
'ยิ่งลักษณ์'อ้างใช้พรบ.สร้างเอกภาพ
นายกฯอ้างใช้พ.ร.บ.ป้องกันสาธารณภัยฯเพื่อสร้างความมีเอกภาพ หากสั่งเปิดประตูน้ำ ต้องเปิด ปัดตอบคุยผู้ว่าฯกทม.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสาเหตุการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 31 ที่ระบุว่า ในการกำหนดคณะบุคคลรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษรในการเข้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ว่า เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานให้เป็นเอกภาพมากขึ้น และเพื่อเติมเต็มในการใช้อำนาจในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เมื่อถามว่า ความเข้มข้นของคำสั่งนี้จะมีผลให้เกิดการทำลายคันกั้นน้ำมากขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นการทำเพื่อเพิ่มข้อมูลและมีอำนาจสั่งการให้ชัดเจนขึ้น และให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะใช้คำสั่งทางวาจาให้กลายเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ทุกหน่วยมีขั้นตอนในการปฏิบัติ
"ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่า เมื่อสั่งการไปแล้ว พอกลับดูข้อมูลของแต่ละหน่วยไม่ตรงกัน จึงต้องขอใช้ลายลักษณ์อักษร เช่น การสั่งให้เปิดประตูน้ำอย่างเต็มที่ แต่บางคนบอกว่าเปิดประตูน้ำเต็มที่แล้ว แต่เมื่อไปดูก็ไม่ใช่ตามที่บอก ก็เลยต้องใช้ลายลักษณ์อักษรเพื่อให้เกิดความชัดเจน และคิดว่าการเปิดประตูน้ำในปริมาณเท่าใดจึงจะมีความสมดุลย์ ฉะนั้นผู้ได้รับคำสั่งจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันในทุกจุด ให้ประตูระบายน้ำทุกประตูทำงานสัมพันธ์กัน” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประสานงานไปยังผู้ว่าฯกทม.แล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตอบคำถาม และก้าวขึ้นรถออกจาก ศปภ.ทันที
'นายกฯ'กำชับดูแลสถานที่สำคัญ 24 ชม.
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมศปภ.ร่วมกับกองทัพ ว่า นายกฯได้สั่งการว่าต่อไปนี้ต้องมีการรายงานประจำวันเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉิน และต้องมีหัวข้อระเบียบการรายงาน เพราะที่ผ่านมาอาจไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่ นายกฯได้ฝากความห่วงใยเกี่ยวกับจุดสำคัญของกทม.เช่น สถานที่สำคัญอย่างเขตพระราชฐาน รพ.ศิริราช ทำเนียบ รัฐสภา โรงไฟฟ้า โดยขอให้มีการตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดูแลอย่างเต็มที่ และถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก ซึ่งจะต้องดูระดับน้ำตลอดเวลา รวมถึงต้องระมัดระวังพนังกั้นน้ำ ซึ่งจะให้พังไม่ได้ เพราะถ้าพังก็จะมีปัญหามาก
ส่วนจะมีผลกระทบต่อกรุงเทพชั้นในหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงกลาโหมได้ให้กรมชลประทานและหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันตรวจสอบและประเมินมวลน้ำอยู่ ถ้าการระบายน้ำดี และมวลน้ำไม่เพิ่ม น้ำในจุดสำคัญต่าง ๆ ที่จะเข้ากทม.ก็จะลดลง ก็จะทำให้สามารถรักษากทม.ไว้ได้ และขณะนี้กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการไปหลายเรื่องแล้วและเสนอที่ประชุมแล้ว ถ้าทำตามแผนที่เสนอในที่ประชุมก็คิดว่าจะรักษากทม.ไว้ได้ แต่หากบังเอิญมันมีสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นมา เราก็ต้องเตรียมแผนที่จะแก้ปัญหาเฉพาะทั้งเรื่องการเตรียมอพยพต่อไป
เมื่อถามว่า มีแผนที่จะอพยพประชาชนไปในต่างจังหวัดหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะขณะนี้ทหารและมหาดไทยได้เตรียมพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมโรงพยาบาลทหาร และทุกส่วนที่จะเข้าไปเสริมไว้เรียบร้อยแล้ว ตลอดจนได้เตรียมเครื่องบินซี 130 ที่ได้ส่งมาช่วยอยู่ 3 ลำและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการขนย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ด้วย ซึ่งขณะนี้เครื่องบิน ซี 130 จอดอยู่ที่ดอนเมืองแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า เขตพระราชวังได้มีการเตรียมการป้องกันไว้อย่างไร รมว.กลาโหม กล่าวว่า ก็เป็นสถานที่ที่นายกฯได้สั่งอย่างเป็นกิจจะลักษณะเมื่อเช้านี้ให้ทุกส่วนที่รับผิดชอบ ได้ตรวจตราและตรวจสอบอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติ ก็ให้รีบรายงาน จะได้ป้องกันได้ทัน ซึ่งทุกหน่วยงานก็เตรียมกันอย่างเต็มที่และทำงานให้เรียบร้อย
ส่วนช่วงวันหยุดยาว 3 วันนี้ จะเป็นช่วงอันตรายที่เราต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษหรือไม่นั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอน ต้องดูอยู่ตลอดเวลา อย่างตนก็ต้องเลื่อนไปประชุมอาเซียนในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23-24 ต.ค.นี้ โดยให้รองปลัดกระทรวงกลาโหมเดินทางไปประชุมแทน ต้องคิดว่าสถานการณ์ในประเทศไทยสำคัญกว่า เมื่อเปรียบเทียบแล้ว เรื่องของประเทศชาติเราสำคัญกว่าทั้งตนและผบ.ทบ.ก็จะงดการเดินทางไปทั้งคู่ ทั้งนี้การทำงานของทหารขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนดีมาก โดยเฉพาะที่หลักหก ให้ความร่วมมือกับกองทัพดีมาก
นอกจากนี้ หากมีการประกาศพรก.ฉุกเฉิน จะทำให้กองทัพทำงานได้ง่ายขึ้นหรือไม่นั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีการประกาศพรก.ฉุกเฉิน เป็นจุด ๆ ไป เฉพาะพื้นที่มันก็จะง่ายขึ้น แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก่อนหน้านี้จะมีปัญหาเฉพาะบางจุดเท่านั้นที่กองทัพทำงานไม่ได้ หรือทำงานไม่สะดวก แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ก่อนหน้านี้อาจจะมีนิดหน่อย



