
เข้าใจธรรมชาติ(บ้าง!)
เข้าใจธรรมชาติ (บ้าง!) : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและอีกหลายๆ ประเทศในเวลานี้ พูดกันตามความจริงแล้วก็เป็นเรื่องของสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของโลกและสังคม ช่วงเวลาใดที่มนุษย์กับธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้ ก็จะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน แต่ช่วงเวลาใดที่มนุษย์กับธรรมชาติห่างไกลกัน มนุษย์ก็จะขาดความเข้าใจความเป็นไปของธรรมชาติ และทำสิ่งต่างๆ ตามความพอใจของตน ก็จะเกิดปัญหาและความขัดแย้งของการอยู่ร่วมกันจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ถ้าจะถามว่า เราจะสามารถจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างปกติสุขอย่างในสมัยก่อนได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ ถ้าเราหันกลับมาทำความเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจความต้องการของตัวเอง และเข้าใจสังคม ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องเรียนรู้และหาทางแก้ไขพฤติกรรมของตนเองให้สอดคล้องกับความเป็นไปของธรรมชาติ และต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่ทำร้ายธรรมชาติมากที่สุดและรุนแรงที่สุด และภัยธรรมชาติหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในโลกเวลานี้ก็ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์กระทำต่อธรรมชาติทั้งสิ้น และการแก้ไขปัญหาต่างๆ จะไม่มีทางสำเร็จลงได้ ต่อให้ทุ่มเทงบประมาณมหาศาลขนาดไหน ถ้าขาดความเข้าใจในปรัชญาของธรรมชาติ และไม่ได้แก้ที่ตัวมนุษย์ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา
ประเทศเนเธอร์แลนด์น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับธรรมชาติ และการทำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ดินแดนที่เป็นประเทศนี้นั้นผืนที่เดิมเป็นสันทรายปากแม่น้ำซึ่งน้ำทะเลท่วมถึง แต่เมื่อมีคนอพยพเข้ามาอยู่มากขึ้นก็ได้มีการสร้างคันแนวและพนังกันน้ำ ถมพื้นที่ และสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำลึกลงไปในทะเล รวมทั้งเขื่อนกั้นแม่น้ำที่จะไหลลงสู่ทะเล ด้วยการร่วมมือกันอย่างแข็งขันและการวางแผนงานที่รอบคอบ มีการใช้เทคโนโลยีมาดูแลรักษาน้ำ และจัดการระบบน้ำเพื่อลดอิทธิพลของน้ำทะเล จนสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า “พระเจ้าสร้างโลก แต่ดัตช์สร้างเนเธอร์แลนด์”
คนไทยเราในอดีตก็มีชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยความเข้าใจและยอมรับนับถือ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน น้ำดื่มน้ำใช้ ข้าวปลาอาหาร ยารักษาโรค การคมนาคม ตลอดจนงานบุญ งานประเพณี ล้วนเป็นไปอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันคนไทยมีชีวิตอยู่กับสิ่งที่ผิดแผกไปจากธรรมชาติ คนไทยอยู่ตึกแบบฝรั่งในที่ที่เคยเป็นทุ่งนา ใช้รถยนต์ญี่ปุ่นแล่นไปบนถนนซึ่งเป็นคูคลองในอดีต ที่ดินริมแม่น้ำเต็มไปด้วยอาคารชุด ผืนดินที่ใช้ในการเกษตรมาแต่เดิมถูกเปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ไม่รวมถึงปัญหาเรื่องป่าไม้ เรื่องต้นน้ำลำธาร และเรื่องขยะจำนวนมหาศาล
การแก้ปัญหาน้ำท่วมคงไม่สามารถแก้แบบไฟไหม้ฟางที่นิยมทำกัน แต่จะต้องระดมสมองเพื่อขุดรากเหง้าของทุกๆ ปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และต่างคนต่างก็โทษกัน รวมไปถึงการวางมาตรการภาระแห่งชาติ ที่ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต่างๆ จะต้องมีส่วนเข้ามาร่วมรับผิดชอบให้มากขึ้นด้วย ซึ่งหากมีการแก้ไขปัญหาในจุดเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไป เช่นการกำจัดขยะ การดูแลแม่น้ำลำคลอง การจัดระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า ฯลฯ ควบคู่ไปกับปัญหาใหญ่ เช่น การขุดคลองลัด ขุดลอกแม่น้ำ สร้างเขื่อนกั้นน้ำ สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ ฯลฯ และที่สำคัญต้องเข้าใจธรรมชาติด้วยครับ



