาลนครนครราชสีมา และนางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ บริษัท อู่เชิดชัยอุตสาหกรรม จำกัด ที่เล็งเห็นว่าเจ้าหน้าที่ช่างภายในอู่เชิดชัยฯ แห่งนี้ มีความรู้ความสามารถในการต่อรถภายในอู่อยู่แล้ว และมีความสามารถมากพอที่จะผลิตเรือท้องแบนเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ จึงสนับสนุนเงิน 5 แสนบาท จัดหาวัสดุสร้างเรือท้องแบน 50 ลำ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 23 ต.ค.2554 จากนั้นจะส่งเรือไปช่วยผู้ประสพอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานครต่อไป
วิศวะมทส.ทำรถยนต์ลอยน้ำหนีน้ำท่วม
ที่ลานแสดงศิลปวัฒนธรรม ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธีทัต ดลวิชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล พร้อมด้วยนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล จำนวน 10 คน ได้ร่วมกันสาธิตวิธีการป้องกันรักษารถยนต์ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ด้วยการใช้ตาข่ายและผ้าใบมาห่อหุ้มตัวรถ ป้องกันน้ำไหลเข้าตัวรถสร้างความเสียหายให้กับระบบต่างๆของรถยนต์ อีกทั้งวิธีการดังกล่าวนี้ยังสามารถที่จะทำให้รถยนต์สามารถลอยน้ำ และเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกมาจากสถานที่ที่ถูกน้ำท่วมได้ โดยใช้อุปกรณ์เพื่อดำเนินการเพียง 3 อย่างเพื่อใช้ห่อหุ้มรถยนต์ซึ่งได้มีการนำรถยนต์เก๋ง น้ำหนักไม่เกิน 1,200 กิโลกรัมมาทำการทดสอบในเบื้องต้น ประกอบด้วย 1.ผ้าใบคลุมสินค้าที่รถบรรทุกนิยมนำไปใช้ ขนาดความกว้าง 4 เมตร ยาว 7 เมตร หนา 2 มิลลิเมตร 2.ตาข่ายเชือกขนาดเดียวกัน และเชือกเพื่อใช้สำหรับยึดตาข่ายและผ้าใบคลุมตัวรถยนต์อีก 2 เส้น
วิธีการใช้ตาข่ายและผ้าใบคลุมสินค้ามาห่อหุ้มตัวรถ โดยวิธีการทำเริ่มตั้งแต่การเตรียมผ้าใบและตาข่ายสีเหลี่ยมผืนผ้า ขนาดความกว้าง 4 เมตร ยาว 7 เมตร มาหุ้มตัวรถยนต์ไว้ ผ้าใบเจาะรูตาไก่รอบริมผ้าใบระยะห่างต่อรูประมาณ 30 ซม. วางลงไปบนพื้นก่อนตามด้วยขาข่ายที่จัดเตรียมไว้ จากนั้นดึงตาข่ายให้ตึงเสมอกัน ยึดตาข่ายหุ้มตัวรถด้วยเชือกให้เท่ากันทุกด้านและที่สำคัญต้องให้ตาข่ายตึงเท่ากันทุกๆ ด้าน ซึ่งตาข่ายจะเป็นตัวที่ถ่ายเทน้ำหนักของรถยนต์ทั้งหมดให้กระจายออกเท่าๆ กัน จากนั้นหุ้มผ้าใบทับลงไปอีกชั้นใช้เชือกยึดผ้าใบให้หุ้มตัวรถเช่นเดียวกันกับตาข่าย แต่ไม่ต้องให้ตึงเหมือนตาข่าย เพื่อไม่ให้น้ำหนักลงไปที่ตัวผ้าใบมากนัก ซึ่งจะทำให้รถยนต์ที่ถูกห่อหุ้มลอยน้ำเหนือพื้นได้ในยามที่ถูกน้ำท่วมสูง และน้ำไม่ทะลักเข้าท่วมระบบของเครื่องยนต์จนได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ถูกน้ำท่วมได้ ด้วยการใช้เชือกลากจูงออกมา ในกรณีที่น้ำไม่ไหลเชี่ยว โดยขั้นตอนทั้งหมดได้ผ่านการทดสอบอย่างละเอียด แน่ใจว่าสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างดีซึ่งหากผู้ใดสนใจจะนำวิธีนี้ไปใช้ สามารถติดต่อได้ที่ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ 044-224-410-1
นายธีทัต กล่าวว่า จารกสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงและมีระดับน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ นอกจากปัญหาเรื่องเครื่องอุปโภคบริสภาค อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นขาดแคลน ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของผู้ประสบภัย คือไม่มีสถานที่ปลอดภัยที่จะรองรับรถยนต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมสูงเกินหลังคารถ ซึ่งจะทำให้รถยนต์พังเสียหาย และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก อาจารย์และนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จึงได้ร่วมกันคิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหา จนสามารถที่จะนำอุปกรณ์ต่างๆ มาห่อหุ้มรถยนต์ให้พ้นอันตรายและสามารถลอยน้ำได้



